Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2547








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2547
เที่ยวอย่างไรดี? (2)             
โดย ธีรัส บุญ-หลง
 





สิ่งที่ควรจะคำนึงเป็นอย่างแรกในการพาญาติผู้ใหญ่ไปเที่ยวคือจะพาพวกท่านไปที่ไหนบ้าง ซึ่งก็ขึ้นกับตัวแปรหลายๆ ตัวแปร ดังเช่น

1. ความชอบส่วนตัวของแต่ละคนในคณะนำเที่ยว รวมทั้งจุดมุ่งหมายที่มา

2. อายุและความแข็งแรงของแต่ละท่าน

3. โรคประจำตัว

ก่อนจะวางแผนการเที่ยว ควรจะถามความเห็น จากพวกท่านทุกๆ คนว่า ต้องการไปที่ไหนบ้าง เที่ยวแบบพักผ่อนดูวิว สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือต้องการไปดูสถานที่สำคัญ หลังจากนั้นก็ควรจะเรียงลำดับความต้องการของแต่ละท่าน แล้วจึงค่อยมาคิดว่าพวกท่านพร้อมที่จะเดินทางกันวันละกี่ชั่วโมงบ้าง รวมทั้งดูแผนที่ หาที่พักระหว่างทางเพื่อทานชา กาแฟ เมื่อพวกท่านเหนื่อย สำหรับครอบครัวที่มีผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว ควรจะดูถึงโรงพยาบาลในละแวกนั้นด้วยเผื่อฉุกเฉิน รวมทั้งเตรียมยารักษาโรคมาให้ครบก่อนเดินทาง เสื้อผ้า ก็ควรเตรียมตามฤดูและสภาพอากาศของแต่ละที่

เมื่อวางแผนว่าไปที่ไหนได้แล้ว ก็ควรจะคิดถึงที่พักอาศัย (Accommodation) ที่พักอาศัยควรจะจอง ก่อนเป็นเดือน โดยเฉพาะสำหรับช่วงฤดูท่องเที่ยว (high season) ปกติที่ยุโรปจะแบ่งประเภทที่อยู่อาศัยชั่วคราวดังต่อไปนี้

1. Hotel (โรงแรม)

ความหมายของ Hotel จริงๆ แล้วคือสถานที่พัก ที่มีห้องอย่างน้อย 6 ห้อง ซึ่งอย่างน้อย 50% ของห้องพักนั้นต้องมีห้องน้ำในตัว Hotel ควรจะมีร้านอาหารสำหรับอาหารเช้าและเย็น

2. International Resort Hotel

คือ Hotel ซึ่งมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สนามกอล์ฟ สระว่ายน้ำ ห้องยิม ร้านอาหาร สุดหรู room service ก็ต้องพร้อม โรงแรมใหญ่ๆ ก็จะ มีสิ่งเหล่านี้ครบ ในขณะที่โรงแรมเล็กๆ แบบ boutique hotel ก็จะมีให้น้อยกว่า แต่จะชดเชยด้วยการบริการชั้นหนึ่ง เช่น มี butler ส่วนตัว หรือมีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ครับ

3. Inn

โรงแรมที่รวมอยู่กับ public house (pub) แบบอังกฤษ จะเป็นห้องเช่าเล็กๆ ไม่เกิน 15 ห้อง ไม่เกี่ยวกับ Holiday Inn นะครับ (โรงแรมมักจะตั้งชื่อได้ต่างๆ นานา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการแบ่งประเภทที่อยู่อาศัยของตัวเองเลย) ตาม inn ต่างๆ นี้ก็จะมีเบียร์กับ ale ที่หายาก บางทีก็หาได้เฉพาะ inn แห่งนั้นเท่านั้น พร้อมทั้งอาหารที่ทำไว้แกล้มเหล้าโดยเฉพาะ inn จึงเหมาะกับผู้ที่หลงใหลในรสชาติแอลกอฮอล์และเฮฮาปาร์ตี้ เวลาผมไปเที่ยวคนเดียวก็ชอบไปแบบนี้ครับ เพราะเราได้พบคนใหม่ๆ ได้เรียนรู้ความคิดความอ่านของเขาที่จะออกมาง่ายขึ้น

4. B&B

B&B ย่อมาจาก Bed and Breakfast คือที่อยู่อาศัยเล็กๆ ที่มีเจ้าของอยู่ด้วย คอยดูแล ค่าอาหารเช้า รวมแล้วกับค่าที่พัก B&B นี้เป็นที่ที่น่าพัก เพราะแต่ละที่แต่ละเมืองก็จะมีบรรยากาศที่แตกต่างกันไป บางที่ก็อยู่ท่ามกลางฝูงแกะ บางที่ก็มีสวนหลังบ้านสุดสวย ข้อดีของการอยู่ B&B คือจะรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน รวมทั้งเจ้าของบ้านอาจแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านอาหาร อร่อยๆ ในท้องถิ่น


5. Restaurant with a Room

คือร้านอาหารที่มีที่พัก ร้านอาหารจะเป็นธุรกิจใหญ่ของธุรกิจนี้ สำหรับผู้ที่ชอบทานอาหารร้านนั้นจริงๆ ร้านมักจะอยู่ไกลจากโรงแรมอื่นๆ พอทานอาหารเย็นแล้วก็พร้อมที่จะเข้านอนเลย แทนที่จะต้องขับรถหรือนั่งรถกลับไปพักที่โรงแรมอีก หลายๆ ที่ เช่น ร้าน The Three Chimneys บนเกาะ Isle of Skye ก็เริ่มจากการเป็นร้านอาหารก่อน พอมีชื่อเสียงแล้วจึงเริ่มเปลี่ยนมามีที่พักในตัว เพราะทราบว่าผู้มาทานหลายคนมาไม่ได้เพราะไม่มีที่พักดีๆ จะค้างในเมือง ร้านจำพวกนี้จะรวมค่าอยู่และค่าอาหารเป็นแพ็กเกจเสร็จสรรพ

6. Self-catering

คือบ้านให้เช่า ส่วนมากจะต้องมากกว่า 2 วันขึ้นไป แต่ส่วนมากจะให้เช่าเป็นอาทิตย์มากกว่า บ้านพวกนี้บางทีก็เป็นแฟลตสวยๆ อยู่ตามตัวเมือง บางครั้งก็เป็นบ้านสงบอยู่ติดริมทะเล มีที่ย่างบาร์บีคิวกินกัน ปกติผมชอบไปพักแบบ self-catering โดยเฉพาะถ้ามากับกรุ๊ปใหญ่ๆ เพราะเทียบกับโรงแรมแล้วคุ้มค่ามากกว่าครับ (บางทีถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง) ถ้าไม่เกี่ยงเรื่อง room service และ facilities หลายๆ ครั้งที่พัก จะประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณ มี Jacuzzi อยู่บนดาดฟ้า ห้องครัวใหญ่ๆ ไว้ทำอาหาร ไวน์และแชมเปญ ดีๆ ที่เจ้าของมาวางไว้ให้ดื่มพร้อมคอลเลกชั่น CD เจ๋งๆ เวลาที่จะจองที่พักประเภทนี้ ควรจะดูที่ Tourism Website ของเมืองนั้นๆ ซึ่งจะมีลิงค์เข้าไปถึงโฮมเพจของที่พักประเภทนี้ ซึ่งจะมีรูปภาพและรายละเอียดต่างๆ คุ้มค่าครับ

7. Service Apartment

อพาร์ตเมนต์ให้เช่า มีการทำความสะอาดเป็นประจำ และมักมีร้านอาหารอยู่ในสถานที่ แบบนี้ที่บ้านเรามีเยอะ ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก

8. Hostels

หอพัก อยู่แบบไม่สบายนัก มีบ้างที่ต้องแชร์ห้อง กับคนไม่รู้จักเป็นสิบ แต่ถ้ามากัน 2-4 คนก็สามารถจอง ห้องส่วนตัวได้ เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการประหยัด หอพักแต่ละที่ก็จะต่างกันไป บางที่ก็มีไว้สำหรับเฉพาะ backpackers คือจะอยู่ใกล้ๆ สถานที่สำคัญในเมือง แต่ราคาจะพอสมควรและไม่สบายนักเมื่อเทียบกับหอพักที่อยู่ห่างออกไป ส่วนมาก hostels จะไม่เหมาะกับผู้ใหญ่ เพราะจะขาดความเป็นส่วนตัว

9. Camping Site

เป็นที่อยู่ใน camp site ส่วนมากจะถูกและอยู่นอกตัวเมือง หากไม่มีเต็นท์ไปเอง สถานที่เหล่านี้มักจะมีเต็นท์หรือไม่ก็รถคาราวานให้เช่านะครับ ผมไป camp site ค่อนข้างบ่อย ที่ผมชอบมากคือ มักจะมีกิจกรรมให้พักผ่อน เช่น เรือแคนูให้เช่า พร้อมทั้งมีทิวทัศน์ที่สวยงามในราคาสุดที่จะย่อมเยา สำหรับในประเทศเมืองหนาว ควรจะไปในช่วงฤดูร้อนอย่างเดียวนะครับ เพราะหน้าอื่นจะหนาว ซึ่งการเที่ยวแบบนี้ก็ไม่เหมาะกันผู้ใหญ่อีกล่ะครับ แต่สำหรับเด็กหนุ่มๆ สาวๆ แล้ว จะสนุกทีเดียว

ข้อพึงระวังในการพาผู้ใหญ่ไปเที่ยวนั้นมีหลายอย่าง ซึ่งผมจะขยายใน Case Studies ฉบับหน้า แต่เนื่องจากเนื้อที่ยังเหลืออยู่ผมขอกล่าวไว้คร่าวๆ นะครับ

1. โรงแรมเล็กๆ กับ B&B หลายแห่งไม่มีลิฟต์

โรงแรม B&B และ Self-catering flats หลายแห่ง เป็น listed building ซึ่งก็หมายความว่าโครงสร้าง ข้างในไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้จึงไม่มีลิฟต์ เวลาผู้ใหญ่ ไปพักถ้าไม่ได้พัก ground floor บางทีจะลำบาก (1st floor ในอังกฤษเป็นชั้น 2 นะครับ) ถึงไม่เป็น listed building เขาก็ไม่ติดตั้งลิฟต์กัน ในบางทีเพราะจะประหยัดควรจะเตรียมตัวจองโรงแรมล่วงหน้า เพราะถ้าจะมี ground floor ก็มีไม่กี่ห้องนะครับ

2. โรงแรมมาตรฐานเทียบกับประเทศไทยไม่ได้

โรงแรมที่เมืองนอกแถบยุโรป ญี่ปุ่น รวมไปถึง อเมริกา ราคาไม่คุ้มค่าราคาเท่าโรงแรมบ้านเราครับ (นอกจากโรงแรม 5 ดาวระดับสูงของเขา) เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงกว่า การบริการจึงน้อยกว่า การพักที่ยุโรปส่วนมากจะคิดค่าโรงแรมเป็นคนมากกว่าต่อห้องครับ บางทีห้องละคนจะจองได้คุ้มกว่าห้องละ 2 คน

3. บรรยากาศไม่เป็นที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่บางท่านไม่ชินกับโรงแรมสไตล์เก่าๆ เช่น คุณยายของผมจะไม่ชอบ 4 poster bed เพราะ นอกจากจะขึ้นยากเนื่องจากเตียงยกสูงมากแล้ว บรรยากาศยังจะทึมมากๆ อีกด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย