Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 



new releases
Manager 360 aStore






 
Stop Workplace Drama
ผู้เขียน: Marlene Chism
ผู้จัดพิมพ์: John Wiley & Sons
จำนวนหน้า: 229
ราคา: $24.95
buy this book

การนินทาว่าร้าย การแก่งแย่งชิงอำนาจภายในบริษัท พนักงานไม่ยอมร่วมมือกัน คืออาการของการเกิด “สถานการณ์เหมือนดังละครน้ำเน่า” (workplace drama) ขึ้นในที่ทำงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ทำให้พนักงานดีๆ ของบริษัทเกิดความท้อแท้ ขัดขวางการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและการสร้างผลกำไรของบริษัท ตลอดจนส่งผลกระทบต่อประสิทธิผลขององค์กร Marlene Chism ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและนักพูดระดับชาติ ได้แนะนำวิธีกำจัดความคิดลบที่ทำให้เกิดละครน้ำเน่าในที่ทำงานเหล่านั้น พร้อมกับชี้ให้เห็นช่องว่าง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด drama ในที่ทำงาน นั่นคือ ช่องว่างระหว่างสิ่งที่บริษัทกำลังเป็นอยู่กับเป้าหมายที่บริษัทต้องการจะไปให้ถึงและช่องว่างทางจิตวิทยา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคนเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและความกลัวการเปลี่ยนแปลง oyho

We don’t do drama here

ผลการศึกษาวิจัยจากหน่วยงานและบริษัทมากกว่า 15 แห่ง ในสหรัฐฯ พบว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานลาออกและต้องรับพนักงานใหม่คือ 3,500 ดอลลาร์ต่อคน โดยคิดรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การรับสมัคร การสัมภาษณ์ การว่าจ้าง การฝึกอบรม และประสิทธิภาพที่ลดลง ผลการศึกษาบางอันระบุว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อต้องรับพนักงานใหม่แทนพนักงานที่ลาออก มากถึง 30-50% ของเงินเดือนของพนักงานระดับล่าง และอาจสูงถึง 400% ถ้าหากเป็นพนักงานระดับสูงหรือผู้เชี่ยวชาญ

สาเหตุที่ทำให้พนักงานลาออกจนต้องรับพนักงานใหม่และ ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงดังกล่าวข้างต้น ก็คือการเกิดละครน้ำเน่าในที่ทำงาน โดยที่สาเหตุอันดับ 1 ที่เกิดจากสถานการณ์น้ำเน่าและทำให้พนักงานลาออก คือปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง

นอกจาก “ละครน้ำเน่า” จะเกิดขึ้นในที่ทำงานแล้ว ยังอาจ เกิดขึ้นที่บ้านด้วย คุณอาจคิดว่าปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในครอบครัวของคุณ คือการทะเลาะกันระหว่างคุณกับคู่ของคุณ แต่ที่จริงแล้ว ปัญหาที่แท้จริงคือ “เวลา” ทั้งหมดที่คุณต้องเสียไป จากการพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหาต่างหาก จึงเป็นปัญหาที่แท้จริง คุณมักหลีกเลี่ยงการหันหน้ามาคุยกัน เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ปัญหาที่แท้จริงยังรวมถึงความล้มเหลวในการรับฟังความจริงหรือพูดความจริง ทั้งกับคนอื่นและกับตัวคุณเอง

สถานการณ์ที่ทุกคนหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหา สร้างปัญหาให้กับเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน เพราะมันขัดขวางประสิทธิภาพการทำงาน และที่แย่ที่สุดคือ ถ้าคุณหาต้นตอปัญหาที่ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำเน่าไม่พบ คุณจะไม่สามารถ หยุดมันได้ เพราะเราจะมัวแต่เสียเวลาไปแก้ที่อาการของมัน แทนที่จะมุ่งแก้ที่ต้นเหตุ ซึ่งทำให้เกิดละครน้ำเน่าในที่ทำงาน

สิ่งหนึ่งที่คุณต้องแยกแยะให้ออกคือ สถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในที่ทำงานนั้นเป็นเพียงสถานการณ์ แต่ปฏิกิริยาของคุณหรือการรับมือของคุณต่อสถานการณ์นั้นๆ ต่างหาก จึงเป็นปัญหาที่แท้จริงของคุณ แม้ว่าคุณอาจไม่สามารถหยุดสถานการณ์ น้ำเน่าในที่ทำงานได้ แต่สิ่งที่คุณสามารถหยุดได้ คือปฏิกิริยาของคุณ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ คุณอาจไม่สามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ แต่คุณสามารถเรียนรู้ที่จะจัดการหรือ แม้แต่เปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาของคุณต่อสถานการณ์นั้น

ละวางการต่อต้าน

องค์ประกอบของสถานการณ์น้ำเน่ามี 3 ข้อคือ 1) การขาดความชัดเจน 2) ปัญหาสัมพันธภาพ 3) การต่อต้าน

คงจะเป็นการดี หากการเป็นผู้นำเป็นเรื่องง่ายๆ แค่การกำหนดเป้าหมายที่ไปถึงได้ หลังจากพูดคุยสื่อสารกับทุกคนแล้ว ทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจกันเดินไปให้ถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่ในความเป็นจริง ชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้นำที่เก่งมาจากไหนก็ตาม คุณจะต้องได้พบกับปัญหาหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดนั่นคือ การถูกต่อต้าน ความจริงแล้ว ผู้นำต้องพบกับการถูกต่อต้านอยู่เป็นประจำทุกวัน พนักงานไม่ยอมทำงานร่วมกัน พนักงาน ที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงในบริษัท แม้กระทั่งตัวผู้นำเองก็อาจจะกำลังต่อต้านส่วนที่ยากที่สุดในงานของตัวเอง

การต่อต้านคือ “การไม่ยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่” คุณหลีกเลี่ยง เพราะคุณไม่ต้องการเผชิญหน้ากับสิ่งใดก็ตาม ที่คุณไม่ต้องการ เผชิญกับมัน คุณบ่น เพราะคุณไม่สามารถจัดการสถานการณ์บางอย่างได้ คุณพร้อมระเบิดอารมณ์ หากคุณไม่ยอมรับคนต้องเกี่ยวข้องด้วย กี่ครั้งกี่หนที่คุณต้องทนฟังเพื่อนคนเดิมบ่นเรื่องเดิมๆ เกี่ยวกับเจ้านายของเธอ หรือสามีของเธอ การบ่นคือการไม่เต็มใจ หรือการไม่สามารถปล่อยวางสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม หรือการไม่เต็มใจหรือไม่สามารถที่จะเผชิญหน้า และลงมือเปลี่ยนแปลงในส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้

แนวคิดของการปล่อยวางการต่อต้านคือ คุณจะ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จนกว่าคุณจะยอมรับสถานการณ์ ที่เป็นอยู่ หากคุณโดดเข้าไปแก้ปัญหาทันที ก่อนที่จะละวางความรู้สึกต่อต้าน ก็มีแต่จะทำให้เกิดสถานการณ์ น้ำเน่ามากยิ่งขึ้น คุณจะสามารถแก้ปัญหาได้ ก็ต่อเมื่อคุณยอมปล่อยวางการต่อต้านเท่านั้น

No complaints no excuse no regrets

ตราบใดที่คุณยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ คุณจะต้อง พบเจออุปสรรคที่ขัดขวางความสุขสงบและความเจริญก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา แต่อุปสรรคหรือสถานการณ์น้ำเน่านั้น หาใช่ตัวปัญหาที่แท้จริง หากแต่เป็น “เวลา” รวมถึงความพยายามที่คุณต้องสูญเสียไปกับการติดข้อง อยู่กับอุปสรรคนั้นต่างหาก คือปัญหาที่แท้จริง

การบ่น คำแก้ตัวและการเสียใจในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ไม่ได้แก้ปัญหา แต่กลับทำให้ปัญหานั้นไม่หายไป เราบ่น เมื่อเราเชื่อว่าเราไร้อำนาจ การแก้ตัวเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้คุณติดอยู่กับที่ ไม่ก้าวหน้าไปไหน “มันยากเกินไป” “ฉันแก่เกินไป” “พวกเขาคงเข้าใจ” “ฉันมาสายเพราะรถติด” “ไม่ได้โทรกลับเพราะงานยุ่งมาก” ประโยคเหล่านี้เป็นที่ซ่อนคำแก้ตัว หลายคนแก้ตัวจนเคยชินโดยไม่คิดว่าเป็นการแก้ตัว แต่การแก้ตัวแต่ละครั้งคือดัชนีที่ชี้ว่า คุณกำลังปล่อยให้สถานการณ์ภายนอก ควบคุมชีวิตคุณ การแก้ตัวทำให้คุณไร้อำนาจ และติดอยู่กับที่ ไม่ก้าวหน้า แทนที่คุณจะได้ปรับปรุงตัวเอง และก้าวหน้าไปสู่ความจริงใหม่ที่ดีกว่าเดิม

การเสียใจในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว คือผลที่เกิดจากการแก้ตัวมากเกินไป หรือล้มเหลวในการแก้ไขสถานการณ์มากเกินไป ทำให้คุณต้องสูญเสียลูกค้าไป และสูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาของเพื่อนร่วมงาน การเสียใจภายหลังเป็นเพียงปฏิกิริยา ไม่ใช่การแก้ปัญหา เป็นความล้มเหลวในการคิดต่อไปข้างหน้า และเป็นการดึงดันที่จะทำในสิ่งที่คุณต้องการ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบของมันในอนาคต เมื่อใดที่คุณชัดเจนในคุณค่าจุดยืนของตัวเอง และมีชีวิตที่มีวินัยมากขึ้น คุณจะพบว่าคุณเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วน้อยลง



upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide



 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย