Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 มีนาคม 2547
กลุ่มวัสดุก่อสร้างกำไรทะยานโตต่อยอดตลาดสร้างใหม่-ซ่อมแซม             
 


   
search resources

เครือซิเมนต์ไทย
ธนาคารเอเชีย, บมจ.
ซิเมนต์ไทยการตลาด, บจก. - CSM
สยาม ซานิทารี แวร์ อินดัสตรี, บจก.
ซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ท
สหโมเสคอุตสาหกรรม, บมจ.
โรแยล ซีรามิค อุตหสาหกรรม, บมจ.
เซรามิคอุตสาหกรรมไทย, บจก.
กฤช กุลเนตุ
ปัทมน ภิรมย์ภักดี
พิชิต ไม้พุ่ม
สุนทร วัชรสภาพรพงศ์
Sanitary Wares




กลุ่มวัสดุก่อสร้างเติบโตสูง รับผลตรงจากปริมาณบ้านสร้างใหม่ของกลุ่มจัดสรร บ้านสั่งสร้างของตลาดรับสร้างบ้าน และความต้องการซ่อม แซมบ้านของตลาดบ้านมือสอง ควบคู่กับการพัฒนากลยุทธ์บริหาร สินค้า และการตลาด ชี้ กลุ่มซิเมนต์ไทย ยังนำโด่งเป็นที่ 1 ตามด้วยปูนซีเมนต์นครหลวง ขณะที่ กลุ่มกระเบื้องและเซรามิก ปรับตัวและแข่งขันกันเสนอจุดขาย ด้านดีไซน์เป็นหลักในตลาดพรีเมียม เพื่อเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนกำลังซื้อสูง

ตลาดวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวและแข่งขันสูง ตั้งแต่ปี 2546 ต่อเนื่องถึงปี 2547 ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของตลาดบ้านใหม่ ในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การ ขยายตัวของตลาดบ้านมือสอง ทั้งจากพอร์ตธนาคารพาณิชย์ และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ทยอย ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และตกแต่งรับผลดีโดยตรงจากอัตราการขยายตัวดังกล่าว

กลุ่มซิเมนต์ไทย มีผลกำไรนำโด่งเป็นที่ 1 จากหลายกลุ่มธุรกิจ หลักและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ตัวเด่นนอกจากกลุ่มปิโตรเคมีแล้ว เป็นกลุ่มปูนซีเมนต์ที่ทำยอดขายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่อง จากปริมาณ การเร่งสร้างบ้านในคอนเซ็ปต์บ้าน สร้างเสร็จก่อนขาย

อีกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบ โต เป็นกลุ่มกระเบื้อง และสุขภัณฑ์ภายใต้แบรนด์คอตโต้ ที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ 1 ของตลาดที่ยืนอยู่ โดยยุทธศาสตร์หลัก นอกจากช่องจัดจำหน่ายที่เป็นจุดแข็งของกลุ่มซิเมนต์ไทยแล้ว การพัฒนาสินค้าให้มีดีไซน์แตกต่าง และอิงตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์นี้

บริษัท สยามซานิทารีแวร์อินดัสทรี จำกัด ในเครือเซรามิกซิ-เมนต์ไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายสุขภัณฑ์คอตโต้และโตโต้ เน้นให้ความ สำคัญด้านการลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ออกสู่ตลาด อย่างต่อเนื่อง ด้านคุณภาพและดีไซน์

กุลยุทธ์ของคอตโต้ในปีนี้ พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ "Never Ending Ideas...from Cotto" ด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ของสินค้าอิงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

นายกฤช กุลเนตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิเมนต์ไทยการตลาด จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมยอด ขายวัสดุก่อสร้างในปี 2547 จะขยาย ตัว 12-15% เนื่องจากการก่อสร้างภาครัฐ เช่น บ้านเอื้ออาทร โครง- การสนามบินสุวรรณภูมิ และการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุตกแต่งบ้านจะมีการขยายตัวค่อนข้างสูง สืบเนื่องจากยอดการโอนบ้านของปี 2545-2546 ที่คนพร้อมจะย้ายเข้าอยู่ สิ่งของเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน จึงเป็นสิ่งจำเป็นตามมา

ในส่วนของซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท มีส่วนแบ่งตลาด 20% ของตลาดวัสดุก่อสร้างโดยรวม ซึ่งการขยายตัวของปี 2546 ต่อเนื่องถึงปีนี้มาจากการขยายสาขาและหาพันธมิตรใหม่เข้ามาในเครือข่าย ล่าสุดจับมือกับสีโจตันเพื่อจำหน่าย ภายในร้านคาดว่าจะทำให้ยอดขาย เพิ่มขึ้น 15-20% ในกลุ่มสี และเคมีภัณฑ์ ที่มียอดขายประมาณ 300 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทฯได้ร่วมกับธนาคารเอเชีย (BOA) ในสัญญา สนับสนุนวัสดุก่อสร้าง เพื่อใช้ในโครงการปรับปรุงบ้านมือสองของธนาคารเอเชียในโครงการ "HEALTHY HOME" ช่วยในการปรับปรุง ให้ผู้ซื้อสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ทันที

นายพิชิต ไม้พุ่ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด กล่าวว่า คอตโต้จะเน้นกลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพของสินค้า การปรับปรุงดิสเพลย์ร้านค้า จัดอบรมพนักงานร้านค้าตัวแทนและช่างปูกระเบื้อง อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ในช่วงหลังจะให้เพิ่มความ สำคัญของการตลาดเพื่อสังคม (SOCIAL MARKETING) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ แบรนด์ คอตโต้

โดยโครงการแรก เป็นการจัดประกวด Diffference Design Awards โครงการจัดประกวดการ ออกแบบงานด้าน ศิลปะ ด้านสถาปัตยกรรม หรืองานตกแต่ง เพื่อให้เกิดแนวความคิดสร้างสรรค์และ เป็นประโยชน์ต่อสังคม แคมเปญดังกล่าวทำกับ ของนิสิตนักศึกษาที่สนใจทั่วประเทศ

นางปัทมน ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรมจำกัด (มหาชน) พัฒนากระเบื้อง ภายใต้ชื่อแบรนด์ อาร์ซีไอ (RCI) กล่าวว่า อาร์ซีไอ จะเน้นการทำตลาดลูกค้าสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นยอดขายและให้ความสำคัญกับการจัดบูทแสดงสินค้าและจัดดิสเพลย์ในกลุ่มตัวแทนจำหน่ายกว่า 300 รายในประเทศ นอกจากนี้ ยังเน้นการสื่อสารภาพลักษณ์ของสินค้าและแบรนด์ในตลาดระดับบน ด้วยการออกแบบดีไซน์ให้ทันสมัยเป็นจุดขาย

ด้านนายสุนทร วัชรสถาพรพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ "ยูเอ็มไอ" กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทจะเน้นทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น โดยจัดตั้ง โครงการ UMI Tile Gallery เพื่อให้คำแนะนำรูปแบบการจัดแสดงสินค้าได้ตามต้องการ เน้นความหลากหลาย ครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาทิ กระเบื้องบุผนังลีลา กระเบื้องปูพื้น ดูราเกรส และ โมเสกยูเอ็มไอ พร้อมให้คำแนะนำในเรื่องของการจัดระบบสินค้าภายในร้าน นำระบบ โมเดิร์นเทรดเข้ามาใช้ สำหรับ การ สั่งซื้อ การจัดส่ง การดูแลและติดตามสินค้า และสามารถหมุน เวียนเปลี่ยนสินค้าใหม่ได้มากขึ้น โดยเฉลี่ยทุก 3 หรือ 6 เดือน ช่วย ลดภาระในการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า และรับสินค้าตามที่ต้องการ คาดว่าจะใช้งบการตลาดและส่งเสริมการขาย กว่า 100 ล้านบาท รวมถึง จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับกลุ่มร้านค้า และโมเดิร์นเทรด ที่มีอยู่กว่า 1,000 รายทั่วประเทศ

ภาพรวมของการแข่งขันของกลุ่มวัสดุก่อสร้างปี 2547 ยังคงเน้นการสื่อสารกับตลาดเป้าหมายผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และกิจกรรมสัมพันธ์กับลูกค้าเป้าหมาย โดยย้ำจุดขายด้านดีไซน์ การลดต้นทุนในการบริหารเครือข่ายร้านค้า และการสร้างแบรนด์เป็นประเด็นหลัก

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย