Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2547








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2547
พระเอกของตลาดหุ้นปี 47             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด
โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด

   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ไทยพาณิชย์, บล.
กิตติรัตน์ ณ ระนอง
ไทยพาณิชย์, บลจ.




อาจจะเป็น speech ส่งท้ายสำหรับปี 2546 ของกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่สามารถฉายภาพของตลาดทุนในปี 2547 ได้ค่อนข้างกระจ่าง

"บทบาทพระเอกของตลาดทุนในปีนี้ จะอยู่ที่ตลาดแรก คือตลาดที่ธุรกิจนำหุ้นออกมากระจายขายให้กับประชาชนโดยตรง ส่วนตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นตลาดรอง และเคยเป็นพระเอกมาในช่วง 2 ปีที่แล้ว จะกลายเป็นพระรองไป" กิตติรัตน์กล่าวบนเวที ในฐานะผู้บรรยายรับเชิญในหัวข้อ "ทิศทางการพัฒนาตลาดทุนไทยในปี 2547"

การบรรยายดังกล่าว เป็นรายการพิเศษของงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน ของบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ ซึ่งจัดขึ้นที่ห้อง Oasis บนชั้นที่ 37 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ในตอนเที่ยงของวันคริสต์มาส ที่เพิ่งผ่านมา

ซึ่งภายในงาน นอกจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ประมาณ 80 คนแล้ว ยังมีผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 2 แห่ง ร่วมรับฟังอยู่ด้วยอย่างใจจดใจจ่อ

กิตติรัตน์เริ่มต้นบรรยายด้วยการฉายภาพให้เห็นถึงพัฒนาการของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วง 2 ปีแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งอาจถือได้ว่าเขาเป็นกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ค่อนข้างโชคร้ายที่สุด เพราะเพิ่งเริ่มต้นทำงานได้เพียง 1 วัน ก็เกิดเหตุการณ์ช็อกโลก คือการก่อวินาศกรรม อาคารเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ใจกลางมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

หลังจากนั้นไม่นาน ก็ยังเกิดปัจจัยจากภายนอกที่เข้ามากระทบกับบรรยากาศการซื้อขายหุ้นอยู่เป็นระลอก ทั้งสงครามรอบใหม่ในตะวันออกกลาง วิกฤติศรัทธาต่อธรรมาภิบาลของผู้บริหาร และผู้สอบบัญชีในตลาดหุ้นนิวยอร์ก รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส

"แต่ปัจจัยทั้งหมด ไม่อาจหยุดยั้งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นไทยได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนแล้วว่าวงจรขาขึ้นของเศรษฐกิจไทยรอบใหม่ได้กลับมาแล้ว"

กิตติรัตน์เคยกล่าวกับ "ผู้จัดการ" ไว้ตั้งแต่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ว่าสิ่งที่เขาต้องการเห็นในระหว่างที่เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คือตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสามารถทำงานเป็นกลไกสำคัญของตลาดทุนได้อย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งที่จะแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จดังกล่าว คือการใช้ตลาดทุน เป็นกลไกในการระดมเงินทุนให้กับภาคธุรกิจ เพื่อใช้ในการขยายกิจการ

ในการบรรยายพิเศษครั้งนี้ เขายังย้ำในจุดเดิม โดยได้กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมา เขาได้พยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจในการกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นอีกครั้ง ซึ่งจากมาตรการต่างๆ ที่ได้ทำมา ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พิสูจน์ได้จากดัชนีราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นจาก 200 กว่าจุดมาถึง 700 จุด มูลค่าการซื้อขายหุ้น ที่เพิ่มขึ้นมาเฉลี่ยวันละ 1.8 หมื่นล้านบาท

ที่สำคัญที่สุด คือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ที่จากวันแรกซึ่งเขาเข้ารับตำแหน่ง ยังไม่ถึง 2 ล้านล้านบาท แต่ปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นมาเป็นกว่า 4 ล้านล้านบาท

ความคึกคักของตลาดหุ้นที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปี ย่อมส่งผลต่อตลาดแรกที่ภาคธุรกิจจะสามารถเข้ามาใช้ปัจจัยนี้ ในการออกหุ้นใหม่ขายกับประชาชนทั่วไปโดยตรงเพื่อระดมทุน ก่อนที่จะนำหุ้นจำนวนนั้นเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ

"ดังนั้นแนวโน้มของตลาดทุนในปี 2547 ไฮไลต์จะอยู่ที่ตลาดแรก เพราะจะเป็นปีที่ธุรกิจมีการขยายงาน และจะมีการระดมทุนโดยตรงจากประชาชนกันเป็นจำนวนมาก"

ซึ่งจากแนวโน้มนี้ เขามองว่าองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการออกหุ้นใหม่ขายกับประชาชนโดยตรงของภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายวาณิชธนกิจของบริษัทหลักทรัพย์ฯ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงหน่วยงานที่จะต้องทำความเข้าใจกับนักลงทุน จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแนวคิดใหม่ เพื่อทำให้การระดมทุนสามารถทำได้โดยสะดวก และโปร่งใส

โดยเฉพาะการจัดสรรหุ้นออกใหม่ของบริษัทหลักทรัพย์ ควรจะต้องกระจายไปถึงผู้มีเงินออมโดยตรง มิใช่ให้เฉพาะผู้ที่เป็นลูกค้าเดิม ซึ่งมีบัญชีซื้อขายหุ้นอยู่กับบริษัทหลักทรัพย์อยู่แล้ว เพราะจะเป็นการทำให้เงินที่เป็นสภาพคล่องล้นอยู่ในระบบของธนาคารพาณิชย์ ไม่สามารถระบายออกมาได้

แต่ที่สำคัญ หน่วยงานที่กำกับดูแล น่าจะต้องมีการปรับกระบวนการพิจารณาการนำหุ้นออกมาขายให้กับประชาชนทั่วไปใหม่

"หากหนังสือชี้ชวน ยังต้องทำให้หนาเท่ากับสมุดโทรศัพท์ กว่านักลงทุนจะอ่านได้จบ ก็ไม่ทันจองแล้ว กระบวนการเหล่านี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยน" เป็นการทิ้งท้ายที่ค่อนข้างชกตรงหมัดที่สุด

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย