Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน16 กุมภาพันธ์ 2547
อวสานลูกครึ่งดิ้นควบแบงก์ล้ม14สิงหาฯ             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย
โฮมเพจ ธนาคารทหารไทย
โฮมเพจ บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
โฮมเพจ ธนาคารนครหลวงไทย
โฮมเพจ ธนาคารรัตนสิน
โฮมเพจ ธนาคารไทยธนาคาร
โฮมเพจ ธนาคารไทยพาณิชย์
โฮมเพจ ธนาคารเอเชีย
โฮมเพจ ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ

   
search resources

ธนาคารไทยพาณิชย์, บมจ.
ชินคอร์ปอเรชั่น, บมจ.
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธน
ธนาคารเอเชีย, บมจ.
ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารเอบีเอ็น แอมโร
ธนาคารทหารไทย
ธนาคารนครหลวงไทย, บมจ.
ธนาคารไทยธนาคาร, บมจ.
ธนาคารยูโอบี รัตนสิน
กระทรวงการคลัง
คอม-ลิ้งค์
สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง, บมจ.
ดีบีเอส กรุ๊ป สิงคโปร์
แคปปิตอล โอเค, บจก.
ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด
ทักษิณ ชินวัตร
ปรีดิยาธร เทวกุล, ม.ร.ว.
สุชาติ เชาว์วิศิษฐ
Banking and Finance




อวสาน 4 ธนาคารลูกครึ่ง ชี้ความล้มเหลวของผู้คุมนโยบายทั้งธปท. และกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะรัฐบาลชุดก่อนที่เปิดโครงการมาตรการ 14 สิงหาฯ สร้าง "ดีบีเอสไทยทนุ-เอบีเอ็นแอมโร เอเชีย-ยูโอบีรัตนสิน-สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด นครธน" สุดท้ายต้องล้างไพ่ใหม่ แฉแบงก์สิงคโปร์ขอถอนตัวตั้งแต่ปี 2546 จน "ทักษิณ-สุชาติ" ต้องเสนอเงื่อนไขใหม่ ขณะที่เอบีเอ็นฯเร่ขายเอเชียนานนับปี

สถานภาพของธนาคารพาณิชย์ไทยวันนี้ยังไม่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะธนาคารลูกครึ่งหรือธนาคารที่ต่างชาติถือหุ้นใหญ่ใน วันนี้อยู่ในฐานะที่ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ช่วงนี้นับเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อธนาคารลูกครึ่ง 4 แห่ง ได้แก่ ดีบีเอสไทยทนุ เอบีเอ็นแอมโรเเอชีย ยูโอบีรัตนสินและสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธน อย่างแท้จริง

แหล่งข่าวธนาคารพาณิชย์วิเคราะห์สถานการณ์ ธนาคารลูกครึ่งว่า ในเบื้องต้นจะเหลือผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ใน 4 ธนาคารจะไม่ถอนตัวคือ ดีบีเอส ยูโอบีและสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ส่วนเอบีเอ็นแอมโรขอถอนตัวโดยขายธนาคารเอเชียทิ้ง โดยวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา กลุ่มยูโอบี คอมลิงค์ สยามเจนเนอรัลแฟคตอริ่ง และธนาคารไทยพาณิชย์ แสดงความจำนงยื่นเสนอซื้อธนาคารเอเชียคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือน

"เอบีเอ็นแอมโรมีนโยบายจะถอนตัวจากธนาคารเอเชียมานานนับปี ติดอยู่ตรงที่ต้นปี 2546 สถานการณ์ไม่เอื้อ เพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ประกอบกับเอบีเอ็นเร่ขายในราคาสูง ถึงตอนนี้เศรษฐกิจฟื้นและมีสนใจถึง 4 ราย โอกาสที่จะขายออกไปมีสูง และที่เป็นไปได้มากที่สุดคือยูโอบี เพื่อนำไปควบรวมกับยูโอบีรัตนสิน"

แหล่งข่าวธนาคารดีบีเอสไทยทนุเปิดเผยว่า ไม่เพียงแต่เอบีเอ็นแอมโรเท่านั้นที่ขอถอนตัว กลางปี 2546 ดีบีเอส สิงคโปร์ก็ต้องการถอนตัวจากไทยทนุ เนื่องจากการลงทุนไม่เป็นไปตามเป้า โดยเฉพาะเป้าหมายการเป็นผู้นำตลาดลูกค้ารายย่อย ส่วนหนึ่งเกิด จากดีบีเอสเองตั้งสมมติฐานผิดพลาด เพราะในความ เป็นจริงวัฒนธรรมและพฤติกรรมลูกค้าคนไทย โดยเฉพาะเรื่องสินเชื่อและหนี้เสียแตกต่างกับสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบและนำไปหารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปรากฏว่านายกฯลงทุนบินไปเจรจากับผู้บริหารดีบีเอสที่สิงคโปร์ นำไปสู่แผนควบรวมดีบีเอสไทยทนุกับธนาคารทหารไทยในที่สุด นอกจากนี้ แผนการเป็นผู้นำลูกค้ารายย่อยถูกสานต่อด้วยบริษัทแคปปิตอลโอเคซึ่งดีบีเอสร่วมทุนกับชิน คอร์ปอเรชั่นในสัดส่วน 40:60

"การที่นายกฯลงทุนเจรจาด้วยตัวเอง เพราะเกรงว่า การถอนตัวของดีบีเอสจะทำลายบรรยากาศการลงทุนของประเทศไทย เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ กำลังได้รับการแก้และเริ่มฟื้นตัวชัดเจน"

เผยแผน 2 ยูโอบีควบ 2 แบงก์รัฐ

แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวว่าการลงทุนของธนาคารลูกครึ่ง 3 รายจากนี้ไป แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ควบรวมกับเพิ่มขนาด ธนาคารที่ควบรวมและชัดเจนแล้วคือ ดีบีเอสที่ลงนามบันทึกความ เข้าใจ (MOU) ที่จะควบรวมกับทหารไทย ขณะที่สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธน ตกลงที่จะเพิ่มขนาดโดยการโอนสินทรัพย์ของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประเทศไทย จำนวน 52,000 ล้านบาท เข้าไว้กับสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธน ทำให้สินทรัพย์ใหม่เพิ่มเป็น 113,677 ล้านบาท เหลือยูโอบีกับเอเชียที่กำลังเจรจา

อย่างไรก็ตาม การควบรวมกับยูโอบีรัตนสินจะทำให้สินทรัพย์ของยูโอบีรัตนสินอยู่ที่ 226,009 ล้านบาท ยังถือเป็นธนาคารขนาดเล็ก ถ้าจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ (Full bank) ก็จะต้องเพิ่มทุน

"หากไม่เพิ่มทุนก็จะต้องควบรวมกับธนาคารที่กองทุนฟื้นฟูถือหุ้นใหญ่คือนครหลวงไทยและไทยธนาคาร แม้ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าฯธปท. ยืนยันว่านครหลวงไทยกับไทยธนาคารยังไม่ควบรวมกับใครในปี 2547 แต่ในอนาคตยังมีโอกาส นอก จากนี้ ถ้ามีการเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯการควบรวมแบงก์ที่กองทุนฟื้นฟูถือหุ้นใหญ่อาจเกิดขึ้นในปีนี้ก็ได้"

แหล่งข่าวกระทรวงการคลังยอมรับว่า ท่าทีของม.ร.ว.ปรีดิยาธรเกี่ยวกับการควบรวมมีความแข็งแกร่งสวนทางกับแผนพัฒนาระบบการเงิน (Financial masterplan) ที่ต้องการให้ธนาคารของรัฐเหลือเพียง 2-3 แห่ง

"ในส่วนของธนาคารไทยธนาคารนั้น หลังจากที่ยกเลิกการเจรจาควบรวมกับบรรษัทเงินทุนอุตสาห-กรรมแห่งประเทศไทย (ไอเอฟซีที) แล้ว ได้ยืนยันว่าไม่ต้องการที่จะควบรวมกิจการกับใคร สำหรับธนาคารนครหลวงไทย เห็นว่าดำเนินการได้อย่างดีอยู่แล้ว และมีความเข้มแข็งสามารถที่จะปล่อยให้ดำเนินการต่อไปได้โดยไม่คิดควบรวมกิจการกับใคร เช่นกัน ดังนั้น ภายในปี 2547 จึงยังไม่เห็นการเปลี่ยน แปลงในธนาคารรัฐที่กองทุนฟื้นฟูถือหุ้นใหญ่" ม.ร.ว. ปรีดิยาธรให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวกระทรวงการคลังกล่าวว่า ทางออกใน เรื่องดังกล่าวคือการทำความเข้าใจกับม.ร.ว.ปรีดิยาธร อีกครั้งเพื่อให้เปลี่ยนใจ หากไม่สำเร็จอาจจะต้องหยิบยกเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯธปท. ไม่เช่นนั้นจะเป็นตัวถ่วงในการพัฒนาระบบการเงินและสร้างความ สับสนให้ผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ เพราะผู้คุมนโย-บายคือกระทรวงการคลังกับธปท.ขัดแย้งกันเอง

ทั้งนี้ เมื่อปี 2541-2542 ธนาคารลูกครึ่ง 4 รายข้างต้น มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นจากคนไทยเป็นต่าง ชาติตามมาตรการ 14 สิงหาฯ สมัยรัฐบาลชวน มีนายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการเห็นความเป็นสากลของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย

"กว่า 5 ปีที่ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นและบริหาร 4 แบงก์ลูกครึ่ง ยังไม่เห็นความเป็นมาตรฐานตามที่รัฐบาลคาดหวัง ปัจจัยแวดล้อมอาจมีส่วนแต่สาเหตุหลักอยู่ที่เงื่อนไขที่ให้ต่างชาติทำให้รัฐเสียเปรียบ โดยเฉพาะในธนาคารยูโอบีรัตนสินและสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดที่มีการชดเชยอัตราผลตอบแทน (Yield Maintenance) และการแบ่งปันกำไร/ขาดทุน (gain/Loss sharing)"

การให้เงื่อนไขดังกล่าว ทำให้ยูโอบีกับสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดไม่จำเป็นต้องขยายสินเชื่อ หากขยาย กิจการแล้วขาดทุนก็มีการชดเชย ทำให้ความเสี่ยงใน การขยายกิจการต่ำ

ยกตัวอย่างบางส่วนของเงื่อนไขที่รัฐบาลโดยกองทุนฟื้นฟูทำกับสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด คือ กองทุนฟื้นฟูตกลงที่จะชดเชยผลตอบแทนและขาดทุนของกลุ่มสินทรัพย์ภายใต้สัญญาการจัดการเงินให้กู้ยืม (CAP) รวม 3.5 หมื่นล้านบาท โดยจ่ายให้เมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 5 ปีนับจากปี 2542 และภายในระยะเวลา 5 ปี จะจ่ายชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปของ CAP ให้ธนาคารทุก 6 เดือน คำนวณจากดอกเบี้ยเงินฝาก+1%

"มาตรการ 14 สิงหาฯไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อระบบธนาคารและเศรษฐกิจ แต่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือการชดเชยผลตอบแทนและกำไรจากสัญญา ยังไม่นับความเดือดร้อนของพนักงานที่ต้องตกงานกับการล่มสลายของผู้ถือหุ้นใหญ่ได้แก่ ตระกูลตู้จินดาในไทยทนุ ตระกูลจันทร์ศรีชวาลาในรัตนสิน ตระกูลหวั่งหลีในนครธน ตระกูลภัทรประสิทธิ์และเอื้อชูเกียรติ ในธนาคารเอเชีย"

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย