Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 



new releases
Manager 360 aStore






 
The Steve Jobs Way
ผู้เขียน: Jay Elliot
ผู้จัดพิมพ์: Vanguard Press
จำนวนหน้า: 242
ราคา: $25.99
buy this book

Jay Elliot ผู้เขียน The Steve Jobs Way เล่มนี้ เคยเป็นผู้บริหารระดับอาวุโสของ Apple Computer และเป็นเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดของ Steve Jobs เขาจะนำพาผู้อ่านเพลิดเพลินและลงลึกไปในชีวิตการทำงานอันน่าทึ่งของ Steve Jobs การคิดประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ ที่เปลี่ยนแปลงโลกอย่าง Apple II และเครื่องคอมพิวเตอร์ตระกูล Macintosh ไปจนถึงการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมอย่าง iPod, iPhone และ iPad รวมไปถึงปัญหาท้าทายความเป็นผู้นำที่ Jobs ต้องเผชิญและสามารถเอาชนะได้ ผู้อ่านจะได้เห็นหลักการบริหารและความ เป็นผู้นำของ Jobs ผู้มีฉายา “เด็กอัจฉริยะ” (Boy Genius) ผู้เปลี่ยน แปลงโลกแห่งเทคโนโลยี และวิธีการทำงานของเรา การเล่น การบริโภค และการสื่อสารไปอย่างสิ้นเชิง นี่เปรียบเสมือนหนังสือ How to ที่ทุกคนรอคอย ซึ่งจะสอนคุณว่า ต้อง “ทำอย่างไรจึงจะเป็นได้ดั่ง Steve” หนังสือเล่มนี้ยังมีบทสัมภาษณ์ของบุคคลต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของ Apple Computer ด้วย

ผู้บริโภคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ในสายตาของ Jay Elliot ซึ่งใกล้ชิด Steve Jobs มาตลอดชีวิตการทำงาน Jobs เป็น “ผู้บริโภคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” Jobs สร้าง ร้าน iTunes Store และ iPod ขึ้นมาจากความรักในเสียงเพลงของเขา และความต้องการที่จะนำเสียงเพลงติดตัวไปกับเขาด้วยทุกหนทุกแห่ง ความรักในความสะดวกสบายของโทรศัพท์มือถือ แต่ความเกลียดชังในการใช้งานที่แสนยากเย็น หน้าตาที่น่าเกลียด ความหนักและความงุ่มง่ามของมัน ทำให้ Jobs คิดสร้างโทรศัพท์ iPhone ขึ้นมา ทั้งเพื่อตัวของเขาเองและเพื่อคนอื่นๆ ทั้งหมด

Jobs ก้าวหน้า รุ่งเรืองและเปลี่ยนแปลงสังคมได้ เพราะเดินตาม ความรักที่เขามีต่อสิ่งต่างๆ และความรักอันเป็นต้นกำเนิดของการก่อเกิดผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Jobs ได้แทรกซึมไปทั่วทั้งองค์กรของ Apple ตั้งแต่พนักงานต้อนรับไปจนถึงทีมวิศวกรและบอร์ดบริหารของบริษัท

ความสำเร็จอยู่ที่รายละเอียด

Jobs เข้าใจในสิ่งที่หลายบริษัทพยายามจะเข้าใจ แต่ไม่อาจทำได้สำเร็จเหมือนเขา สิ่งนั้นคือ ความง่าย ยิ่ง Jobs เติบโตขึ้นมากเท่าใด ผลิตภัณฑ์ของเขาก็ยิ่งใช้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น เขาให้ความสำคัญ กับการคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และนวัตกรรมที่มีเป้าหมายเดียวคือการไปให้ถึงความสมบูรณ์แบบ นั่นหมายถึงการคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างโดยมีเป้าหมายเดียว ทำทุกอย่างให้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ แต่การจะทำให้ทุกอย่างยิ่งง่ายขึ้นสำหรับลูกค้านั้น กลับยิ่งต้องการการทำงานที่หนักขึ้น และการวางแผนงานที่ละเอียดลออมากยิ่งขึ้น แต่การพิถีพิถันและให้ความสำคัญกับรายละเอียดนี้เอง คือหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่สุดของ Jobs ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเขาประสบความสำเร็จ

เมื่อครั้งที่ Jobs มอบหมายให้ทีมวิศวกรที่ดีที่สุดของเขา เริ่มลงมือทำงานในโครงการลับสุดยอดของบริษัท นั่นคือการสร้าง iPhone นั้น คือการทำสงครามดีๆ นี่เอง การพยายามจะสร้างโทรศัพท์มือถือเป็นงานที่หนักอึ้งและยากอยู่แล้ว สำหรับบริษัทที่ไม่เคยมีภูมิหลังในด้าน โทรศัพท์มือถือมาก่อนอย่าง Apple สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Jobs ตัดสินใจเดินหน้าเข้าหาความท้าทายที่ดูแทบไม่มีทางเป็นจริงไปได้นี้ เป็นเพราะ เขารู้สึกว่า โทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่เขาเคยเห็นมา ใช้ยากเกินไป นี่คือความท้าทายที่สมบูรณ์แบบ สำหรับชายผู้ซึ่งอุทิศตัวให้แก่ความพิถี พิถันในรายละเอียดมาตลอดชีวิต รวมไปถึงให้ความสำคัญกับคุณสมบัติ คู่หูของมันด้วย นั่นก็คือความง่าย

ดังนั้น Jobs ตัดสินใจตั้งแต่แรกเริ่มแล้วว่า โทรศัพท์มือถือที่เขาจะสร้างขึ้นนั้น จะต้องมีปุ่มเพียงปุ่มเดียว

มิไยที่ทีมวิศวกรที่ดีที่สุดของเขา จะพร่ำบอกกับ Jobs นับครั้ง ไม่ถ้วน ในการประชุมร่วมกับ Jobs ทุกๆ หนึ่งหรือสองครั้งต่อสัปดาห์ว่า เป็นไปไม่ได้ที่โทรศัพท์มือถือจะมีเพียงแค่ปุ่มเดียว เพราะไม่มีใครสามารถ จะเปิดปิด เร่งหรือเบาเสียง ใช้งานคุณสมบัติต่างๆ ต่ออินเทอร์เน็ตหรือ ใช้คุณสมบัติอื่นๆ ทั้งหมดที่มีในมือถือได้ ถ้าหากมีปุ่มเพียงแค่ปุ่มเดียว

แต่ Jobs ทำหูทวนลมกับคำบ่นว่าเหล่านี้ และยันกลับไปทุกครั้งว่า “โทรศัพท์นี้จะต้องมีปุ่มแค่ปุ่มเดียว กลับไปคิดมาใหม่”

ถึงแม้ว่า Jobs จะเป็นนักแก้ปัญหาที่เหลือเชื่อ และเป็นต้นกำเนิดของความคิดฉลาดๆ ทั้งหลาย ที่ได้ก่อกำเนิดเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเขามานานหลายปี แต่ Jobs ก็ไม่รู้หรอกว่า จะออกแบบ โทรศัพท์มือถืออย่างไร เพื่อให้มันมีเพียงแค่ปุ่มเดียว แต่ในฐานะที่เขาเป็นผู้บริโภคคนสุดท้าย เขารู้ว่าอะไรที่เขาต้องการ และไล่ให้ทีมวิศวกร ของเขากลับไปคิดใหม่ว่า ทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหานี้ได้

และคุณก็รู้ตอนจบของเรื่องนี้อยู่แล้ว iPhone เครื่องแรกมีปุ่มเพียงปุ่มเดียวจริงๆ

รางวัลแด่คนช่างฝัน

Jobs สัมภาษณ์งานด้วยตัวเอง และได้คนเก่งๆ มากมายมาทำงานให้เขา การจะรู้ว่าใครเก่งจริงหรือไม่ คุณจะต้องไม่หลงทางไปกับ ความประทับใจเมื่อแรกเห็น หรือ first impression แต่จะต้องค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเขาให้พบ บางครั้งคุณอาจพบคนเก่งในที่ที่คุณไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบ

บริษัทจำนวนมากเอาใจพนักงานด้วยการฉลองเล็กๆ น้อยๆ ให้อย่างฉลองวันเกิดหรือวันครบรอบการทำงาน แต่บริษัทที่ถือเอาการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศเป็นหัวใจของการทำงานอย่าง Apple จะฉลอง ให้รางวัลและยกย่องพนักงาน ในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เป็นดาวเด่นของบริษัท นั่นคือคนเก่งและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของ Apple

Jobs เห็นว่า ในเมื่อศิลปินเซ็นชื่อลงบนผลงานศิลปะของตัวเอง ดังนั้น เขาจึงสลักชื่อทีมวิศวกรทุกคนลงในเครื่อง Mac รุ่นแรก Jobs จัดงานเซ็นชื่อวิศวกรลงในเครื่อง Mac ขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1982 วิศวกรทุกคนในทีมที่รังสรรค์เครื่อง Mac รุ่นแรก ต่างเซ็นชื่อลงในกระดาษร่างแผ่นใหญ่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Steve Wozniak หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Apple ร่วมกับ Jobs และเขาได้เซ็นชื่อเล่นของเขาที่ทุกคนรู้จักกันดีลงไปว่า Woz

ลูกค้าที่ซื้อเครื่อง Mac ไป อาจไม่เคยรู้หรือไม่เคยแม้แต่จะสังเกตเห็นลายเซ็นของทีมวิศวกรที่ถูกสลักอยู่ภายในเครื่อง แต่สิ่งที่สำคัญคือวิศวกรทุกคนรู้ และนั่นมีความหมายต่อพวกเขามาก แม้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ทุกครั้งที่ทีมวิศวกรได้เห็นเครื่อง Mac รุ่นคลาสสิก ที่แม้จะถูกทิ้งอยู่ในโรงรถหรืออยู่ในพิพิธภัณฑ์คอมพิวเตอร์ แต่พวกเขาก็ยังคงรู้สึกภาคภูมิใจ ที่ได้รู้ว่า มีชื่อของพวกเขาสลักอยู่ภายในเครื่อง มันเป็นความพึงพอใจอย่างใหญ่หลวงกับการที่ได้รู้ว่า เราได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลิตภัณฑ์อันยิ่งใหญ่

พัฒนาผลิตภัณฑ์แบบองค์รวม

ทุกวันนี้ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในตลาด ประกอบขึ้นมาจากชิ้นส่วนหรือส่วนประกอบที่ไม่ได้ผลิตโดยบริษัทเจ้าของสินค้า แต่ซื้อมาจากบริษัทอื่น ปากกระป๋องครีมโกนหนวดของ Gillette มักมีปัญหาเป็นสนิม เพราะ Gillette ผลิตแต่ครีมโกนหนวด แต่ซื้อกระป๋องจาก supplier ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่มีชื่อเสียง ที่ไม่ต้องมารับรู้เสียงบ่นว่าจากลูกค้า แต่หลังจากที่ Jobs ได้กลับคืนสู่ Apple อีกครั้ง จากที่เคยถูกอัปเปหิออกจากบริษัทที่เขาก่อตั้งมากับมือ Jobs ได้คิดขึ้นมาว่า การจะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดี โดยที่ทีมสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์กับทีมสร้างฮาร์ดแวร์ ต่างคนต่างทำงานโดยไม่เกี่ยวข้อง กันนั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

การรวมการผลิตซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกันตามแนวคิดของ Jobs นี้ Jay Elliot เรียกว่า ทฤษฎีพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบองค์รวม (Whole-Product Theory) ซึ่งกลายเป็นส่วนสำคัญในปรัชญาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Jobs และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Jobs และผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเขา Jobs เชื่อว่า เราไม่สามารถจะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ

กล่าวคือใช้งานได้ดีและสนองความคาดหวังของลูกค้าได้ ถ้าหากบริษัทที่สร้างฮาร์ดแวร์ไม่เป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ด้วย เพื่อทำให้ซอฟต์แวร์ที่คุณผลิตใช้งานได้ดีที่สุด คุณก็จำเป็นต้องควบคุมระบบการผลิตซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทั้งหมด



upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide



 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย