Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2545
ศุภลักษณ์ อัมพุช ผู้หญิงที่เดอะมอลล์ขาดไม่ได้             
โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
 


   
search resources

ศุภลักษณ์ อัมพุช




ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีอุปนิสัยชอบคิด ชอบริเริ่ม และตัดสินใจเร็ว ไม่ผิดเพี้ยน ผู้เป็นพ่อคนนี้ คือ ศุภลักษณ์ อัมพุช ลูกคนที่ 2 ของศุภชัย อัมพุช ผู้ก่อตั้งเดอะมอลล์ กรุ๊ป กับบุญเลี้ยง ภรรยาคนแรก

ศุภลักษณ์ หรือ "คุณแอ๊ว" ของทุกคนที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขาดแม่ตั้งแต่วัย 8 ขวบและชีวิตที่ไม่มีแม่ในวัยที่ต้องการพ่อแม่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด กลายเป็นเกราะที่สร้างให้ผู้หญิงคนนี้เติบโตอย่างเข้มแข็งในเวลาต่อมา

เธอเล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟังว่า "เวลาพ่อกลับมาจากทำงาน เราก็หลับแล้ว เช้าไปโรงเรียน ก็ก่อนพ่อตื่น เลยต้องอยู่กันเองกับพี่และน้องๆ เพราะคุณพ่อไม่มีเวลา แต่จะสนับสนุนให้ลูกทุกคนเรียนหนังสือให้มากที่สุด ก็ตามใจคุณพ่อ เลยขยันเรียนหนังสือมาก เรียกได้ว่าก่อนสอบนี่ท่องหนังสือหมดเป็นวันๆ เลย"

เพราะขยัน และเป็นเด็กเก่ง มาตั้งแต่เล็กๆ ทำให้เธอได้รับรางวัลเรียนดี ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนมาแตร์เดอี จนกระทั่งสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยมหิดลได้ และศึกษาจบโดยได้เกียรตินิยมอันดับ 1 คณะเภสัชศาสตร์ หลังจากนั้นก็ไปศึกษาต่อด้านปริญญาโท สาขาวิชาเภสัชอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู ประเทศสหรัฐอเมริกา

"ตั้งแต่เรียนชั้นประถมแล้ว ได้รับรางวัลเรียนดี แต่ก็เป็นคนเดียวที่ไม่เคยมีพ่อแม่ไปร่วมแสดงความยินดี ในวันมอบรางวัล เพราะคุณพ่อไม่มีเวลา วันรับปริญญา ทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศ ท่านก็ไม่ได้ไป บางครั้งก็แอบร้องไห้เหมือนกันนะ เวลาเห็นคนอื่นเขามีพ่อแม่ไปร่วมแสดงความยินดีกันคับคั่ง แต่ไม่เสียใจ ไม่โกรธ เพราะรู้ว่าพ่อรักเรามาก แต่ท่านก็ทำงานหนักเพื่อเรามาก" "คุณแอ๊ว" ย้อนอดีตให้ "ผู้จัดการ" ฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ในวัยเด็กที่มาแตร์เดอี เด็กหญิงศุภลักษณ์ มีเพื่อนรักคนหนึ่งที่นั่งใกล้กัน และแย่งกันสอบได้ที่ 1 เป็นประจำคือ ศิริกาญจน์ ศักดิเดชน์ ภานุพันธ์ ณ อยุธยา เจ้าของลิขสิทธิ์กระเป๋าตระกูลลิง Kipling ที่มีบุคลิกแคล่วคล่อง ปราดเปรียวคล้ายๆ กัน และยังไปมาหาสู่อยู่เป็นประจำจนถึงปัจจุบัน

ภายใต้บุคลิกที่เข้มแข็ง ลึกๆ ลงไปแล้ว เธอบอกว่าเป็นเด็กใจอ่อนและขี้อายอย่างมาก แม้แต่เรื่องการเข้าเรียนที่มหิดลนั้น สาเหตุก็มาจากการเรียนสายวิทยาศาสตร์มา แล้วเพื่อนๆ เลยเชียร์ให้เรียนหมอ ประกอบกับเธอเองก็ชอบมหาวิทยาลัยมหิดลอยู่แล้ว แต่เมื่อเข้าไปปีแรก เจอการผ่าศพ แม้แต่การผ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เช่น กบ หนู เธอยังคอยแต่จะเบือนหน้าหนีเลย ในที่สุดก็เลยตัดสินใจย้ายคณะไปเรียนเภสัชศาสตร์แทน เพราะคิดว่าจบมาน่าจะทำอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมยา หรือทำเครื่องสำอางได้

ช่วงเวลาที่ไปเรียนต่อปริญญาโท เธอก็จะชอบเรียนทางด้านคอมพิวเตอร์มากและสามารถทำคะแนนได้สูงสุดในวิชานี้ เธอเคยเล่าว่า พวกฝรั่งงงกันใหญ่ว่าหน้าเหลืองๆ อย่างเราเก่งคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร

ก่อนไปศึกษาต่อเมืองนอกเธอมีโอกาสไปฝึกงานเป็นผู้แทนการขายบริษัทแอตแลนติก จำกัด อยู่ช่วงหนึ่ง และสามารถทำยอดขายได้ทะลุเป้า แต่เพราะความที่ชอบเรียนรู้โลกกว้าง เธอจึงยังไม่ยอมเข้าไปช่วยงานทางบ้านที่ทำธุรกิจด้านบันเทิงแล้วอยู่ในตอนนั้น และขอไปศึกษาต่อปริญญาโท

กลับมาเธอเข้าไปเป็นอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ สาขาเภสัชอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ช่วงหนึ่ง รับเงินเดือนๆ ละ 5,000 บาท แล้วตัดสินใจมาช่วยงานคุณพ่อ ซึ่งกำลังเริ่มทำโครงการเดอะมอลล์สาขาแรก

ว่ากันว่า ศุภลักษณ์ไม่พิสมัยการเป็นนักธุรกิจเลย เพราะเธอชอบในเรื่องการเดินทางท่องเที่ยว และอาชีพที่เธอชอบจริงๆ คือ ดีไซเนอร์ สถาปนิก หรือศิลปินมากกว่า แต่เธออยากช่วยครอบครัวทำงานและเริ่มเบื่องานราชการด้วย ที่สำคัญเธอเองก็ยอมรับว่าคุณพ่อเธอประสบความสำเร็จในอาชีพบันเทิงก่อนหน้านี้ โดยไม่มีดีกรีใดๆ ทางด้านบริหารเลยด้วยซ้ำ

เพราะนิสัยที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ประกอบกับได้กุนซือที่ดีอย่างคุณพ่อ คอยเคียงข้างมาตลอดทำให้ก้าวสู่ผู้หญิงแถวหน้าในวงการธุรกิจศูนย์การค้าเช่นกัน ทั้งๆ ที่มันคนละเรื่องกันเลยกับสาขาวิชาที่เรียนมา

"มีประสบการณ์ในเรื่องการดูทำเลกับคุณพ่อนี่แหละ เพราะท่านชอบไปดูที่ก็สอนเราไปด้วย บางแห่งดูตั้งหลายครั้งกว่าจะตัดสินใจ"

ในเวลานั้น พี่ชายคือสุรัตน์ ซึ่งจบปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จากแคนซัสยูนิเวอร์ซิตี้ สหรัฐอเมริกา มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว เช่นเดียวกับกฤษณา อัมพุช น้องสาวอีกคนที่จบจากมาแตร์เดอี แล้วไปเรียนต่อด้านเลขานุการ ที่ประเทศอังกฤษ และศุภชัยทำงานตั้งแต่สมัยเป็นเจ้าพ่อวงการบันเทิงบนถนนเพชรบุรี นอกจากนั้น ก็ยังมีลักขณา ลูกสาวคุณนงลักษณ์ ภัทรประสิทธิ์ ผู้เป็นป้าทำงานให้กับเดอะมอลล์อยู่แล้วด้วย

เริ่มงานในช่วงแรก ศุภลักษณ์รับผิดชอบในเรื่องของสินค้า และการตลาด รวมทั้งงานทางด้านโฆษณาเป็นหลัก ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการค้า บริษัทเดอะมอลล์ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด ก่อนจะขึ้นรับตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทเดอะมอลล์ชอปปิ้งเซ็นเตอร์ (รามคำแหง) และเป็นรองประธานกรรมการบริหารบริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จนถึงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในปัจจุบัน

จุดแข็งของเดอะมอลล์ที่แตกต่างจากค่ายอื่นมาตลอด และเป็นจุดสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วคือ การทำศูนย์การค้าแบบครบวงจร ที่นอกจากห้างสรรพสินค้าแล้ว ยังมีโรงภาพยนตร์ และเอ็นเตอร์เทนเมนต์อื่นๆ ไว้บริการลูกค้า

ประสบการณ์ทำธุรกิจด้านบันเทิงของศุภชัย ถูกดึงมาใช้กับธุรกิจใหม่อย่างเต็มที่ แต่ความแปลกใหม่ในด้านเอนเตอร์เทนบางอย่าง น่าจะมาจากลูกสาวที่มีโลกทัศน์กว้างไกลและพบเห็นสิ่งต่างๆ มาเกือบทั่วโลกคนนี้

ศุภลักษณ์ อัมพุช เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ในคอลัมน์ห้องสมุดเจ้าสัว ฉบับวันที่ 4 มีนาคม 2543 ว่า

"พอเราอ่านหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มันทำให้เราเกิดจินตนาการและอยากเข้าไปสัมผัสกับจินตนาการนั้น คุณอย่าลืมว่าภาพในหนังสือจะสวยมาก เรามีความสุขอยากไปทันทีและอย่าลืมว่า การเดินทางท่องเที่ยวช่วยกล่อมเกลาให้เราเป็นคนสงบเยือกเย็นมากขึ้นด้วย บางครั้งก็ทำให้เรามองเห็นลู่ทางธุรกิจ"

ในสมัยเรียนอยู่ที่อเมริกาเธอได้ใช้เวลาส่วนหนึ่งท่องเที่ยวไปตามรัฐต่างๆ มากมาย และพบว่ารัฐที่ชอบมากที่สุดคือ โคโรลาโด ที่มีทั้งต้นไม้ภูเขา และสัตว์ป่า

หลังจากได้สัมผัสบรรยากาศของชายหาดมาแล้วทั่วโลก ไม่ว่าในอังกฤษ อเมริกา อิตาลี เยอรมนี ศุภลักษณ์กลับติดใจหาดทราย ท้องฟ้า และเกาะแก่งของหมู่เกาะสิมิลันในเมืองไทยมากที่สุด เช่นเดียวกับบรรยากาศของเกาะสมุย ที่มีความหลังเคยไปเช่าเต็นท์นอนกับเพื่อนๆ สมัยเรียนที่มหิดลมาแล้ว

ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยว่า วันว่างของเธอทุกวันนี้เธอจะไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านส่วนตัวบนเกาะสมุย

"บางครั้งก็ไม่ว่างหรอก แต่เราเครียดมาก ไม่ไหวแล้ว ไปแบบเช้าไปเย็นกลับ บางครั้งไปคนเดียวก็เอา อย่างอาทิตย์ที่แล้วก็ไปเช้าเย็นกลับ ไปว่ายน้ำ นั่งดูทะเล ให้สมองมันว่างๆ แล้วกลับมาลุยงานใหม่ ก็ไปบ่อยจนคนที่แอร์พอร์ตจำได้หมดแล้วล่ะ"

ว่ากันว่า เมื่อเธอเริ่มทำงานใหม่ๆ คุณพ่อหวงมาก เพราะนอกจากจะสวยแล้วยังเป็นผู้หญิงที่เก่งมากด้วย เธอเล่าติดตลกว่า "เขาคงอยากเอาไว้ใช้ใกล้ตัว ใครเข้ามาเลยต้องฝ่าด่านยาก แต่ตอนนี้เขาคงอยากให้ใครมาเอาไปเสียทีละมัง"

วันนี้ ศุภชัยอายุ 73 ปีแล้ว ยังแข็งแรง บ่อยครั้งที่ออกกำลังกายด้วยการตีกอล์ฟ และยังรู้ความเคลื่อนไหวในการทำธุรกิจทุกเรื่อง แม้จะปล่อยวางให้ลูกๆ บริหารไปมากแล้วก็ตาม แต่ในเรื่องสำคัญก็ยังมีส่วนอย่างมากในการตัดสินใจ รวมทั้งมีการเรียกลูกๆ ประชุมอยู่บ่อยๆ เพื่อตามเรื่องงาน แม้บางครั้งลูกๆ ยุ่งมากจนไม่ได้เจอกัน ก็แอบถามจากคนอื่นด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเสมอ

ในวัย 47 ปีนี้ ศุภลักษณ์ อัมพุช ยังเป็นโสด มีชีวิตที่ไม่โดดเดี่ยวนัก เพราะกลุ่มพี่น้องตระกูลอัมพุช กำลังรอวันที่จะย้ายไปอยู่อาณาจักรแห่งใหม่ของครอบครัว ที่กำลังก่อสร้างใหม่ ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า ศุภชัยต้องการให้ลูกๆ ทุกคนได้อยู่รวมกันทั้งหมดอย่างใกล้ชิดในบริเวณเดียวกัน และคงเพื่อให้ตนเองได้อยู่ใกล้ลูกทดแทนวันเวลาที่ผ่านไปเมื่อวัยเด็กของลูกๆ ด้วยกระมัง

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย