Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน27 ธันวาคม 2547
ทายาทปิดฉากห้างบางลำภูถอนตัว-หมดทุนฟื้นกิจการ             
 


   
search resources

Shopping Centers and Department store
บางลำภูสรรพสินค้า, บจก.




เจเนอเรชัน 3 "ห้างบางลำภู" ถอดใจโบกมือลาธุรกิจค้าปลีก ประกาศขายกิจการทุกสาขา หลังเจอศึกรอบด้านทั้งภาวะเศรษฐกิจ ค้าปลีกข้ามชาติยึดทุกหัวหาด ไม่มีเงินทุนฟื้นกิจการ สู้ซุ่มเจรจากลุ่มทุนหนาขายสาขาบางโพ หลังยกสาขางามวงศ์วานให้เสี่ยเจริญ ด้านสาขาบางลำพูคิดหนักสุด เป็นเจ้าของที่ดินเพียง 40% ขายไม่ได้ ทำต่อก็ลำบาก

แหล่งข่าวจากบริษัท บางลำภูสรรพสินค้า จำกัด เปิดเผย "ผู้จัดการรายวัน" ว่า ทางคณะกรรมการผู้บริหารของบริษัทฯ ได้ร่วมกันตัดสินใจที่จะขายกิจการห้างสรรพสินค้าบางลำภูทั้ง 3 สาขา ประกอบด้วย สาขาแรกบางลำพู สาขาที่ 2 บางโพ และสาขาที่ 3 งามวงศ์วานตั้งแต่เมื่อปี 2545 แล้ว แต่เนื่องจากสาขางามวงศ์วานเป็นสาขาที่อยู่ในทำเลดีที่สุด จึงเป็นสาขาแรกที่สามารถขายได้ก่อน โดยเปิดเจรจากับหลายรายด้วยกัน แต่ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดกับนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่มีทั้งธุรกิจเบียร์ช้างและธุรกิจศูนย์จำหน่ายอุปกรณ์ไอที และได้เซ็นสัญญาเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมาภายใต้เม็ดเงิน 700 ล้านบาท

ส่วนสาขาบางโพก็อยู่ระหว่างเจรจากับผู้สนใจหลายราย แต่ยังไม่ได้ข้อตกลงที่ชัดเจน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับสาขาบางลำพูซึ่งเป็นสาขาแรกบริษัทก็มีนโยบายที่จะขายเช่นกัน แต่เนื่องจากสาขาดังกล่าวเป็นที่ดินของบริษัทเอง เพียง 40% จากพื้นที่ทั้งหมด 4,000 ตร.ม. ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่เซ้งระยะยาว และพื้นที่เช่าสัญญาปีต่อปี ทำให้ไม่สามารถขายได้ ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องกลับมาพิจารณาสาขาดังกล่าวว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ อาจจะปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสมกับกลุ่มคนที่เดินในย่านนี้ รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ ตัดสินใจที่จะขายกิจการเป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2539 ทำให้บริษัทฯ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก อยู่ในภาวะขาดทุน และเจอภาวะการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่รุนแรงจากการเข้ามาเปิดกิจการของค้าปลีกข้ามชาติที่มีทุนหนา ซึ่งห้างสรรพสินค้าใหญ่ อย่างกลุ่มเซ็นทรัล เดอะมอลล์สามารถอยู่ได้ เพราะมีเงินทุนในการปรับปรุงรูปแบบห้างฯ ในขณะที่บริษัทไม่มีเงินทุนมากพอที่จะดำเนินการปรับปรุงเพื่อลุกขึ้นมาต่อสู้ใหม่แล้ว

นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงที่เป็นเจเนอเรชันที่ 3 ของผู้บุกเบิกห้างฯ ไม่สามารถที่จะสานต่อกิจการได้ ทำให้ห้างสรรพสินค้าบางลำภูอาจจะต้องปิดฉากลงที่เจเนอเรชันที่ 2 ที่ถือว่าใกล้เกษียณงานเต็มที่แล้ว

ห้างสรรพสินค้าบางลำพู สาขาแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2521 ที่ย่านบางลำภู บนพื้นที่ 2 ไร่ สร้างเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น รวมพื้นที่ขาย 4,000 ตร.ม. โดยมีนายเอี๋ยว แซ่อึ้ง เป็นประธานผู้ก่อตั้ง และพัฒนาห้างดังกล่าวมาจากร้านเย็บปักถักร้อย "ห่วงเส็ง" จนเมื่อห้างสรรพสินค้าบางลำภูมีชื่อเสียงมากจากการใช้กลยุทธ์คืนกำไรให้สังคม ผู้ก่อตั้งจึงมีแนวคิดที่จะขยายเพิ่ม เพราะมองเห็นโอกาสในการขยายตัวได้ง่ายของธุรกิจค้า ปลีกในยุคนั้น

เมื่อปี 2528 จึงตัดสินใจเปิดให้บริการสาขาบางโพเป็นสาขาที่ 2 ภายใต้แนวคิด "ซูเปอร์สโตร์" หรืออาคารพาณิชย์ชั้นเดียว พร้อมกับสร้างอาคารจอดรถ 4 ชั้น บนที่ดินที่ซื้อไว้ในย่านดังกล่าวประมาณ 8 ไร่ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกในย่านนี้ หลังจากนั้น 3 ปีเมื่อสาขาบางโพได้รับการตอบรับดี จึงตัดสินใจขยายสาขาเพิ่มอีก 1 แห่งด้วยการหาซื้อที่ดินย่านงามวงศ์วานจำนวน 7 ไร่ และเป็นรายแรกที่เปิดให้บริการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในปี 2532 ก่อนที่กลุ่มเดอะมอลล์จะเข้ามาลงทุน

โครงการห้างสรรพสินค้าบางลำภู สาขางามวงศ์วานนับว่าเป็นโครงการใหญ่ที่สุดในการลงทุนของบริษัทฯ โดยสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ 8 ชั้น มีพื้นที่ขายประมาณ 150,000 ตร.ม. และถือว่าเป็นสาขาที่มียอดขายดีที่สุด จนเข้าสู่ปี 2539 ที่เริ่มได้รับผลกระทบหลายอย่างทั้งภาวะเศรษฐกิจ และการเข้ามาของธุรกิจข้ามชาติดังที่กล่าวมา และจากพื้นฐานที่บริษัทฯ เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว เมื่อประสบปัญหาขาดทุนจึงไม่สามารถที่จะขยายตัวได้อีก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย