Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มีนาคม 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ มีนาคม 2539
โลกของเยอรมนี โลกของซีเมนส์             
 


   
search resources

ซีเมนส์ (ประเทศไทย), บจก.
Telecommunications




เยือนถิ่นเมืองเบียร์ สัมผัสกลิ่นอายของไฮเทคโนโลยี และชมกิจการของซีเมนส์นิกซ์ดอร์ฟ อินฟอร์เมชั่นซิสเท็ม เอจี หรือเอสเอ็นไอ (SNI) หนึ่งในกิจการของ SIEMENS AG

ชื่อที่คนไทยหลายคนคุ้นดีในเรื่องของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่ง คอมพิวเตอร์และการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นระบบหรือตัวสินค้า หลายคนต่างก็รู้กันดีอีกว่าทั้งแกร่งและมีคุณภาพ เช่นทีมอินทรีย์เหล็กแชมป์ฟุตบอลโลกหลายสมัย

การดำเนินธุรกิจของกลุ่มซีเมนส์เอจีครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจพลังงาน, ธุรกิจอุตสาหกรรม, ธุรกิจโทรคมนาคม, ธุรกิจไอที, ธุรกิจขนส่งมวลชน, ธุรกิจเฮลท์แคร์, อุตสาหกรรมส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์, ธุรกิจแสงสว่าง ไปจนถึงธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า มีสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลกกว่า 160 ประเทศ และอีกกว่า 60 ตัวแทนจำหน่าย

ด้วยยอดขายปี 2538 ทั้งกลุ่มบริษัททั่วโลก 88,763 ล้านดอยช์มาร์ค ซึ่งหากเอา 17 ที่เป็นอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณของเงินไทยไปคูณแล้วจะได้ผลลัพธ์ถึงกว่า 1.5 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว เป็นตัวเลขที่สูงมาก มากกว่าเงินงบประมาณประจำปีของรัฐบาลไทยไม่รู้กี่เท่าตัว

และด้วยอายุ 149 ปีกับยอดขายเท่านี้ก็นับว่าสมเหตุสมผลพอสมควร

ทั้งนี้ สำหรับตลาดเอเซียโดยเฉพาะในส่วนภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค ซีเมนส์ขายได้ 8,617 ล้านดอยช์มาร์ค (146,489 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขไม่สู้จะมากนักหากเปรียบกับบริษัทต่างชาติด้วยกัน

"8,617 ล้านดอยช์มาร์คเป็นตัวเลขในส่วนธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์มากที่สุด ซึ่งปีนี้เราก็จะเน้นที่ตลาดเอเซียต่อไป รวมทั้งตลาดอเมริกาด้วย โดยเฉพาะที่ธุรกิจเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารที่ทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดขณะนี้" Dr. Heinrich v. Pierer ผู้อำนวยการและซีอีโอของกลุ่มบริษัทซีเมนส์ กล่าวท่ามกลางสื่อมวลชนทั่วโลกกว่า 200 คน รวมทั้ง "ผู้จัดการ"

ในธุรกิจเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารนี้ ซีเมนส์นิกซ์ดอร์ฟ อินฟอร์เมชั่นซิสเท็ม เอจี หรือ เอสเอ็นไอ (SNI) บริษัทหนึ่งใน 7 ของกลุ่มซีเมนส์ ที่มีสำนักงานอยู่ที่เมืองพาเดอร์บอร์น คือแม่ทัพที่จะออกศึกในเรื่องนี้

ยุทธศาสตร์ของเอสเอ็นไอเริ่มโดยทันทีด้วยการนำพาสื่อมวลชนกว่า 30 ชีวิตในโซนเอเซียแปซิฟิคชมเทคโนโลยีเฉพาะส่วนไอที (Information Technology) กว่า 10 วัน

จากเมืองแฟรงก์เฟิร์ตมุ่งสู่เมืองพาเดอร์บอร์น ระหว่างทางแลเห็นความรักในเชื้อชาติของเขาที่บ่งบอกโดยการใช้สินค้าของประเทศตนเอง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์บีเอ็มดับบลิว อุปกรณ์สื่อสาร เออีจีตลอดจนรถไฟฟ้าของซีเมนส์ ในบรรยากาศท่ามกลางความหนาวเหน็บของหิมะที่ติดลบระหว่าง 5-10 องศาเซลเซียส

เอสเอ็นไอ เกิดจากนิกซ์ดอร์ฟคอมพิวเตอร์เอจีกับแผนกดาต้า ซิสเต็มส์และอินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยีของซีเมนส์เอจีรวมกัน กว่า 6 ปีแห่งการเติบโตที่มีเป็นลำดับ และก็ตีไล่คู่แข่งมาติดๆ ในส่วนของยอดขายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก โดยสามารถสร้างรายได้ช่วงปีที่ผ่านมา 12.8 พันล้านดอยช์มาร์ค (สองแสนกว่าล้านบาท) มากกว่าปี 94 11% ทั้งหมดมาจากในเยอรมันนี 8.3 พันล้านดอยช์มาร์ค (65%) และจากภูมิภาคทั่วโลกอีก 4.5 พันล้านดอยช์มาร์ค (ยุโรป 27% ประเทศอื่นอีก 8%)

ตัวเลข 12.8 ของเอสเอ็นไอนี้แบ่งเป็นสัดส่วนทางธุรกิจการบริการ 22% ส่วนสินค้า 36% และส่วนโซลูชั่นอีก 42% ทั้งนี้หากจะวัดเป็นอันดับโลกแล้ว เอสเอ็นไออยู่ที่ระดับ 11 โดยมีไอบีเอ็มอันดับหนึ่งทิ้งห่างที่ 103.9 พันล้านดอยช์มาร์ค และฮิวเล็ตแพคการ์ดเพื่อนยุโรปด้วยกันเป็นอันดับสอง 36.6 พันล้านดอยช์มาร์ค

ในโซนยุโรป หากไม่นับไอบีเอ็มที่มียอดขายอันดับหนึ่ง 35.5 พันล้านดอยช์มาร์คแล้วเอสเอ็นไอก็ถือเป็นเจ้าตลาดรองลงมาคือ 11.81 พันล้านดอยช์มาร์คซึ่งห่างกันค่อนข้างมาก แต่ก็ยิ้มได้บ้างเพราะทิ้งห่างบริษัทโอลิเว็ตติเพื่อนร่วมชาติเดียวกันที่ได้เพียง 8.96 พันล้านดอยช์มาร์คเท่านั้น

ส่วนในเยอรมันนีเอง เอสเอ็นไอไล่บี้ไอบีเอ็มอย่างไม่ยอมแพ้ ด้วยยอดขายของ 8.3 พันล้านดอยช์มาร์ค และไอบีเอ็ม 9.3 พันล้านดอยช์มาร์ค

Gerhard Schulmeyer ประธานกรรมการบริหารและผู้อำนวยการของเอสเอ็นไอ กล่าวถึงตลาดคอมพิวเตอร์โลกในอีก 2 ปีข้างหน้าว่า "1998 เราตั้งเป้าไว้ที่ 213.5 พันล้านดอยช์มาร์ค โดยตลาดซอฟท์แวร์เราจะให้อยู่ในระดับ 164.5 พันล้านดอยช์มาร์ค ซึ่งน่าจะทำได้ และปี 2000 เราจะทำให้โตกว่าปี 94 อีกประมาณ 75% โดยเน้นธุรกิจในส่วนพาร์เนอร์ให้มากที่สุด นั่นคือธุรกิจไอที"

ทั้งนี้จากตัวเลขปี 94 ของเอสเอ็นไอที่ 5,000 ล้านดอยช์มาร์ค ตัวเลขของปี 2000 ที่ชูแมเยอร์ต้องการก็ต้องเท่ากับ 20,400 ล้านดอยช์มาร์ค (สามแสนกว่าล้านบาท)

ซึ่งในส่วนตลาดเอเซียโดยเฉพาะไทยนั้น ชูแมเยอร์กล่าวว่า

"ค่อนข้างจะทำตลาดยากสักหน่อยเพราะคู่แข่งมีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะไอบีเอ็มและคอมแพ็คที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ ซึ่งหากจะเข้าไปแบบดุ่มๆ ก็คงพังเอาง่ายๆ ด้วยเหตุนี้เราจึงมีนโยบายระมัดระวัง คือใช้วิธีการร่วมทุนกับคนท้องถิ่นให้ดีและมากที่สุด ซึ่งขณะนี้เราก็ทำอยู่ โดยยอดขายก็เป็นที่น่าพอใจของเรา"

นั่นหมายถึง 510 ล้านบาทของยอดขายปีที่แล้ว ในตลาดเมืองไทยที่สูงกว่าปี 1994 ประมาณ 21% ซึ่งเอสเอ็นไอได้เข้ามาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว โดยร่วมทุนกับเครือไทยสงวนวานิชของวิกรม ชัยสินธพ ตั้งเป็น ที. เอ็น. นิกซ์ดอร์ฟ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) เริ่มด้วยการขายระบบคอมพิวเตอร์และบริการอย่างครบวงจร ตลาดส่วนมากมาจากราชการ, ธนาคาร และบริษัทโทรคมนาคม

กลิ่นอายเทคโนโลยีที่เอสเอ็นไอออกจะดูเคร่งขรึมดั่งมาดของไกเซอร์ฟรานซ์แบคเค่นบราว ขณะบัญชาการทีมอินทรีเหล็กในอดีต

ขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือล่องใต้ นั่งเครื่องบิน ทุกอย่างแทบจะเป็นของซีเมนส์เกือบทั้งสิ้น ตั้งแต่ธุรกิจแบงก์กิ้ง โดยเฉพาะตามธนาคารต่างๆ เอสเอ็นไอได้ผสมผสานเทคโนโลยีเข้าด้วยกันเป็นอย่างดีระหว่างมัลติมีเดีย, เน็ทเวิร์ค, สมาร์ทการ์ด, คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กและโทรศัพท์มือถือ

แม้จะยังมีไม่มากนัก แต่สำหรับอนาคตอันใกล้ เอสเอ็นไอจะดำเนินการยกธนาคารไว้ที่บ้านของลูกค้าเลย ด้วยวิธีการคล้ายอีดีไอหรืออินเตอร์เน็ต คือ ลูกค้าจะสามารถใช้คอมพิวเตอร์สื่อสารติดต่อได้เกือบทั้งหมดกับธนาคาร ซึ่งขณะนี้เอสเอ็นไอเริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว

ตามสนามบินต่างๆ โดยเฉพาะที่แฟรงก์เฟิร์ตกับเบอร์ลิน บริษัทการบินลูฟธ์ธันซ่าของคนเยอรมันเอง มีการเช็คอินด้วยสมาร์ทการ์ดที่บรรจุชิปการ์ดและข้อมูลที่จำเป็นไว้ข้างใน ใช้ง่าย รวดเร็ว สะดวกสบาย

ซึ่งสมาร์ดการ์ดใบเดียวนี้ สามารถใช้กับธุรกิจต่างๆ ได้เกือบทั้งหมดตั้งแต่โทรศัพท์, ที่จอดรถ, ระบบขนส่งมวลชน, สถานีรถไฟ และสนามบินอย่างที่กล่าวไปเพียงใบเดียวก็ฉลุยไปในทุกสิ่ง

การใช้ก็ไม่ต้องสอดใส่ให้ยุ่งยากเหมือนเอทีเอ็มบ้านเรา เพียงยื่นสมาร์ทการ์ดไปที่หน้าเครื่องอ่านด้วยระยะพอประมาณ (ไม่เกิน 1 เมตร) เครื่องก็จะอ่านข้อมูลจากเราและขึ้นเมนูต่างๆ ให้กดสั่งการ นับเป็นการประหยัดเวลานักธุรกิจที่เร่งรีบได้เป็นอันมาก

ทั้งนี้ แบรนด์เนมซีเมนส์ไม่เพียงพบที่สนามบินเท่านั้น ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์การค้าหรือตามสถานที่สำคัญๆ ก็จะเห็นเกือบทุกหนทุกแห่ง จะนั่งรถยนต์บีเอ็มดับบลิวก็เห็นระบบคอมพิวเตอร์ของซีเมนส์ จะนั่งแท็กซี่ก็เห็นวิทยุสื่อสารของซีเมนส์ หรือจะนั่งรถไฟใต้ดินก็เป็นระบบของซีเมนส์เสียอีก แทบทุกอย่างเป็นซีเมนส์ไปเกือบหมด ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า 38 พันล้านดอยช์มาร์ค จะเป็นรายได้ในส่วนของเยอรมันนีประเทศเดัยว

และจากยอดดังกล่าวหากบวกตลาดต่างประเทศ 53.9 พันล้านดอยช์มาร์ค จะเป็นตัวเลขของรายได้รวมทั้งกลุ่มบริษัทถึง 9.19 พันล้านดอยช์มาร์ค ด้วยแรงงานและมันสมองของคนจำนวน 372,000 คน โดยอยู่ในเยอรมันนี 260,000 คน และภูมิภาคอื่น (รวมไทยด้วย) ประมาณ 112,000 คน จากก้าวแรกเมื่อ 1 ตุลาคม 1847 ด้วยคนงานเพียง 10 คนเท่านั้น

ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซีเมนส์ได้ริเริ่มและผลิตประดิษฐกรรมที่สำคัญหลายอย่าง เช่น รถไฟฟ้า, ระบบสัญญาณไฟจราจรในเยอรมันนี, เทเล็กซ์เน็ตเวิร์ค, EWSD หรือระบบสวิตชิ่งแบบดิจิตอล, HICOM หรือระบบสื่อสารครบวงจรในสำนักงาน, ชิปมาตรฐานสำหรับระบบไอเอสดีเอ็น อีกยังเป็นบริษัทแรกที่วางสายเคเบิลใต้น้ำในฟิลิปปินส์

นโยบายต่างประเทศด้วยการทำตัวเป็นคนท้องถิ่น อันหมายถึงการร่วมมือกับคนในประเทศนั้นๆ มิใช่ทำตัวเป็นคนนอกที่เห็นดีมานด์แล้วเข้ามาทำเอง

ทั่วทั้งภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค ซีเมนส์ร่วมมือกับคนท้องถิ่นทั้งหมด โดยเฉพาะในเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย, การสื่อสารแห่งประเทศไทย, รวมถึงบริษัทเอกชนอย่างเทเลคอมเอเชีย, ทีทีแอนด์ที, บีกริม แอนด์โกและไทยสงวนวานิช เหล่านี้นับเป็นความหมายในเชิงยุทธศาสตร์อย่างมากของซีเมนส์ เพราะนั่นหมายถึงสายสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วของท้องถิ่น ไม่ว่าจะตื้น ลึก หนา บางเพียงใด

แต่อนาคตสำหรับเอสเอ็นไอของซีเมนส์ ก็ดูจะไม่สดใสเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุที่เข้ามาช้ากว่าคู่แข่งอยู่หลายสิบปี โดยเฉพาะไอบีเอ็มและคอมแพ็ค แต่เอสเอ็นไอก็ตั้งเป้ายอดขายไว้ในส่วนเอเซียแปซิฟิคในปีนี้ถึง 8.6 พันล้านดอยช์มาร์ค ซึ่งคงไม่ฉลุยนักหรือจะเผลอหรือชล่าใจก็ไม่ได้ทีเดียวเพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ทั่วโลกต่างก็เข้ามารุมทึ้งกันแต่ที่นี่ ที่เอเซียแปซิฟิค ไม่เว้นแม้หน่วยงานของประเทศนั้นๆ

เอสเอ็นไอนอกจากจะต้องต่อกรกับบริษัทข้ามชาติด้วยกันแล้ว เอสเอ็นไอยังจะต้องต่อกรกับบริษัทท้องถิ่นที่นับวันจะแข็งแกร่งขึ้นเป็นลำดับ แม้จะใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับคนท้องถิ่นก็ตาม

ดังนั้นคงต้องจับตากันอีกภายในปีสองปีนี้ ปีที่บิลเกตส์แห่งไมโครซอฟต์ขนานนามว่า ปีแห่งยุคไอทีของโลกนั้น เอสเอ็นไอผู้เชี่ยวชาญไอทีจากเยอรมันนีจะสามารถเข้ามามีเอี่ยวได้มากน้อยแค่ไหน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย