Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 พฤษภาคม 2547
TMBรื้อพอร์ตสินเชื่อรุกรายย่อย-ชู"ซีอีโอ"             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารทหารไทย
โฮมเพจ ธนาคารกรุงไทย
โฮมเพจ ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ
โฮมเพจ ธนาคารกรุงเทพ

   
search resources

ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารกรุงเทพ, บมจ.
ธนาคารทหารไทย
ทหารไทย, บลจ.
ไทยประกันชีวิต, บจก.
บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย - IFCT
จรัญประกันภัย, บมจ.
บรรษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์การ - BAM
บรรษัทบริหารสินทรัพย์พญาไท - PAM
ปราการ ทวิสุวรรณ
ไกรทิพย์ ไกรฤกษ์
สุภัค ศิวะรักษ์
ไมเคิล แอนดรูว์ เฮก
Banking




ธนาคารทหารไทยปรับพอร์ตสินเชื่อใหม่หลังควบรวม นำจุดแข็งเพิ่มน้ำหนักสินเชื่ออุปโภคบริโภคและเอสเอ็มอี เผยภายในปี 2548 สัดส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภค-เอสเอ็มอี-รายใหญ่อยู่ที่ 20:50:30 "สุภัค" เผยจะนำเทคโนโลยีดีบีเอสมาขับเคลื่อนโดยใช้เอสเอ็มอีของบรรษัทฯมาต่อยอดธุรกิจ เตรียมปรับโครงสร้างผู้บริหารใช้ระบบซีอีโอคัดเลือกประธานสายงาน 15 คน ประเมินผลงานทุก 2 ปีเพื่อความโปร่งใส

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB) เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในอนาคตว่า ธนาคารตั้งเป้า เป็นผู้นำด้านสินเชื่อ โดยจะให้น้ำหนักเอสเอ็มอีและสินเชื่ออุปโภคบริโภคเป็นแผนการดำเนินงาน ในระยะ 2 ปีข้างหน้า เป้าหมายดังกล่าวเกิดจากการนำจุดแข็งของและบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย (IFCT) ดีบีเอสไทยทนุ (DTDB) และทหารไทยเข้าด้วยกัน

"ภายในปี 2548 ธนาคารจะปรับสัดส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีอยู่ที่ 50% สินเชื่ออุปโภคบริโภค 20% และสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ 30% เป็นการปรับพอร์ตตามจุดแข็งและมองทิศทางสินเชื่อในอนาคต"

ปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อ 520,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อเอสเอ็มอี 53% สินเชื่ออุปโภคบริโภค 12% และสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ 35%

นายสุภัคกล่าวว่า ดีบีเอสไทยทนุความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการบริหารความเสี่ยง มีระบบข้อมูลรายย่อยและสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่มีศักยภาพ ส่วนใช้ลูกค้าเอสเอ็มอีที่แข็งแกร่งของบรรษัทฯเข้ามาช่วยขับเคลื่อน เพราะเอสเอ็มอีของบรรษัทฯสามารถพัฒนาและต่อยอดได้อีก

"ลูกค้า 1 รายจะต้องใช้บริการของธนาคาร มากกว่า 2 ผลิตภัณฑ์ ส่วนฐานลูกค้าขณะนี้มีประมาณ 4 ล้านบัญชี" กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยกล่าว

ธนาคารทหารไทย มีสินทรัพย์ 670,000 ล้านบาท อยู่อันดับที่ 5 ในระบบธนาคารพาณิชย์ไทย แต่สินเชื่อสูงเป็นอันดับ 3 รองจากธนาคารกรุงเทพ และกรุงไทย

ด้านทรัพย์สินอาคารขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่า สำนักงานใหญ่ของดีบีเอสไทยทนุจะเป็นสาขาหลัก ส่วนอาคารที่ถนนแจ้งวัฒนะ จะเป็นศูนย์กลางข้อมูลและเทคโนโลยีรวมของธนาคารใหม่

นายสุภัคกล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารกำลังปรับโครงการการบริหารจัดการ โดยจะเปลี่ยนเป็นระบบซีอีโอหรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีประธานสายงาน 15 สายงาน (เดิมเรียกว่ารองกรรมการผู้จัดการใหญ่) โดยประธานสายงานแบ่ง เป็นสายงานหลักในการหารายได้จำนวน 7 คน และที่เหลืออาจเป็นผู้ช่วยสายงาน

"ตำแหน่งประธานสายงานเราใช้วิธีรับสมัครจากทั้ง 3 แบงก์ มาสอบสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์มีผม มีคุณไกรทิพย์ ไกรฤกษ์ จากบรรษัทฯและไมเคิล เฮก จากดีบีเอสไทยทนุ ตอนนี้มีผู้สมัครรวม 60 คน เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ จะต้องส่งให้บริษัท Hewitt ซึ่งเป็นที่ปรึกษาจากประเทศอังกฤษเป็นผู้สัมภาษณ์อีกครั้ง เพื่อมาตรฐานและความโปร่งใส"

ทั้งนี้ ตำแหน่งประธานสายงานจะมีการประเมินผลงานทุก 2 ปี หากไม่ได้ตามมาตรฐาน ก็จะทำการสรรหาบุคคลใหม่ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง แทน ส่วนโครงสร้างหลักของประธานสายงานทั้ง 7 ได้แก่ สายงานสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค, สายงานลูกค้าธุรกิจ, สายงานเอสเอ็มอี, สายงานบริหารเงิน, สายงานการลงทุนและสายงานการบริหารความเสี่ยง ที่เหลือจะเป็นสายงานสนับสนุน เช่น สายงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น

"เรายังมีทีมย่อยอีก 21 ทีม ที่จะมีผู้บริหาร ของแต่ละสายงานเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแผนและคัดสรรบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ในการจัดตำแหน่งให้เหมาะสมกับสายงานนั้นๆ ซึ่งจะช่วยให้งานของแต่ละฝ่ายมีการเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่หยุดรอการควบรวม ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อองค์กร"

นายปราการ ทวิสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย กล่าวถึงแผนการ ลงทุนในบริษัทในเครือว่า ธนาคารจะใช้ประโยชน์ จากลูกค้าพันธมิตรจากบริษัท ไทยประกันชีวิต, บริษัท จรัญประกันภัย,บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทยและอื่นๆ โดยนำมาขยายฐานสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภค เพราะธนาคารรุกอย่าง จริงจัง

"เรายังติดตั้งจอ Electronics Board ขนาดยักษ์ ที่อาคารสำนักงานใหญ่ดีบีเอสไทยทนุ ถนนสีลม เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ รวมทั้งรายงานการซื้อขายหุ้นแบบเรียลไทม์ได้ด้วย" นายปราการกล่าว

ส่วนแผนการบริหารสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) นายปราการกล่าวว่า รวม 3 ธนาคาร มีมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท แบ่งเป็นธนาคารทหารไทย 18,000 ล้านบาท บรรษัทฯ 10,000 ล้านบาท และดีบีเอสไทยทนุ 4,000 ล้านบาท โดยธนาคารจะใช้วิธีบริหารแล้วขายควบคู่กับขายออกไปอย่างเด็ดขาดเพื่อการเป็น Clean Bank เร็วที่สุด

"หลังจากควบรวมเสร็จคงต้องขายเอ็นพีเอ ยกล็อต แต่จะขายให้กับใครต้องดูรายละเอียด เรื่องราคา"

ที่ผ่านมาธนาคารทหารไทยขายหนี้ที่อยู่กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ (บบส.) พญาไทให้กับ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) จำนวน 60,000 ล้านบาท ในราคาประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท โดยบสก.จ่ายตั๋วสัญญาใช้เงินอายุ 12 ปี อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ยธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย