Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 



new releases
Manager 360 aStore






 
The Power of Professionalism
ผู้เขียน: Bill Wiersma
ผู้จัดพิมพ์: Ravel Media
จำนวนหน้า: 330

buy this book

มีพนักงานเพียง 17% เท่านั้นในสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าผู้นำของพวกเขาเห็นแก่ประโยชน์ขององค์กรมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีชาวอเมริกันเพียง 18% เท่านั้น ที่ไว้ใจในทนายความของพวกเขา ใน Google มีคนค้นคำถามที่ว่า “สหรัฐฯ กำลังหลงทาง” ถึง 159 ล้านครั้ง ทั้งหมดนี้กำลังบ่งบอกว่า มีสิ่งที่ผิดปกติมากๆ เกิดขึ้นในสหรัฐฯ นั่นคือ ความไว้วางใจซึ่งกันและกันกำลังตกต่ำถึงขีดสุด

ทางแก้คือ ความเป็นมืออาชีพ เพราะความเป็นมืออาชีพสามารถสร้างความไว้วางใจ และความไว้วางใจคือพื้นฐานของความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จส่วนบุคคล หรือความสำเร็จขององค์กร ความเป็นมืออาชีพจะเป็นสิ่งที่จะเยียวยาอาการป่วยในโลกธุรกิจขณะนี้ได้

ธุรกิจไม่ต้องการคนที่เห็นแต่ประโยชน์ของตัวเองเข้ามาเพิ่มอีกต่อไปแล้ว และไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายมาก ขึ้นเพื่อมาควบคุมคนเหล่านั้น แต่สิ่งที่โลกธุรกิจในสหรัฐฯ กำลังต้องการคือ คนที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เมื่อความไว้ใจกันเป็นฐานรากของความสำเร็จ ดังนั้น องค์กรจึงควรสร้างคนที่เป็นมืออาชีพให้มากขึ้น และสร้างวัฒนธรรมความเป็นมืออาชีพให้เป็นเสาหลักขององค์กร

ลองพิจารณาวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ ในปี 2008 ปัญหาที่แท้จริงเบื้องหลังวิกฤติดังกล่าว คือวิกฤติความเชื่อมั่น หรือความไว้ใจนั่นเอง สถาบันการเงินสร้างเครื่องมือการเงิน ที่มีความเสี่ยงสูงและไม่มีใครเข้าใจ ผู้คุมกฎนั่งหลับใน ส่วนผู้บริโภคก็ละโมบ ผลที่เกิดขึ้นคือ ทุกฝ่ายหมดสิ้นความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ความเป็นมืออาชีพคือบันไดขั้นแรกของคุณค่าอื่นๆ ทั้งหมดในองค์กร ยิ่งองค์กรมีคนที่มีความเป็นมืออาชีพมาก เท่าใด โอกาสที่ทุกๆ ฝ่ายจะบังเกิดความเชื่อมั่นในกันและกัน ก็จะยิ่งมีมากขึ้น

มืออาชีพมีอยู่ทุกหนแห่ง

นิยามของมืออาชีพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสามารถ ของเขา ความสามารถเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำสุด ในเวลาที่จะตัดสินว่า ใครเป็นมืออาชีพหรือไม่ คนที่เป็นมืออาชีพคือ คนที่รู้ตัวว่า กำลังใช้ความเชี่ยวชาญชำนาญของตนทำสิ่งใด อยู่ และนั่นทำให้คนอื่นๆ บังเกิดความเชื่อมั่นและไว้ใจในความสามารถของเขา

คนทั่วไปมักคิดว่า “ผู้เชี่ยวชาญ” มีความหมายเท่า กับมืออาชีพ แต่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทุกคนที่จะเป็นมืออาชีพได้ เช่นเดียวกัน เมื่อพูดถึงคำว่ามืออาชีพ คนทั่วไปมักนึกถึงเพียงแค่อาชีพอย่างทนายความ แพทย์ พยาบาล หรือแอร์โฮสเตส แต่ความจริงแล้ว ยังมีคนอีกหลายล้านคนที่ 1) มีความเชี่ยวชาญชำนาญในงานที่พวกเขาทำ 2) ประพฤติปฏิบัติในทางที่ทำให้คนอื่นเกิดความไว้วางใจ คุณจะพบมือ อาชีพเหล่านี้ได้ในทุกที่ พวกเขาอาจเป็นช่างซ่อมรถยนต์ที่ไว้ใจได้ ผู้จัดการร้านชำที่ใส่ใจการบริการ เลขานุการที่ทำงานได้เรียบร้อยไม่มีที่ติ

น่าเสียดายที่คนเหล่านี้กลับไม่เคยมองตัวเองว่าเป็น มืออาชีพ หากพวกเขามองเห็นตัวเองเป็นมืออาชีพ ประสิทธิ ภาพการทำงานและขวัญกำลังใจของพวกเขาจะดีขึ้นอย่างมาก มีความพอใจในการทำงานมากขึ้น องค์กรใดที่มีสมาชิก มองตัวเองว่าเป็นมืออาชีพ จะเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ฉลาดกว่า และมีอายุยืนยาวกว่าองค์กรอื่นๆ

ความเป็นมืออาชีพคืออะไร

หลังเกิดวิกฤตการเงินในสหรัฐฯ เกิดเสียงเรียกร้องดังไปทั่วให้สหรัฐฯ หวนกลับคืนสู่คุณค่าแต่ดั้งเดิม หวนกลับ คืนสู่สามัญ กลับคืนสู่คุณค่าที่เคยทำให้อเมริกาก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ การกระทำที่มีความรับผิดชอบ การพึ่งตนเอง การมีความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร การมีวินัยและความอดทนอดกลั้น การรู้สึกภาคภูมิใจในงานที่ทำและการได้รับความไว้วางใจ

คุณค่าต่างๆ เหล่านี้สามารถสรุปได้ในคำเดียว คือความเป็นมืออาชีพนั่นเอง ที่จะสามารถเยียวยาอาการป่วยใน ธุรกิจทุกวันนี้ได้ ความไว้วางใจเป็นพื้นฐานของความสำเร็จ เราจึงควรทำความเข้าใจกับอุดมการณ์ของความเป็นมืออาชีพ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 7 ข้อ

1. มืออาชีพต้องสร้างผลงานที่ถูกต้อง ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

2. มืออาชีพต้องคิดเสมอว่า พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง

3. มืออาชีพรู้ว่า สิ่งต่างๆ จะดีขึ้น เมื่อพวกเขาดีขึ้น

4. มืออาชีพมีมาตรฐานส่วนตัวที่สูงกว่ามาตรฐานขององค์กร

5. มืออาชีพรู้ว่าความซื่อสัตย์คือทั้งหมดที่พวกเขามี

6. มืออาชีพจะพยายามเป็นนายเหนืออารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่เป็นทาส

7. มืออาชีพจะพยายามมองเห็นคุณค่าในตัวคนอื่น

ความซื่อสัตย์คือทั้งหมดที่เรามี

ผลงานที่เกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรม เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ รวมไปถึงผลงานที่เกิดจากโมเดลธุรกิจที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนยากจะเข้าใจ ที่ถึงแม้จะถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ยั่งยืนและไม่มีความรับผิดชอบ อย่างเช่นวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ ในปี 2008-2009 ซึ่งมีสาเหตุใหญ่มาจากการคิดเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อนเข้าใจยาก คือตัวอย่างของผลงานที่ผิดพลาดซึ่งเกิดจากวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น วิธีการที่ใช้ในการสร้างผลงาน จึงสำคัญเท่าๆ กับตัวผลงานเอง ผลงานที่ถูกต้องควรเกิดจากการทำธุรกิจด้วยวิธีการที่ถูกต้องด้วย

มืออาชีพจะตระหนักว่า ตนมีหน้าที่รับผิดชอบต่อองค์กร ในฐานะส่วนหนึ่งขององค์กร และวางประโยชน์ขององค์กรไว้เหนือประโยชน์ส่วนตัว หากองค์กรใดเต็มไปด้วยคนที่นึกถึงตัวเองก่อน องค์กรนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน และสุดท้าย คนที่สูญเสียก็คือคนในองค์กรเอง อย่างไรก็ตาม การวางประโยชน์ขององค์กรหรือของลูกค้านำหน้าประโยชน์ส่วนตัว หากทำอย่างสุดโต่ง ก็ใช่ว่าจะเป็นผลดี เพราะโลกไม่ได้มีแต่สีขาวกับสีดำ แต่เป็นสีเทา อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ คนที่นึกถึงแต่ตัวเองเท่านั้น ย่อมเป็นที่รังเกียจของเพื่อนร่วม งานและเจ้านาย เพราะเขาได้แสดงให้เห็นว่า เขานั้นมิไว้วางใจได้ แต่คนที่พิสูจน์ว่าตัวเองไว้วางใจได้ เป็นเพราะพวก เขายอมให้ความสำเร็จของตัวเอง เป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากความสำเร็จขององค์กรหรือลูกค้า และนี่ก็คือมืออาชีพ

มืออาชีพรู้ว่า ความซื่อสัตย์ คือทั้งหมดที่เขามี กล่าวกันว่าความซื่อสัตย์ คือมารดาของความดีทั้งมวล และนั่นคือความจริง คนที่ซื่อสัตย์ไม่เคยต้องกังวลเมื่อต้องเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง คนที่มีนิสัยซื่อสัตย์สามารถตัดสินใจและลงมือทำได้อย่างรวดเร็ว เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่ยาก เพราะนั่นคือตัวเขาโดยธรรมชาติ ความซื่อสัตย์อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่มืออาชีพต้องมี เพราะเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความไว้วางใจได้อย่างแน่นอน



upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide



 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย