Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2546
หมดยุค minimalism             
 





ความนิยมในการออกแบบในสไตล์เรียบแต่โก้กำลังหมดไป โคมไฟระย้าและผนังบุกำมะหยี่กำลังกลับมา

สไตล์การออกแบบที่ยึดหลักเรียบแต่โก้ น้อยคือมากและขรึมแต่หรู ที่เรียกว่า minimalism ดูเหมือนจะหมดยุคแล้ว เห็นได้จากการที่วงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นและเฟอร์นิเจอร์ สถาปัตยกรรมและการตกแต่ง ภายในต่างพากันหันไปหาการออกแบบที่หรูหราขึ้น มีสีสันมากขึ้นและสร้างอารมณ์ร่วมมากขึ้น

ในการออกแบบและตกแต่งบ้าน พื้นคอนกรีตและการติดไฟ เป็นจุดๆ กำลังถูกแทนที่ด้วยพรมโมร็อคโค และโคมไฟระย้าแชนเดอเลียรวมทั้งผนังบุกำมะหยี่ที่หรูหรา ส่วนห้องใต้หลังคาที่สร้างด้วยเหล็กและกระจกก็ถูกตัดทิ้งไปเพื่อทำให้บ้านดูอบอุ่นขึ้น

ตามภัตตาคารและสถานบริการต่างๆ บันไดกระจกกำลังตกยุค ส่วนที่กำลังเข้ายุคคือ ห้องเก็บไวน์ที่สร้างด้วยไม้ขัดเงา ผ้าที่ลงสีด้วยมือและกระจกขอบทอง ส่วนสโมสรเปิดใหม่หลายแห่งใน Manhattan อย่างเช่น Soho House ก็ติดโคมไฟระย้า และใช้เตียงที่ทำจาก ไม้มะฮอกกานี เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้า Selfridge ในกรุงลอนดอนที่ประดับโคมไฟระย้าทุกช่องกระจกด้านหน้าห้าง และตกแต่งห้องลองเสื้อของคุณสุภาพสตรีด้วยผ้าไหมยกดอกจากเอเชีย ทั้งยังกำลังจะเปิดตัวอาคารใหม่ที่จะเป็นศูนย์รวมแฟชั่นแบรนด์เนมโดยเฉพาะ ที่ได้ David Adjaye สถาปนิกที่กำลังฮอตสุดๆ ในอังกฤษยามนี้ มาออกแบบให้อาคารหลังใหม่มีลักษณะเป็นเหมือนอุโมงค์สีแดงขนาดยักษ์ที่แสนหรูหราอลังการ

แต่สุดยอดของสไตล์ "maximalism" ต้องยกให้ภัตตาคาร Sketch ในลอนดอน ที่ทำเป็นเสียงนกร้องทักทายแขกทุกคนที่เดินเข้ามาในภัตตาคารที่เป็นห้องแสดงงานศิลปะด้วย ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในคฤหาสน์สุดหรูที่สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 ผนังห้องน้ำของที่นี่ใช้คริสตัลของ Swarovski มีการใช้แสงเลเซอร์ฉายบทกวีไปปรากฏอยู่บนผนังห้อง ส่วนของหวานถูกจัดโชว์อยู่ในตู้กระจกราวกับเป็นเครื่องประดับอัญมณีอันสูงค่า สำหรับห้องรับประทานอาหารก็ตกแต่งด้วยโคม ไฟระย้า ผนังห้องบุด้วยกำมะหยี่ ส่วนพื้นเป็นโมเสก ราคาค่าตกแต่งทั้งหมด คือ 11 ล้านปอนด์ และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Sketch เพิ่งกวาดรางวัลด้านการออกแบบมามากมาย รวมทั้งรางวัลการออกแบบภัตตาคารยอดเยี่ยมด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นมิได้หมายความว่า สไตล์การออกแบบจะย้อนยุคกลับไปเหมือนสมัยเก่าอีก บรรดานักออกแบบทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ๆ ต่างยืนยันว่า พวกเขายังคงแสวงหาความทันสมัย เพียงแต่อยากเพิ่มความมีชีวิตชีวาและการประดับประดาให้มากขึ้น และก็เริ่มเบื่อสไตล์เรียบโก้เสียแล้ว นักออกแบบหลายคนจึงผสมผสานของเก่าโบราณเข้ากับเทคนิคการออกแบบไฮเทค เพื่อสร้างสรรค์ข้าวของที่ทันสมัยที่สามารถให้ความรู้สึกที่อบอุ่นด้วย ดังเช่นการสร้างสรรค์โคมไฟที่ออกแบบส่วนของโป๊ะให้เป็นลวดลายดอกไม้และใบไม้ที่แสนอ่อนช้อย โดยใช้เทคนิคขั้นสูงในการกัดโลหะด้วยแสง หรือการออกแบบผนังตึกให้สามารถเปลี่ยนสีได้อย่างหลากหลายยามต้องแสงไฟที่แตกต่างกัน

ความงามแบบที่เราเรียกกันว่า minimalism นี้เกิดขึ้นในช่วงสิ้นสุดศตวรรษที่ 19 หรือกว่า 100 ปีมาแล้ว โดยมีต้นกำเนิดมาจากศิลปะแบบ modernism ซึ่งเป็นศิลปะที่ไม่เพียงต่อต้านสไตล์การออกแบบยุคเก่าที่เน้นความหรูหราฟู่ฟ่าเท่านั้น แต่ยังต่อต้านการเมืองและสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูงด้วยนักออกแบบ modernist จึงใช้การออกแบบที่ฉีกเปลือกนอกอันฟู่ฟ่าเกินจริงทิ้ง นี่เป็นวิธีที่จะทำลายชนชั้นทางสังคมด้วย พวกเขารู้สึกว่าวัตถุสิ่งของควรจะเป็นอย่างที่มันเป็นจริงๆ เท่านั้น และนี่ก็คือลักษณะของ minimallism ที่เน้นความเรียบง่ายบริสุทธิ์

อย่างไรก็ตาม minimalism ที่ได้รับความนิยมสุดขีดในช่วงทศวรรษ 1990 นั้นเกิดขึ้นจากการบูมของธุรกิจดอทคอมโดยตรง บรรดาเศรษฐีหน้าใหม่อายุเยาว์อย่างวาณิชธนากรในลอนดอนและพ่อมดไฮเทค ที่ Silicon Valley ซึ่งมีเงินมากกว่าเวลาและรสนิยมต่างอาศัยบ้านที่สร้างสไตล์ minimalism ที่แม้จะออกแบบสไตล์น้อย คือมากแต่ราคาสูงลิ่วเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ และด้วยเหตุที่พวกเขาทำงานหนักและไม่ค่อยได้อยู่บ้าน พวกเขาจึงไม่แคร์ว่าบ้านที่ออกแบบมาอย่างโก้หรูราคาแพง ให้มีบันไดกระจกและห้องครัวที่ต้องขัดถูเป็นเวลาหลายชั่วโมงทุกครั้งหลังใช้ เป็นบ้านที่ไม่น่าอยู่เพียงใด

แต่แล้วฟองสบู่ดอทคอมก็แตกตามด้วยเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ทำให้บรรดาเศรษฐีใหม่กลายเป็นคนเคยรวยในฉับพลัน และพากันหายหน้าจากการเป็นลูกค้าของบ้านหรูสไตล์ minimalism ลูกค้าในปัจจุบันกลายเป็นผู้ประกอบการที่มีอายุในวัยกลางคน ซึ่งมีครอบครัวและต้องการบ้านที่หรูหรา ทว่าอยู่สบายด้วย

ทว่าเหตุการณ์ที่เปลี่ยนรสนิยมของยุคสมัยอย่างแท้จริง กลับเป็นเหตุการณ์ที่เราเรียกกันว่า "ไนน์วันวัน" หรือเหตุสะเทือนขวัญวินาศกรรมตึกแฝดเวิลด์เทรดเมื่อวันที่ 11 กันยา 2 ปีก่อน ซึ่งทำให้คนอเมริกันเปลี่ยนค่านิยมไปโดยสิ้นเชิงหลังจากเหตุการณ์นี้ โดยพวกเขาได้หันหลับไปสู่ความเป็นจริงของการมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น และต้องการบ้านที่พวกเขาสามารถอยู่ได้อย่างสุขสบาย ด้วยประโยชน์ใช้สอยที่ใช้ได้จริงๆ และนี่ก็คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้การออกแบบสไตล์เรียบโก้เสื่อมความนิยม

แปลและเรียบเรียงจาก
Newsweek October 27, 2003
โดย เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย