Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2544








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2544
P & G ซื้อ Clairol             
โดย ฐิติเมธ โภคชัย
 


   
www resources

P&G Homepage

   
search resources

P&G




การเชือดเฉือนประมูลชิงธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ด้านเส้นผมของ Clairol เป็นอีกกาวที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจ หวังเข้าแย่งชิงสถานะผู้นำในตลาดอเมริกา ความมุ่งมาดปรารถนาของพรอคเตอร์ แอนด์แกมเบิล หรือ P&G ที่จะสร้างความเติบ ใหญ่อย่างรวดเร็วในธุรกิจยาย้อมสีผมมีสูง การซื้อ Clairol จึงเป็นหนทางเดียวที่จะได้รับชัยชนะ

P&G ยักษ์ใหญ่แห่งตลาดสินค้าอุปโภค ตัดสินใจซื้อ Clairol หน่วยธุรกิจหนึ่งของ Bristol- Mayers บริษัทด้านเวชภัณฑ์ยาด้วยเงินสด 4.95 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายฐานตลาดยาย้อมสีผม จากเดิมที่ P&G เป็นเจ้าตลาดแชมพู สระผมอยู่ในปัจจุบัน

Clairol เจ้าตลาดเบอร์สองในอเมริกาทางด้านผลิตภัณฑ์น้ำยาย้อมสีผม ตัดสินใจให้ P&G ที่มีตำนานการทำธุรกิจมากว่า 164 ปีเป็นเจ้าของ นั่นหมายความว่าจากนี้ไปการเติบโตด้านผลิตภัณฑ์แชมพูสระผมของ P&G ยิ่งจะเติบโตขึ้นในอัตราสองเท่าของปัจจุบัน

ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคนิยมใช้ในชีวิตประจำวันของ Clairol มียาสีฟันยี่ห้อ Crest หรือผ้าอ้อมเด็ก Pampers และสินค้าอุปโภคอื่นๆ รวมไปถึงสินค้ารักษาผิวพรรณซึ่งสามารถสร้างยอดขายถึง 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ผลิตภัณฑ์แชมพูสระผมสร้างยอดขายได้ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนน้ำยา ย้อมผมสร้างยอดขายได้ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนทางด้าน P&G มีสินค้าแชมพูยี่ห้อ Pantene และ Head and Shoulders

สาเหตุที่ Bristol-Mayers ตัดสินใจขาย Clairol ทิ้งนั้นเนื่องจากต้องการโฟกัสไปยังธุรกิจเวชภัณฑ์ยาซึ่งเป็นธุรกิจหลักเพียงอย่าง เดียว

กว่าที่ P&G จะได้ Clairol มาครอบครองต้องเสนอราคาแข่งขันกับ Japan"s Kao Corporation โดยฝ่ายแรกชนะด้วยการเสนอราคาให้สูงกว่าฝ่ายหลังที่ให้เพียง 4.5 พันล้าน เหรียญสหรัฐ

ชัยชนะครั้งนี้ของ P&G นับเป็นชัย ชนะที่คุ้มค่า แม้ราคาจะสูงและเป็นการลงทุน ครั้งใหญ่สุดของบริษัทซึ่งไม่เพียงสามารถกันคู่แข่งรายใหญ่ด้านผลิตภัณฑ์เส้นผมจากเอเชีย ยังตีกันไม่ให้คู่แข่งสัญชาติฝรั่งเศส เจ้าของผลิตภัณฑ์ L" Oreal เข้ามาเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดอเมริกา

"หลังจาก Clairol เป็นของ P&G แล้วธุรกิจยาย้อมผมจะเติบโตไปอย่างรวดเร็วและ ในอนาคตจะเป็นหน่วยธุรกิจที่เติบใหญ่หน่วย หนึ่งของธุรกิจแชมพูสระผม" Alan Lafley ประธานคณะผู้บริหารของ P&G บอก

การรวมกิจการครั้งนี้ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งหากพิจารณาในแง่ความเป็นชั้นนำของยี่ห้อ แรงจูงใจของยอดขายและประสิทธิภาพการเติบโต "นี่คือชัยชนะของผู้บริโภค ลูกค้า บริษัทและผู้ถือหุ้น"

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เป็นห่วงเกี่ยว กับการที่ P&G รวม Clairol เป็นหน่วยธุรกิจที่มีฐานในซินซินเนติ ในประเด็นพนักงานที่คาด ว่าจะเกินความต้องการ 17,400 คน ขณะที่บริษัทเองได้ออกมาพูดถึงแนวโน้มยอดขายจะไม่โตมากนักรวมถึงความยากลำบากด้านการแข่งขัน

"พวกเขามีอุปสรรคในการจัดการเรื่องนี้ภายในองค์กร" William Steele นักวิเคราะห์แห่ง Banc of America Securities ชี้ "P&G ไม่มีเงินเพียงพอให้กับพนักงานที่จะต้อง ออก แต่กลับมีเงินจ่ายให้กับ Clairol"

ปัจจุบัน P&G เป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของ ตลาดแชมพู ด้วยส่วนแบ่งตลาด 32.2% ขณะที่ Clairol อยู่อันดับ 3 กับส่วนแบ่งตลาด 9.8% รองจาก Unilever

จากการคาดการณ์ตลาดผลิตภัณฑ์แชมพูย้อมสีผมมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 4-6% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะความนิยมของผู้บริโภควัยรุ่นที่กำลังร้อนแรงที่สุด

นักวิเคราะห์ได้พูดถึงความสามารถเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตของ Clairol หลังจากเข้าสู่ชายคา P&G แล้วน่าจะใช้ร่วมกับ Pantene ซึ่งเป็นยี่ห้อที่แข็งแกร่งอย่างมาก และพื้นที่ตลาดเป้าหมายของการลงทุนครั้งนี้อยู่ที่อเมริกาเหนือ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย