Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2542








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2542
"PCS" รังใหม่ของภูษิต แสนโสภณ อดีตผู้บริหารโครงการของกลุ่มธนายง             
 


   
search resources

พรอพเพอร์ตี้ แคร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย), บจก.
ภูษิต แสนโสภณ




หลังจากที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทยเข้าสู่ยุคล่มสลาย มีโครงการร้างค้างเติ่งนับ 100 โครงการ บรรดาบุคลากรที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ต่างกระจัดกระจายหาที่พึ่งพิงใหม่ บ้างสมหวัง บ้างปีกหักหลบลี้ไปรักษาแผล แต่รายนี้ อดีตผู้บริหารโครงการทั้งหมดในกลุ่มของธนายง ภูษิต แสนโสภณ ได้งานใหม่ทันทีที่สลัดเก้าอี้จากกลุ่มธนายง ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายทำความสะอาด, กำจัดแมลง และสุขอนามัยภัณฑ์ ของบริษัท พรอพเพอร์ตี้ แคร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือบริษัทรับทำความสะอาดที่มีตัวอักษร PCS สีเหลืองอมส้มเป็นสัญลักษณ์ที่คุ้นตากันนั่นเอง

จากเจ้าบ้านที่เคยเป็นผู้จ้างบริษัทนี้ กลายมาเป็นพ่อบ้านผู้ดูแลงานส่วนหนึ่งของบริษัทนี้เสียเอง ไม่เพียงแต่บทบาทที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แม้แต่ลักษณะการทำงานและหน้าที่ความรับผิดชอบก็แตกต่างจากเดิมมากขึ้นด้วย โดยภูษิตยอมรับว่า งานใหม่ที่เขาเข้ามารับผิดชอบนี้ต้องใส่ใจกับรายละเอียดขององค์ประกอบต่างๆ มากขึ้น เนื่องจากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานคนจำนวนมาก

"โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจการบริการ เราต้องให้ความสำคัญกับงานทางด้านโอเปอเรชั่นเป็นพิเศษ ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ บุคลากร ระบบการจัดการ และหน่วยงานสนับสนุน และขณะนี้บริษัทเรากำลังเข้าสู่มาตรฐาน ISO 9002 โดยถือเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมนี้"

ภูษิตเปรียบองค์กรเป็นเสมือนทีมฟุตบอลหนึ่งทีม ที่มีเป้าหมายสูงสุดคือชัยชนะ และก่อนที่จะชนะได้ต้องมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันชัดเจน โดยผู้เล่นแต่ละคนต้อง ทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์ และประสานกันทุกส่วน จึงจะไปถึง เป้าหมายที่ต้องการได้

อย่างเช่นกองหน้า เขาเปรียบเป็นฝ่ายการตลาดและ ฝ่ายขายที่เป็นฝ่ายต้องออกไปทำประตูหรือหาลูกค้าเข้ามา กองกลางทำหน้าที่เหมือนกับฝ่ายปฏิบัติการ เป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการที่มีมาตรฐานส่งต่อให้กองหน้า โดยมีหน่วยสนับสนุนเป็นกองหลังคอยสรรหาคนที่มีคุณภาพ หรือหาวัตถุดิบที่ดีมาผลิตสินค้าเพื่อส่งต่อให้กองกลาง รวมทั้งต้องคุมทางด้านการเงินด้วย และเมื่อมีการวางระบบ และแบ่งแยกหน้าที่กันดีแล้ว ผู้เล่นแต่ละคนต้องรู้หน้าที่ของตนเองและหมั่นฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ และตัวเขาเองในฐานะผู้จัดการทีมต้องคอยดูว่า พวกเขาทำงานกันเป็นทีมไหม ได้รับการจูงใจในการทำงานที่เหมาะสมหรือไม่ โดยภูษิตมีความเชื่อว่า "นักฟุตบอลในปัจจุบันนี้เล่นเพื่อชนะอย่างเดียวไม่มีแล้ว ต้องมีการอัดฉีดกันด้วย เหมือนกับพนักงานก็ต้องมีการให้รางวัลพิเศษเมื่อผลงานออกมาดี" ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้สามารถนำไปใช้ เพื่อสำรวจจุดบกพร่อง ขององค์กรได้เป็นอย่างดี

ตลอด 6 ปีที่เขาอยู่ในวงการการจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ของธนายง เขาเป็นคนหนึ่งที่เห็นความสำคัญของบริษัทรับทำความสะอาด "การทำธุรกิจอสังหาฯไม่ได้เสร็จสิ้นแค่สร้างเสร็จแล้วขาย แต่ต้องมีการบำรุงรักษา มีการทำบรรยากาศในการอยู่อาศัยให้ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด ซึ่งการบริการดูแลรักษาความสะอาด การรักษาความปลอดภัย การกำจัดแมลงก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัย" นั่นคือความเห็นของเขาเมื่อครั้งที่เป็นผู้ใช้บริการ PCS และวันนี้เขาเป็นพนักงานคนหนึ่งของ PCS แล้ว เขาก็มีมุมมองที่สอดคล้องกันอีกว่า "ผมและพนักงานทุกคนคือคนที่เข้าไปทำให้สิ่งแวดล้อมของที่อยู่อาศัยและอาคาร สำนักงานนั้นๆ ดีขึ้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือพนักงานมีสุขภาพ กายสุขภาพจิตที่ดี สามารถอยู่อาศัยและทำงานได้อย่างมีความสุขซึ่งผมคิดว่าจุดนี้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญและต้องหันมาใส่ใจกันให้มากขึ้น"

ภูษิตเข้ามาอยู่ในองค์กรนี้ได้ประมาณ 7 เดือน นับเป็นเวลาที่น้อยมาก หากเทียบกับประสบการณ์ที่เขาคลุกคลี อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่อาจเป็นความโชคดีของ PCS ที่ได้คนที่มีประสบการณ์มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาร่วมงานด้วย โดยมุมมองของภูษิตเป็นมุมมองของคนที่อยู่ภายนอกมองเข้ามาในองค์กร

สำหรับคู่แข่งที่ผุดขึ้นมาราวดอกเห็ดหรือแม้กระทั่งตึกใหญ่หรือองค์กรใหญ่ทั้งหลายที่น่าจะมาเป็นลูกค้าของ PCS แต่กลับมีหน่วยรักษาความสะอาดของตนเองด้วยเหตุผลเพื่อลดค่าใช้จ่ายแทนที่จะไปจ้างมืออาชีพมาทำ ภูษิตมีความเห็นว่า"ธุรกิจทุกธุรกิจมีผู้เข้ามาแข่งขันได้ตลอดเวลา แต่ว่าแนวโน้มของทุกอุตสาหกรรมในปัจจุบันนี้ ได้พยายามแยกธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เพราะเมื่อไรก็ตาม ที่คุณมีพนักงานของตัวเอง คุณก็ต้องมีค่าจ้างสวัสดิการเพิ่มขึ้นทุกปี พนักงานทำงานไม่ดีจะเลิกจ้างทันทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และถ้าเป็นหน่วยงานทำความสะอาดอย่างนี้แล้ว การลงทุนเพิ่มเติมในเทคโนโลยีก็อาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นในลำดับต้นๆ แต่ถ้าซับคอนแทร็กต์ออกไป และจ้างมืออาชีพมาทำให้ คุณก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเงินเดือนให้ทุกปี และถ้าไม่พอใจในบริการก็สามารถเปลี่ยนบริษัทใหม่ได้"

นอกจากนั้นยังมีบริษัทเล็กบริษัทน้อยที่เกิดขึ้น และใช้ "ราคา" เป็นตัวดึงลูกค้า PCS ในฐานะผู้นำตลาดในอุตสาห-กรรมนี้จึงต้องพยายามยกระดับมาตรฐานและคุณภาพการ บริการของตนเองให้สูงยิ่งขึ้น ด้วยการฝึกอบรมพนักงานทุก คนตามหลักสูตรของ BICS (BRITISH INSTITUTE OF CLEANING SCIENCE) ของอังกฤษ ทั้งยังใช้อุปกรณ์ น้ำยาที่มีคุณภาพสูง และมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยและรวดเร็วด้วย และจากการลงทุนเหล่านี้เองที่ทำให้ "ราคา" ของ PCS สูงกว่าที่อื่นโดยเฉลี่ย ทว่าเมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วก็จะคุ้มค่ากับการลงทุน เพราะ หากคุณภาพไม่ดีโดดเด่นตามราคาที่สูงแล้ว ยักษ์ใหญ่ผู้นำตลาดก็ล้มได้ง่ายๆ เหมือนกัน

"เราจะไม่สู้ที่ราคาแต่เราจะสู้ที่คุณภาพ และในช่วงที่เศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวน้อย เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการหันมาดูในเรื่องของคุณภาพให้ดีที่สุด เพื่อพยายามรักษาฐานลูกค้าเราให้ดีที่สุด ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ถ้าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจบูมจะมุ่งความสนใจไปที่การผลิตเพียงอย่างเดียว ซึ่งคุณภาพก็จะไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร" ภูษิตกล่าว

ยิ่งกว่านั้น ภูษิตมีความมุ่งมั่นที่ต้องการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพการให้บริการด้านนี้ด้วย "ถ้าไม่มีคนที่ทำงานด้านนี้ บ้านเมืองเราคงสกปรกน่าดู ฉะนั้นเราควรให้ความสำคัญกับพวกเขาเหล่านี้ให้มากขึ้นด้วย"

ปัจจุบัน อัตราการขยายตัวของ PCS ลดลงประมาณ 10% ตาม ภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี บริการที่ภูษิตเข้ามารับผิดชอบดูแลคือ ด้าน รักษาความสะอาด กำจัดแมลง และ สุขอนามัย ยังคงเป็นบริการที่สร้างรายได้หลักให้แก่บริษัทในสัดส่วนประมาณ 65-70% ที่เหลือจะมาจากทางด้านบริการรักษาความปลอด ภัย บริการซักรีด และบริการอื่นๆ ส่วนกลุ่มลูกค้าแบ่งออกเป็น กลุ่มอาคารพาณิชย์และอาคารสำนักงาน, กลุ่มรีเทล ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า, กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม, กลุ่มบ้านพัก และกลุ่มโรงพยาบาล โรงแรมและคอนโดมิเนียม

จากพิษทางเศรษฐกิจทำให้การเติบโตของเกือบทุกอุตสาหกรรมหดตัวลงไปมาก ย่อมส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าของ PCS ด้วย ดังนั้นภูษิตจึงต้องหาแผนในการดำเนินธุรกิจมาช่วยเสริมรายได้ในปี"42 นี้ โดยเขามีเป้าหมายที่จะขยายบริการ ทำความสะอาดไปยังห้องครัวของภัตตาคาร และโรงแรมใหญ่ๆ ด้วย รวมถึงการดูแลด้านสุขอนามัยทั้งหมด ในสนามบิน และการดูแลรักษาห้องปลอดเชื้อในโรงงานอุตสาหกรรม ต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้ PCS มีจุดแข็งที่มีบริษัทแม่อย่าง OCS (OFFICE CLEANING SERVICES LTD.) ที่มี ชื่อเสียงและประสบการณ์จากประเทศ อังกฤษ พร้อมที่จะสนับสนุนในการลงทุนและดำเนินธุรกิจอย่างเต็มที่

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย