Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 



new releases
Manager 360 aStore






 
What's Holding You Back?
ผู้เขียน: Robert J. Herbold
ผู้จัดพิมพ์: Jossey-Base
จำนวนหน้า: 214
ราคา: $27.95
buy this book

ผู้จัดการที่มีงานในความรับผิดชอบมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากมากเท่านั้น และการตัดสินใจที่ยากนี้ คือสิ่งที่กำหนดความแตกต่างระหว่างผู้นำที่ประสบความสำเร็จกับผู้นำที่ไม่เอาไหน และมีผู้นำจำนวนมากที่ล้มเหลว เมื่อต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยาก ความจริงแล้วคนที่เป็นผู้นำต่างเคยต้องตัดสินใจมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจในระดับทีมเล็กๆ ระดับแผนก หรือใหญ่ระดับบริษัท พวกเขาผ่านประสบการณ์การตัดสินใจมามากพอที่จะรู้ว่ามีอะไรที่พวกเขาจะต้องทำ บ้าง เมื่อถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกันนั้น ผู้นำก็รู้ดีว่าการ ตัดสินใจของเขาอาจจะนำผลที่ไม่พึงประสงค์มาให้ พวกเขามักวิตกว่า จะมีข้อมูลไม่เพียงพอ หรือไม่มีทางเลือกที่ดีพอสำหรับการตัดสินใจ และไม่มีวิธีที่จะรับประกันความผิดหวัง หรือแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่พวกเขาวิตกที่สุดคือ กลัวว่าการตัดสินใจของพวกเขาอาจจะเกิดผิดพลาดอย่างมหันต์ ดังนั้น หลายครั้งที่ผู้นำที่อ่อนแอตัดสินใจ เลื่อนการตัดสินใจให้ล่าช้าออกไป โดยอ้างว่าต้องการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม หรือไม่ก็ยอมประนีประนอมมากเกินไป หรือพยายามทำทุกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความขัดแย้งและปัญหา

นั่นทำให้ผู้นำตกเป็นเหยื่อของพฤติกรรมที่มนุษย์ทุกคนมี เช่น การหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง การพยายามแสวงหาความแน่นอนในความไม่แน่อน หลีกเลี่ยงการทำอะไรที่จะเสี่ยงต่อการสูญเสียตำแหน่ง ขาดความมั่นใจ และพยายามปกป้องตนเอง

เมื่อผู้จัดการอ่อนแอ

ผู้จัดการที่กล้าตัดสินใจจะพยายามปรับปรุงการทำงานให้ง่ายและเข้าใจง่ายอยู่เสมอ และรักษาจำนวนพนักงานให้ต่ำที่สุด แต่จะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ง่ายและเป็นมาตรฐานเดียวกันอยู่เสมอ เพื่อลดการสับสนไขว้เขวให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ผู้นำที่กล้าหาญยังได้สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนมีความกระตือรือร้นเพื่ออนาคต ทำให้ทุกคนขยันที่จะมองหาวิธีใหม่ๆ ในการทำงาน ปรับปรุงประสิทธิภาพอยู่เสมอ และทำให้บริษัทเติบโต ผู้นำที่กล้าหาญจะทำให้คนในองค์กรมีการตัดสินใจที่รวดเร็ว เพราะมีการกำหนดขอบเขต ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน และจะคอยติดตามแนวโน้มใหม่ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อจะใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนั้นให้เกิดประโยชน์ กับบริษัท และพร้อมจะปรับองค์กรเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง นั้นอย่างรวดเร็วและได้ผล

เมื่อผู้นำไม่กล้าตัดสินใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ

การทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้นำที่อ่อนแอไม่กล้าปฏิเสธคำขอเพิ่มกำลังคนที่ไม่จบไม่สิ้น ผลก็คือคนล้นงาน องค์กรแตกแยกเป็นกลุ่มๆ ทำงานไปคนละทิศละทาง การทำงานที่ไม่มีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะผู้นำกลัวการเผชิญหน้าและไม่กล้าปฏิเสธความต้องการของกลุ่มต่างๆ ในองค์กร ที่เอาแต่เรียกร้องตามใจตัวเอง ผลเสียที่ เกิดขึ้นคือ ทำให้กระบวนการทำงานล่าช้าและยุ่งยากซับซ้อนเหมือนระบบราชการ

ขาดการสร้างสรรค์นวัตกรรม ในการจัดการกับความคิดใหม่ๆ และการเปลี่ยนแปลง ผู้นำที่อ่อนแอมักจะเลือกทางที่ปลอดภัยไว้ก่อน นั่นคือประนีประนอมหามติที่เป็นเอกฉันท์ แต่การทำเช่นนั้น เป็นการปิดกั้นนวัตกรรม เพราะจะไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการคิดค้นนวัตกรรมและขาดมาตรวัดที่จะใช้วัดคุณภาพของความคิดใหม่ๆ นอกจากนี้ ผู้นำที่อ่อนแอยังไม่กล้าระบุตัวผู้รับผิดชอบอย่าง ชัดเจนในการติดตามแนวโน้มใหม่ๆ และสร้างสรรค์นวัตกรรมให้ทันการเปลี่ยนแปลงนั้น

Deere and Co. ผู้นำนวัตกรรม

เมื่อ Robert Lane ขึ้นเป็น CEO ของ Deere and Co. ในปี 2000 บริษัทแห่งนี้มีความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน ทั้งตัวแบรนด์ เครือข่ายตัวแทนจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ และพนักงานที่ซื่อสัตย์ ขาดเพียงอย่างเดียวคือ ธุรกิจที่ประสบ ความสำเร็จ เป้าหมายของ Lane คือ สร้างผลกำไรจากการ ดำเนินงาน 12% ในเวลาที่เศรษฐกิจไม่ดี และสร้างผลกำไร 28% ในเวลาที่เศรษฐกิจดี แผนการของเขาที่จะทำให้บรรลุ เป้าหมายของเขาคือ สร้างสรรค์นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ ที่ดีกว่าต่อไป วิสัยทัศน์ของเขาเข้าใจได้ง่ายๆ นั่นคือ ไม่มี ใครประสบความสำเร็จจากสินค้าที่ไม่มีความแตกต่าง แต่วิธีเดียวที่จะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนคือการสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งจะทำให้คุณนำหน้าคู่แข่ง

ความคิดของ Lane ถูกต้อง ภายในเวลา 8 ปี หลัง จากนั้นราคาหุ้นของ Deere & Co พุ่งขึ้นจาก 20 ดอลลาร์ในปี 2000 เป็น 70-80 ดอลลาร์ในปี 2008 Deere ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงเช่นเดียวกับบริษัททั่วโลกในช่วงปลายปี 2008 เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก แต่ก็ยังคงลงทุนอย่างสูงในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อหลีกเลี่ยงการมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีความแตกต่าง

ถามหาความรับผิดชอบและหลีกเลี่ยงมติเอกฉันท์

หลายคนมองว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไปกันไม่ได้กับความรับผิดชอบ เป้าหมายและการวัดผล นั่นเป็น ความเข้าใจผิดในการคิดค้นนวัตกรรม ความรับผิดชอบเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการไม่กล้าตัดสินใจ และการประนีประนอมมากเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือสิ่งใหม่ๆ ต้องเกี่ยว ข้องกับคนจำนวนมาก การพยายามให้ทุกคนเห็นพ้องต้องกันหมด คือการฆ่าความคิดสร้างสรรค์ และทำลายความไม่เหมือนใครและความโดดเด่นของความคิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น

Inflection point

การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีหรือพฤติกรรม ผู้บริโภคที่เป็นสิ่งค้ำจุนอุตสาหกรรม เรียกว่าจุดเปลี่ยน inflection point การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันอาจทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการในอุตสาหกรรมนั้น กลายเป็นสิ่งที่ตกยุคไปในชั่วพริบตา ดังนั้น คุณจึงต้องสามารถแทนที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีอยู่ด้วยผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ ที่ทันสมัยกว่า หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันของคุณ

ผู้แต่งชี้ว่า โกดักเป็นบริษัทที่เจอปัญหา inflection point อยู่เสมอ ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ต่อต้นทศวรรษ 2000 การถ่ายรูปดิจิตอลกลายเป็นความนิยมอย่างรวดเร็ว ยอดขายกล้องดิจิตอลพุ่งพรวดขึ้น 30-50% ต่อปี แต่โกดัก ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน แม้ว่าต่อมาโกดักจะออกกล้องดิจิตอลที่มีคุณภาพสูง แต่โกดักมักจะสายเสมอในตลาด และตามไม่ทันก้าวย่างที่รวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่นำตลาดโดยแคนนอนและคู่แข่งรายอื่นๆ



upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide



 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย