Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน27 มกราคม 2548
ชิ้นส่วนไทยบุกสหรัฐฯทุ่ม2พันล.ฮุบศูนย์ซ่อม             
 


   
search resources

Vehicle
STRAUSS




กลุ่มชิ้นส่วนไทยสยายปีกเจาะตลาดสหรัฐอเมริกา ด้วยกลยุทธ์เทกโอเวอร์ ศูนย์ซ่อมและบริการรถยนต์ STRAUSS ในนิวยอร์ก และนิวเจอร์ซีย์ กว่า 100 สาขา ด้วยเงินลงขันกว่า 2 พันล้านบาท เปิดช่องทางส่งชิ้นส่วนอะไหล่ไทย ชิงส่วนแบ่งจากเจ้าตลาดไต้หวัน มั่นใจจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ชิ้นส่วนไทยยกระดับมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2553

นายวัชระ พรรณเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเข้าไปซื้อกิจการศูนย์ซ่อมและบริการรถยนต์รายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาซื้อขายกันในอีกไม่กี่เดือนนี้

นายวัชระกล่าวว่า ศูนย์ซ่อมและบริการรถยนต์ดังกล่าวมีชื่อว่าSTRAUSS โดยมีสาขากว่า 100 แห่ง ในสองมลรัฐใหญ่ของสหรัฐอเมริกา คือ นิวยอร์ก และนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งหากการเจรจาจบสิ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของไทยจะเข้าไปซื้อกิจการสาขาทุกแห่ง มูลค่าแห่งละ 5 แสนเหรียญสหรัฐ หรือรวมมูลค่าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นเงินสูงถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2 พันล้านบาท เพื่อเข้าไปบริหารศูนย์ซ่อมฯ หมดทั้ง 100 สาขา

สำหรับกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนดังกล่าว ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เนื่องจากยังไม่มีการเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะเสร็จสิ้นในอีก 1-2 เดือน โดยเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดกลาง จับมือกับผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เป็นกิจการในตลาดหลักทรัพย์ของไทย รวมกลุ่มกันเข้าไปซื้อกิจการโดยมีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ประสานในการเจรจาครั้งนี้

ผลดีจากการเข้าไปซื้อกิจการศูนย์ซ่อมและบริการ STRAUSS ครั้งนี้ จะทำให้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของไทยมีตลาดรองรับมากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เป็นตลาดใหญ่อันดับหนึ่งของโลก และที่ผ่านมาตลาดชิ้นส่วนอะไหล่จากต่างชาติในสหรัฐอเมริกาเป็นของผู้ผลิตจากไต้หวันเกือบทั้งหมด ขณะที่ชิ้นส่วนอะไหล่จากแหล่งอื่นๆ แทบจะเจาะไม่ได้ การที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าไปกุมจุดขายโดยตรงจึงเป็นการเปิดโอกาส ให้ชิ้นส่วนอะไหล่สามารถเข้าไปในตลาดนี้ได้ทันที ที่สำคัญชิ้นส่วนไทยยังขายตรงไม่ต้องผ่านคนกลาง ทำให้มีกำไรจากการผลิตที่สูงกว่าอย่างแน่นอน และนี่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทยมีมูลค่าเป็น 4 แสนล้านบาท ภายในปี 2553 ตามแผนยุทธศาสตร์ยานยนต์ที่วางไว้

นายวัชระกล่าวว่า นอกจากนี้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เร็วๆ นี้จะเดินทางไปยังประเทศสเปน เพื่อไปศูนย์ทดสอบรถยนต์ ADIADA ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบรถยนต์กลางที่ใหญ่ที่สุดในโลก และไม่ได้เป็นของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะก่อตั้งศูนย์ทดสอบรถยนต์กลางในไทย

สำหรับการไปชมศูนย์ทดสอบรถยนต์ที่สเปนครั้งนี้ นอกจากไปศึกษาและดูการดำเนินงานของเขาแล้ว อาจจะมีการเจรจาให้มาร่วมลงทุนที่ศูนย์ทดสอบรถยนต์กลางในไทยด้วย เพราะขณะนี้มีผู้ผลิตรถและผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทย สนใจที่จะร่วมลงทุนแล้วหลายราย ซึ่งหากสร้างศูนย์ทดสอบรถยนต์กลางได้สำเร็จ จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพัฒนาเทียบเท่ากับศูนย์กลางรถยนต์ของโลกอย่างแท้จริง ทำให้ไทยเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชียที่การผลิต พัฒนาและวิจัย และมาตรฐานระดับโลกอย่างครบวงจร   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย