Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน30 มีนาคม 2547
"NCH"หลุดจอง17%-ลุ้นSPACวันนี้             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง, บมจ.
แกรนด์ แอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์, บมจ.
เอส.แพ็ค แอนด์ พริ้นท์, บมจ.
สมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม
พงศกร เที่ยงธรรม
กฤช เอทเตอร์
Stock Exchange




ลุ้น SPAC เทรดวันนี้ (30 มี.ค.)วันแรกที่ปรึกษาทางการเงินชี้เป็นหุ้นลง ทุนตัวหนึ่ง ด้านเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งสังเวยภาวะหุ้นทรุดปิดที่ 16.60 บาท ต่ำกว่าราคาจอง 3.50 บาท หรือ 17% ผู้บริหารมั่นใจระยะยาวผู้ลง ทุนน่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดีจึงไม่อยากให้นักลงทุนรู้สึกวิตกเนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี

วานนี้(29 มี.ค.)หุ้นบริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ NCH เข้าซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์วันแรกท่ามกลางบรรยากาศการลง ทุนในตลาดหุ้นไทยทรุดตัวลง เนื่องจากสถาน การณ์การก่อการร้ายทางภาคใต้ ส่งผลให้ราคา หุ้น NCH แม้เปิดตลาดได้ที่ 21 บาท และปรับ สูงสุดที่ 21.20 บาท แต่ก็ไม่สามารถยืนเหนือจองได้โดยปิดตลาดที่ราคาต่ำสุด 16.60 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,244.53 ล้านบาท NCH นับเป็นหุ้นใหม่ตัวที่สองของปีนี้ที่ราคาเข้าซื้อขายวันแรกต่ำกว่าราคาจอง โดยตัวแรกได้แก่ บริษัทแกรนด์ แอสเซท จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND

นายสมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ภายใต้ชื่อโครงการ "บ้านฟ้า" เปิดเผยถึงการเข้าทำ การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันแรกโดยมีราคาปิดต่ำกว่าราคาจองที่ 20 บาท ว่าบริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดหุ้นโดยรวมที่มีการปรับตัวลดลงอย่างมากในวันนี้

แต่ทางผู้บริหารของบริษัทมั่นใจสำหรับการลงทุนในระยะยาวนั้นผู้ลงทุนน่าจะได้รับผลตอบ แทนที่ดี เนื่องจากบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีมีการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานานและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดจนมีระบบการบริหารงานที่ดีจึงไม่อยากให้นักลงทุนรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนี้

"ต้องยอมรับในภาวะที่ผันผวนในขณะนี้ เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่งคงไม่สามารถต้านกระแสได้ ถ้ามองจากในช่วงเปิดตลาดเราก็สามารถยืนเหนือราคาจองได้และเมื่อดัชนีมีการปรับตัวลดลงมาก ราคาหุ้นของเราจึงปรับตัวลดลงตามภาวะโดยรวม" นายสมเชาว์กล่าวสำหรับราคาเสนอขาย IPO ที่20 บาทนั้น ไม่ถือว่าเป็นราคาที่สูงเกินไปเนื่องจากบริษัทกำหนดราคาจาก P/Eบริษัทฯที่ 8-9 เท่า ขณะที่P/Eกลุ่มอยู่ที่ 10-12 เท่า จึงได้รับการตอบรับจากนักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อหุ้นของบริษัทฯเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ โดยบริษัทฯจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 เม.ย.ที่จะถึงนี้ เพื่อพิจารณาการจ่ายปันผล ของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทฯคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2547 กว่า 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2546 ที่มีรายได้อยู่ที่ 2,400 ล้านบาท โดยปัจจุบัน บริษัทมีโครงการทั้งหมด 24 โครงการ มูลค่าโครงการ ประมาณ 13,000 ล้านบาท ปิดโครงการไปแล้ว 9 โครงการ และในปี2547บริษัทฯจะมีการลงทุนอีก 4 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการส่วนใหญ่ จะเป็นบ้านเดี่ยว โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้มาลงทุนในโครงการข้างต้นจำนวน 100 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะกู้จากธนาคารไทยพาณิชย์ คิด เป็น 60% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งมีดอกเบี้ย ประมาณ 4-5%

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเตรียมงบประมาณเพื่อ ซื้อที่ดินเพิ่มจำนวน 150 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทฯมีที่ดินอยู่ประมาณ 555 ไร่ นอกจากนี้บริษัทกำลังพิจารณาที่จะซื้อ NPAและ NPL ของธนาคารไทยพาณิชย์ด้วย

ส่วนการที่ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นนั้น ทำให้บริษัทมีต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นประมาณ 6% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯก็ได้มีการปรับราคาบ้านเพิ่มขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 10% ตั้งแต่ปี2546

นายกฤช เอทเตอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัดในฐานะแกน นำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า "วันนี้ตั้งแต่เช้าตลาดปรับตัวลดลงตั้งแต่เช้าสังเกตดูจากทั้งวันมีการเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งค่อนข้างเยอะจะเห็นได้จากวอลุ่มที่มีการซื้อขายที่มีถึง 64.6 ล้านหุ้นมูลค่าการซื้อขายวันนี้สูงถึง 1,244.53 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 9%ของมูลค่าตลาดโดยรวมทั้งๆ ที่มีหุ้นมาเสนอขายแค่ 40 ล้านหุ้น เมื่อการเก็งกำไรมาเจอกับภาวะตลาดที่แย่ลง ตลอดวันทำให้เกิดการเทขายออกมามากโดยเฉพาะช่วงท้ายตลาด ส่งผลให้หุ้นเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งลงมาปิดที่ 16.60 บาทซึ่งทำให้หุ้นเอ็นซีมีราคาถูกมากๆ ที่ค่าพี/อี เรโชที่ 6 เท่ากว่าต่ำกว่าค่าพี/อี เรโชของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอยู่ 11 เท่าทั้งๆที่บมจ.เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จะมีการเติบโตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย"

ในขณะเดียว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ เช่น บล. ธนชาติ จำกัด บล.นครหลวงไทย จำกัด บล.ซิกโก้ จำกัด (มหาชน) บล.แอสเซทพลัส จำกัด (มหาชน) บล.ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) และบล.เกียรตินาคิน จำกัดมองว่าหุ้นของเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี

โดยมีราคาเป้าหมายอยู่ในช่วง 22-30 บาท

นายพงศกร เที่ยงธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิกโก้ แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด กล่าวว่าบรรยากาศ การลงทุนในตลาดที่ค่อนข้างซบเซาจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้นักลง ทุนชะลอการลงทุนในช่วงนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อหุ้นใหม่ที่จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดฯในสัปดาห์นี้ ที่ระดับราคาอาจไม่หวือหวามากนัก

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านักลงทุนสถาบันเริ่มเข้าลงทุนในตลาดฯมากขึ้น เนื่องจากดัชนีตลาดฯและ P/E ตลาดปรับตัวลงมาค่อนข้างมากแล้ว เป็นจังหวะที่นักลงทุนสถาบันจะทยอยเข้าซื้อเก็บหุ้นพื้นฐานส่วนการที่นักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิออกมาอย่างต่อเนื่องนั้น นายพงศกร กล่าวว่าเป็นปกติที่นักลงทุนจะมีการขายทำกำไรเมื่อราคาหุ้นสูงกว่าราคาที่เหมาะสม แต่ขณะนี้ดัชนีตลาดมีการปรับตัวลดลงตอบรับกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดแล้ว เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ความไม่สงบต่างๆคลี่คลายแล้ว นักลงทุน ต่างชาติจะชะลอการขายและอาจกลับเข้าลงทุนในตลาดมากขึ้นได้

นอกจากนี้ นายพงศกร กล่าวเตือนนักลงทุนรายย่อยว่า ในระยะนี้นักลงทุนควรใช้ความระมัด ระวังในการลงทุน และพิจารณาลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัย พื้นฐานดี สำหรับหุ้น บริษัท เอส.แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดฯเป็นวันแรกในวันนี้ (30 มี.ค.2547)นี้ เชื่อว่าราคาที่เสนอขายที่ 17 บาทต่อหุ้น นั้น ไม่ถือว่าเป็นราคาที่สูงเกินไป เ นื่องจากเป็นบริษัท ที่มีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่อง และมีนโยบายการจ่ายปันผลดี เป็นหุ้นที่ควรลงทุนระยะยาว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 มีนาคมตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยได้กำหนดให้หุ้นสามัญของบริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 60 ล้าน หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท รวม 300 ล้านบาท เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ โดยจัดอยู่ในกลุ่ม วัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรม ภายใต้หมวดบรรจุ ภัณฑ์ และใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "S-PAC" เริ่มซื้อขายได้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2547 เป็นต้นไป

นายพงศกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ไตรมาสที่สองนี้ บริษัทเชื่อว่าเมื่อปัญหาต่างๆเริ่มคลี่คลาย และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ มีการขายตัวต่อเนื่อง จะทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการ ลงทุนมากขึ้น และตลาดหุ้นจะกลับมาคึกคัก ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ 2 บริษัท ภายในไตรมาสที่ 2 นี้

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย