Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 



new releases
Manager 360 aStore






 
See Jane Lead
ผู้เขียน: Lois P. Frankel
ผู้จัดพิมพ์: Warner Business
จำนวนหน้า: 271
ราคา: $22.99
buy this book

ถึงยุคผู้นำแบบนุ่มนวล

ผู้แต่ง Dr. Lois P. Frankel ชี้ว่า สไตล์การเป็นผู้นำแบบ "ออกคำสั่งและควบคุม" ที่ใช้กันมานาน กำลังกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัย ทุกวันนี้พนักงานจะไม่ยอมศิโรราบต่ออำนาจและตำแหน่ง และถ้าหากต้องอยู่ในภาวะจำยอม พวกเขาก็จะยอมเชื่อฟังเพียงต่อหน้า แต่จะแอบต่อต้านลับหลัง และไม่เพียงพนักงานเท่านั้น ที่ต้องการการจูงใจมากกว่าคำสั่ง แต่เพื่อนร่วมงาน อาสาสมัครชุมชน หรือแม้แต่เด็กๆ ต่างชอบผู้นำที่ใช้ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล ในการกระตุ้นและจูงใจพวกเขา มากกว่าผู้นำแบบเดิม

และเมื่อทุกคนกำลังเปลี่ยนมาชอบวิธีการที่นุ่มนวลกว่าและเป็นมิตรมากกว่า ก็ถึงเวลาแล้วที่ผู้หญิงจะก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าและเป็นผู้นำ ผู้แต่งชี้ว่า สไตล์การเป็นผู้นำแบบ "ออกคำสั่งและควบคุม จากบนลงล่าง" ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว และความจริงคือ พฤติกรรมและบุคลิกภาพของผู้นำ ที่ผู้ตามในยุคนี้คาดหวังในตัวผู้นำ ในยุคทศวรรษแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21 นี้ ล้วนเป็นคุณสมบัติที่ผู้หญิงมีอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงจำนวนมากยังลังเลที่จะยอมรับว่าเธอกำลังเป็นผู้นำ และผู้หญิงส่วนใหญ่รู้สึกว่า ผู้หญิงที่ดีไม่ควรเป็นผู้นำ แต่ผู้แต่งยืนยันในหนังสือเล่มนี้ See Jane Lead : 99 Ways for Women to Take Charge at Work and Life ว่า ผู้หญิงไม่เพียงแต่เป็นผู้นำที่ดีได้ แต่ยังสามารถนำทักษะที่ผู้หญิงมีอยู่แล้วมาใช้ในการเป็นผู้นำได้ด้วย

ผู้นำนอกรูปแบบ
ผู้หญิงมักมองไม่เห็นว่าตัวเองเป็นผู้นำ กระทั่งรู้สึกแปลกใจที่พบความจริงว่า แท้จริงแล้วพวกเธอกำลังเป็นผู้นำอยู่ นั่นเป็นเพราะผู้หญิงมีวิธีการนำ ที่ไม่เหมือนกับทักษะการเป็นผู้นำที่ยอมรับกันมาแต่ดั้งเดิม และทำให้ผู้หญิงเอง ก็มองไม่เห็นความเป็นผู้นำในตัวเอง เห็นได้จากการที่เรามีผู้หญิงทำงานเป็นสัดส่วนถึง 46.4% ของคนทำงานทั้งหมดในสหรัฐฯ แต่ผู้หญิงที่มีรายได้สูงสุดกลับมีสัดส่วนเพียง 5.2% และมีผู้หญิงเพียง 7.9% ที่ได้ขึ้นถึงตำแหน่งสูงสุดในบริษัทดีเด่นที่ติดอันดับ Fortune 500

Frankel ต้องการเปลี่ยนแปลงการรับรู้ของผู้หญิงที่มีต่อการเป็นผู้นำนี้ เธอชี้ว่า ผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านดูแลเรื่องในครอบครัวที่แสนจะน่าปวดหัว จัดการกับเรื่องโรงเรียนของลูก งานของตัวเอง และกิจกรรมทั้งหมดของคนในบ้าน เป็นอาสาสมัครของชุมชนหรือโรงเรียนของลูก และเป็นคนที่วางแผนไปเที่ยวพักผ่อนของครอบครัว ซึ่งต้องคำนึงถึงความต้องการของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ทั้งหมดที่ผู้หญิงทำอยู่นี้ คือการทำหน้าที่ของผู้นำ

สอนลูกสาวให้เป็นผู้นำ
Frankel ชี้ว่า ทักษะการเป็นผู้นำที่เป็นจุดแข็งของผู้หญิงมีหลายอย่าง เช่น การมี IQ ทางด้านอารมณ์ความรู้สึกสูง ความสามารถในการกระตุ้นและจูงใจคน ซึ่งเป็นทักษะที่ผู้หญิงใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ผู้แต่งชี้ว่า ผู้หญิงสามารถปรับปรุงทักษะเหล่านั้น และนำไปปรับใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการกว่าได้ เช่น ผู้หญิงสามารถนำทักษะในการเลี้ยงดูลูกๆ ดูแลครอบครัว เตรียมการเลี้ยงอาหารค่ำที่โบสถ์ หรือเตรียมงานละครในชุมชน ไปปรับใช้ในการนำทีม จัดการประชุม และกระตุ้นพนักงานอย่างได้ผล พร้อมยกตัวอย่างผู้นำหญิงที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ Alyce Alston ผู้บริหาร DeBeers North America, Debra Langford ผู้บริหารด้านการจัดการบุคลากรของ Time Warner และ Anne Newbury ผู้บริหารด้านการขายของ Mary Kay

สุดท้าย ผู้แต่งย้ำว่า ผู้หญิงมีคุณสมบัติที่จำเป็นต่อการเป็นผู้นำที่เหมาะกับโลกทุกวันนี้อยู่แล้ว และให้คำแนะนำการเลี้ยงดูบุตรสาวให้เติบโตขึ้นอย่างเชื่อมั่น ในทักษะการเป็นผู้นำที่มีอยู่ในตัวผู้หญิง



upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide



 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย