Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 เมษายน 2545
แอนเดอร์เซ่นจับมือ KPMG ควบกิจการฟันกำไรไทย             
 


   
search resources

Arthur Andersen
KPMG




"แอนเดอร์เซ่น" เผยแผนควบรวมกิจการกับ "เคพีเอ็มจี"ภายในตุลานี้ หวังเพิ่มความแกร่ง อุตสาหกรรมโทรคมนาคมพลังงาน โวปีก่อน รายได้รวมบริษัทฯเฉียดพันล้าน ย้ำไม่มีนโยบายปลดพนักงาน ด้านปธ.

"เคพีเอ็มจี" มั่นใจความมั่นคงด้าน อุตสาหกรรมการเงินเพิ่ม ส่ง ผลต่อฐานลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงิน วานนี้(3 เม.ย.)กลุ่มบริษัทแอนเดอร์เซ่น(ประเทศไทย) ได้แถลงข่าวความคืบหน้าในข้อตกลง

เพื่อควบรวมกิจการกับกลุ่มบริษัทเคพีเอ็มจี(ประเทศไทย) ตามแผน การเข้าเป็นสมาชิกของเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็น 1 ใน5 ผู้นำของบริษัทที่ให้บริการผู้สอบบัญชีและที่ปรึกษาธุรกิจของโลก นางไขศรี

นิติการพิศิษฐ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทแอนเดอร์เซ่น-ประเทศไทย เปิดเผยว่าทั้ง 2 บริษัทได้มีการบรรลุข้อตกลงร่วมกันในระดับหนึ่ง ที่จะควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัท

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณาในรายละเอียดรวมทั้งขั้นตอนทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้เกิดความถูกต้องและชัดเจน

โดยคาดว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้จะสามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ หลังจากนั้นจะดำเนินการตามแผนโดยมีเป้าหมายที่จะให้เสร็จสิ้นอย่าง เป็นทางการภายในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนสาเหตุที่บริษัทแอนเดอร์

เซ่นเลือกที่จะเข้าควบกิจการกับบริษัทเคพีเอ็มจี นั้น นางไขศรีกล่าวว่า เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกัน เมื่อรวมกิจการแล้วจะเกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของแอน

เดอร์เซ่นจะมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับโทรคมนาคม พลังงาน ซึ่งมีฐานลูกค้าเป็นคน ไทยกว่า 70% โดยปีที่ผ่านมากลุ่ม บริษัทแอนเดอร์เซนมีรายได้รวมเกือบ 1,000 ล้านบาทและคาดว่าใน

ปีนี้จะทำได้ใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งการควบรวมกิจการครั้งนี้ในเบื้องต้นจะไม่มีการลดพนักงานลงแต่อย่างใด นอกจากนี้ กรณีบริษัทเอ็นรอนประสบปัญหาล้มละลายนั้น นางไขศรีชี้แจงว่า บริษัทแอนเดอร์

เซ่น(ประเทศไทย)นั้นไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่อง จากมีบริษัทอาร์เธอร์แอนเดอร์เซ่นในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี และฐานลูกค้าของบริษัทส่วน ใหญ่เป็นลูกค้าคนไทย

ซึ่งมีความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทรวมทั้งบริษัทเพิ่งจะมาใช้ชื่อแอนเดอร์เซ่น ประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น สำหรับกลุ่มบริษัทในประเทศ ไทยเมื่อได้รวมกันแล้วจะมีผู้บริหาร และพนักงาน

เจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติการมากกว่า 1,000 คน ซึ่งถือเป็นทีมงานบริการขนาด ใหญ่และมีคุณภาพสูง มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการทำ งานระดับสากลมาแล้ว

"การรวมกันครั้งนี้จะทำให้มีงานบริการที่หลากหลายสามารถสนองความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดย มีเครือข่ายที่กว้างขวางและมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาเสริมงานบริการได้อย่าง มีประสิทธิภาพ" ผจก.

แอนเดอร์สัน(ประเทศไทย) กล่าว นายสุพจน์ สิงเสน่ห์ ประธานบริษัทเคพีเอ็มจี-ประเทศไทย กล่าวว่า การควบรวมกิจการ ของทั้งสองบริษัท เชื่อมั่นว่าจะทำให้บริษัทสามารถ ให้บริการที่มีมูลค่าเพิ่มแก่ลูกค้าได้

โดยปัจจุบันเคพีเอ็มจีจะมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมทาง ภาคการเงิน ซึ่งฐานลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการเงินทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาค โดยในส่วนของสถาบันการเงินของ

ไทยได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย และธนาคารต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของ บริษัททั้งหมด

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย