Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 



new releases
Manager 360 aStore






 
No Man's Land
ผู้เขียน: Doug Tatum
ผู้จัดพิมพ์: Portfolio Books
จำนวนหน้า: 244
ราคา: $24.95
buy this book

บริษัทก็มีช่วงเวลาที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่นเช่นเดียวกับคน ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่ทำอะไรก็รู้สึกงุ่มง่ามเก้งก้าง ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นใคร ทำตัวไม่เป็นมิตรเป็นบางครั้ง และกำลังต้องการคำแนะนำอย่างยิ่งยวด ว่าทำอย่างไรจึงจะรู้ศักยภาพของตัวเอง และสามารถใช้ศักยภาพนั้นได้เต็มที่ Doug Tatum เรียกช่วงเวลาย่างเข้าสู่วัยรุ่นของบริษัทว่า No Man's Land และอธิบายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทเมื่อย่างเข้าสู่ช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ รวมทั้งแนะนำผู้บริหารถึงวิธีนำพาบริษัทผ่านพ้นช่วงเวลานี้ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป

ความทุกข์ของ "วัยรุ่น"

ผู้แต่งชี้ว่า บริษัทที่เพิ่งเริ่มโต ซึ่งหมายถึงบริษัทที่มีลูกจ้างประมาณ 20-100 คน และมีรายได้ต่อปีประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ทุกแห่ง จะต้องพบกับช่วงเวลาที่เหมือนกับเด็กที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งผู้แต่งเรียกว่าช่วง No Man's Land คือช่วงเวลาที่บริษัทกำลังเผชิญปัญหาที่ยังไม่รู้วิธีรับมือกับมัน ใน No Man's Land What to Do When Your Company is Too Big to Be Small But Too Small to Be Big เล่มนี้ จึงสอนวิธีเอาตัวรอดจากช่วงดังกล่าว ซึ่งจะมีปัญหาใหญ่ๆ 4 อย่างคือ การแตกแถวกับตลาด การโตเกินกว่าการบริหาร โตเกินกว่าโมเดลธุรกิจ และโตเกินกว่าเงินที่มี

การแตกแถวกับตลาดคือปัญหาวิกฤติเอกลักษณ์ของบริษัท ผู้แต่งแนะนำให้เจ้าของบริษัทปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นระบบ และว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาแบ่งเบาภาระด้านการหาเงินทุน เพื่อให้เจ้าของบริษัทสามารถทุ่มเทเวลากับการบริหารและวางแผนจัดการกับปัญหาอย่างเต็มที่ แต่ต้องระวังปัญหาถัดมานั่นคือการที่บริษัทโตเกินกว่าการบริหาร โดยต้องแน่ใจว่า ผู้บริหารจากภายนอกที่ว่าจ้างเข้ามา มีแนวทางการทำงานที่ไม่ขัดแย้งกับวัฒนธรรมองค์กรของบริษัท

ส่วนปัญหาบริษัทโตเกินกว่าโมเดลธุรกิจ จะเกิดขึ้นเมื่อบริษัททำงานได้ดีเกินกว่ารายได้ที่สร้างได้ ซึ่งทำให้พนักงานอาจเรียกร้องจากบริษัทมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หากบริษัทไม่สามารถหาเงินมากพอที่จะสนับสนุนในส่วนนี้ บริษัทก็จะขาดคุณค่าที่ยั่งยืนเพียงพอ และขาดศักยภาพที่จะเติบโตอย่างสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาที่สามนี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุดท้าย คือบริษัทโตเกินกว่าเงินที่มี ซึ่งหมายถึงการที่คุณไม่สามารถพยากรณ์กระแสเงินสดของบริษัทได้ ผู้แต่งแนะนำวิธีแก้ปัญหาด้วยการหา CFO เก่งๆ มาช่วยดูแลการเงินของบริษัท เนื่องจากปัญหากระแสเงินสดเป็นปัญหาใหญ่ที่สามารถส่งผลกระทบกับความสามารถในการตัดสินใจของเจ้าของบริษัทได้

ปัญหาทั้งสี่อาจดูเหมือนยากที่จะเอาชนะ แต่ไม่มีบริษัทใดที่สามารถหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่เปรียบเสมือนการย่างเข้าสู่วัยรุ่นของวงจรชีวิตธุรกิจนี้ได้ หากต้องการจะเติบโตต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้แต่งชี้ว่า "แรงเหวี่ยง" จะช่วยให้เจ้าของสามารถนำพาบริษัทผ่านพ้นช่วงเวลาที่ต้องทำงานอย่างหนักนี้ไปได้ แรงเหวี่ยงเกิดขึ้นจากการที่บริษัทมีความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งมาจากการที่เจ้าของ มีความคิดในแง่บวก และสร้างกระบวนการตัดสินใจที่ดี รวมทั้งไม่กลัวที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขบริษัทเป็นครั้งคราว

เติบโตเป็นผู้ใหญ่

ผู้แต่งชี้ว่า บริษัทที่สามารถก้าวพ้นช่วง No Man's Land จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% เป็นเวลา 4 ปี บริษัทเหล่านี้มีจำนวนไม่มากในสหรัฐฯ แต่กลับเป็นบริษัทที่สร้างตำแหน่งงานใหม่มากที่สุด และเป็นหัวหอกของการสร้างสรรค์นวัตกรรม

ผู้แต่งยังมีคำแนะนำอีก 5 ข้อเกี่ยวกับการเติบโต (1) การเติบโตอย่างรวดเร็วต้องมีจุดเริ่มที่ชัดเจน (2) การเติบโตทำให้บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาซึ่งเป็นเรื่องปกติ (3) ไม่มีทางลัดในการผ่านพ้นช่วง No Man's Land (4) No Man's Land จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และ (5) การเติบโตอย่างรวดเร็วมีวันสิ้นสุด ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด เพราะเตือนให้เราตระหนักว่า ความจริงแล้วมีอยู่เพียง 4 อย่างเท่านั้น ที่เราจะต้องทำในธุรกิจ คือ ไม่ทำอะไรเลย (คือไม่ทำให้บริษัทโต) สร้างบริษัทให้โต ขาย หรือปิดบริษัท ผู้แต่งชี้ว่าเจ้าของบริษัทควรใคร่ครวญถึงการตัดสินใจทั้งสี่นี้อย่างรอบคอบ ก่อนที่จะเข้าสู่ No Man's Land



upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide



 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย