Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2545
พาเที่ยวโอกินาวา             
 





ย้อนอดีตไปสู่ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากฝ่ายอักษะที่นำโดยเยอรมนียอมยกธงขาวพ่ายแพ้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ไม่กี่สัปดาห์ และก่อนหน้าอเมริกาจะตัดสินใจทิ้ง ระเบิดปรมาณูใส่ฮิโรชิม่าและนางาซากิของญี่ปุ่นเพียงไม่กี่เดือน ชื่อ "โอกินาวา" โดดเด่นขึ้นมาในฐานะสมรภูมิของการรบพุ่ง ที่ดำเนินไปอย่างโชกเลือดโหดเหี้ยมที่สุดแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สงครามของมนุษยชาติ จนคำว่า "The Battle of Okinawa" คุ้นหูติดปากของคนทั่วโลก

การรบพุ่งครั้งนั้น ทำให้โอกินาวาถูกทำลายชนิดที่เรียกได้ว่าราบเรียบเป็นหน้ากลอง แทบจะไม่เหลือต้นไม้ยืนต้นให้เห็นเลยก็ว่าได้

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง กองกำลังอเมริกาเข้ายึดครองโอกินาวาจนถึงปี 1972 จึงคืนให้ญี่ปุ่น แต่โอกินาวาก็ยังเป็นฐานทัพในเอเชียตะวันออกที่สำคัญที่สุดของอเมริกา

โอกินาวาเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะริวกิวในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เป็นเกาะปะการังทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น อยู่ในภูมิอากาศกึ่งเขตร้อน ห่างจากโตเกียว 2.5 ชั่วโมงบิน ภูมิประเทศยังเขียวชะอุ่มไปด้วยป่าดงดิบ และมีชายหาดขาวสะอาดสวยงาม ที่สำคัญคือ เป็นจังหวัดที่ยังอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นเมืองของญี่ปุ่นไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ยิ่งกว่าญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ แต่ข้อน่าสังเกตคือ เป็นวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลของจีนมาก

บางคนที่ได้ไปเยือนจึงพูดอย่างเต็มปากว่า โอกินาวาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น!

เท่าที่นิตยสาร Stockholm New ไปสำรวจและนำมาถ่ายทอดก็น่าจะไม่ผิดความจริงนัก เพราะที่นี่ให้กลิ่นอายอะไรหลายๆ อย่างที่ผิดแผกจาก "ความเป็นญี่ปุ่น" ที่เราคุ้นเคยจริง

อาหารน่าจะเป็นตัวชี้เด่นชัดที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะผู้ไปเยือนต้องได้สัมผัสเกือบจะทันทีที่ไปถึง ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนก็ตาม

ชาวโอกินาวามีวัฒนธรรมการกินอาหาร รสชาติจืดกว่า ปรุงง่ายกว่า ใช้ศิลปะตกแต่งน้อยกว่าชาวญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ แต่เป็นอาหารที่มีคุณภาพดีกว่า วัฒนธรรมการปรุงอาหารของพวกเขาเป็นตัวอธิบายได้ว่า ทำไมชาวเกาะโอกินาวา จึงได้ชื่อว่ามีอายุยืนที่สุดในโลก ประชากรมีอายุเกิน 100 มีมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์และนักมานุษยวิทยาทั่วโลก ต้องเร่งรุดเดินทางไปศึกษาอย่างเร่งด่วน

ชาวโอกินาวามีคำพูดติดปากเสมอว่า "กินอาหารเป็นยา" จึงต้องคิดอย่างรอบคอบก่อนกินอะไรเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มก็ตาม

อาหารจานเด็ดของพวกเขาคือ เนื้อหมู

ถ้าต้องการเสพศิลปวัฒนธรรม Naha City เมืองท่าทางตะวันตกเฉียงใต้ของโอกินาวารองรับได้เป็นอย่างดี สวรรค์ของคนรักศิลปะการทำเครื่องปั้นดินเผาคือ หมู่บ้าน Yomita ทางตอนเหนือของ Naha ซึ่งเป็นแหล่งทำเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิมของโอกินาวา มีรูปแบบเฉพาะ คือ มีการแสดงออกที่ทรงพลัง การเขียนสีที่โดดเด่น ความแวววาวของแต่ละชิ้นงานสะดุดตามาก เพราะน้ำเคลือบได้ผ่านการเผาในอุณหภูมิสูงมาก โดยใช้เตาเผาขนาดมหึมาเหมือนมังกรยักษ์หมอบหลับบนเนินเขา ซึ่งเป็นเตาเผารูปแบบเฉพาะที่พบที่โอกินาวาและบางแห่งบนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น

เครื่องปั้นดินเผาจึงเป็นศิลปะที่สะท้อนอารมณ์และธรรมชาติของชาวโอกินาวาได้เป็นอย่างดี เพราะดินเหนียว สี และน้ำเคลือบ ล้วนทำจากวัตถุดิบในท้องถิ่นทั้งสิ้น

นอกจากนี้ การที่ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจกับงานหัตถกรรมระหว่างประเทศกันอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นสาเหตุให้ความต้องการเครื่องปั้นดินเผาของโอกินาวามีสูงมาก มีนักสะสมจากอเมริกาและแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น เข้ามากว้านซื้อชิ้นงานดีที่สุดอยู่ตลอดเวลา

สุดยอดแห่งงานศิลปหัตถกรรมที่ทำให้ผู้ไปเยือนตื่นตาตื่นใจสุดๆ เห็นจะเป็นสตูดิโอถักเชือกกล้วย ซึ่งมีกรรมวิธีแบบดั้งเดิมคือ นำก้านกล้วยลงต้มในหม้อเหล็กขนาดมหึมา จากนั้นก็นำขึ้นตากให้แห้ง แล้วฉีกเส้นใยออกเป็นเส้นเชือกตามขนาดที่ต้องการ

งานถักเป็นหน้าที่ของเหล่าหญิงชรา ซึ่งต้องใช้ปลายนิ้วที่แห้งสนิทและคล่องแคล่วผูกเชือกกล้วย ด้วยปมเล็กๆ แล้วฟั่นเป็นเกลียวจนกลายเป็นเส้นยาวแบบเส้นด้าย จากนั้นนำไปย้อมสีและถักโดยรวบเชือกกล้วยเข้าด้วยกัน แล้วผูกปมตรงส่วนปลาย แล้วปล่อยชายเชือกกล้วยห้อยยาวลงมาเป็นลวด ลายสวยงามเรียกว่า kasuri ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาวา งานซับซ้อนและใช้เวลามากขนาดนี้ เมื่อเทียบกับราคาที่ขายกันเมตรละหลายร้อยดอลลาร์จึงไม่แพงเลย

โอกินาวาเป็นสถานตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น แต่สำหรับชาวต่างชาติแล้ว แทบจะไม่มีให้เห็นเลย นอกจากจะเป็นนายทหารประจำฐานทัพที่นี่ซึ่งอยู่ในระหว่างลาพักเท่านั้น สาเหตุสำคัญเป็นเพราะอุปสรรคทางภาษานั่นเอง "ถ้าคุณพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ก็ออกจะอยู่ลำบากและค่าครองชีพก็สูงด้วย"

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย