Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ตุลาคม 2547








 
นิตยสารผู้จัดการ ตุลาคม 2547
หงุดหงิด             
 


   
search resources

ทักษิณ ชินวัตร
เอกยุทธ อัญชัญบุตร




อาการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่คล้ายกับจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ซึ่งปรากฏออกมาทางหน้าจอโทรทัศน์เกือบทุกช่อง ในวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากถูกผู้สื่อข่าวรุมถามหนัก ๆ เกี่ยวกับเรื่องความเคลื่อนไหวของ "เอกยุทธ อัญชัญบุตร" ที่ออกมาแฉเบื้องลึกความเคลื่อนไหวที่หวือหวาของราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ธนาคารนครหลวงไทย (SCIB-C1) ในช่วงวันที่ 11 กับ 13 สิงหาคม ว่ามีนักการเมืองในซีกรัฐบาล ที่มีชื่อย่อว่า ป. กับ ส. เข้าไปเกี่ยวพันด้วย ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงความหนักแน่นของผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของประเทศ

ไม่น่าเชื่อว่าอดีตผู้ต้องหา ซึ่งเคยถูกหมายจับในความผิดตาม พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ในกรณีแชร์ชาร์เตอร์ เมื่อ 20 ปีก่อน สามารถกลับมาสร้างความ "หงุดหงิดใจ" ให้กับนายกรัฐมนตรี ที่ได้ชื่อว่ามีความสามารถนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติจนพร้อมที่จะลืมตาอ้าปากผู้นี้ ได้ถึงเพียงนี้ !!!

"เอกยุทธ อัญชัญบุตร" สามารถกลับมาสร้างบทบาทอันเป็นสีสันให้กับสังคมไทยครั้งนี้ได้ มิใช่ด้วยเหตุที่ว่าคดีของเขาเป็นอันสิ้นสุด แต่เนื่องจากเขาใช้เวลาในการหลบรอดช่องโหว่ของกฎหมาย ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนานถึง 19 ปี จนคดีหมดอายุความ

เขาเลือกจังหวะการเคลื่อนไหวที่ตรงกับกระแสเสื่อมความนิยมของคนในเมืองหลวงที่มีต่อรัฐบาล ภายใต้การนำของพรรคไทยรักไทย และที่สำคัญ เขาเลือกหยิบประเด็นในการเคลื่อนไหวตรงจุดซึ่งหลายคนมองว่าเป็นจุดแข็งที่สุดของรัฐบาลนี้ คือเรื่อง "หุ้น"

การออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้ด้วยท่าทีที่เกรี้ยวกราดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอดจนการใช้กลไกอำนาจรัฐทุกอย่างที่มีอยู่ในมือ เพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของเอกยุทธ จึงกลายเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกมาพูดกันอย่างกว้างขวาง

อาจมิใช่สาเหตุที่ว่า "สื่อ" ไปให้ความสำคัญกับความเคลื่อนไหวของเอกยุทธมากเกินไปตามความเข้าใจของรัฐบาล แต่อาจกลายเป็นว่ารัฐบาลเองนั่นแหละที่ไปให้ความสำคัญกับกระแสที่เอกยุทธพยายามสร้างขึ้นมามากเกินไป จนทำให้ "สื่อ" จำเป็นต้องติดตามความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

หรืออาจจะด้วยสาเหตุที่ว่าความเคลื่อนไหวของเอกยุทธในครั้งนี้กลับไปจี้เข้าตรงจุดใจดำจุดใดจุดหนึ่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ

มีการวิเคราะห์กันว่าการออกมาเคลื่อนไหวของเอกยุทธครั้งนี้ อาจเป็นเพียงการเริ่มต้นโหมโรง เพราะหลังจากนี้จะเริ่มมีความเคลื่อนไหวในลักษณะเช่นนี้ตามออกมาอีกเรื่อยๆ เพราะเป็นช่วงนับถอยหลังอายุของรัฐบาลชุดนี้ ที่กำลังจะหมดลงในต้นเดือนมกราคมปีหน้า

ถ้ายังตั้งสติไม่ได้ มีการระเบิดอารมณ์ออกมาอีกเมื่อเจอกับประเด็นการเคลื่อนไหวใหม่ๆ คงจะไม่เป็นการดีต่อภาพลักษณ์ ของคนในรัฐบาลนี้แน่ ๆ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย