Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 กุมภาพันธ์ 2548
จีอีทุ่ม 200 ล้านรีแบรนด์ใหม่เดินเกมเชิงรุกสินเชื่อโต20%             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท จีอี แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด

   
search resources

จีอี แคปปิตอล (ประเทศไทย), บจก.
Financing
ธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อย, บมจ.




จีอี ปรับกลยุทธ์เชิงรุกในปี 2548 หวังเป็นผู้นำตลาดสินเชื่อรายย่อย ทุ่มเงิน 200 ล้านบาท รีแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ "จีอี มันนี่" ทั่วโลก ตั้งเป้าโต 15-20% ลดลงจากปีนี้ที่โตกว่า 35% พร้อมเตรียมเปิดดำเนินการธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อย ต้นปีหน้า

นายพิริยะ วิเศษจินดา ประธานจีอี มันนี่ ประเทศไทย กล่าวว่า จีอีได้ประกาศเปลี่ยนชื่อธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในประเทศไทย เป็น "จีอีมันนี่" เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนชื่อธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคของจีอีในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยจีอีจะใช้แบรนด์ "จีอี มันนี่" เป็นกลยุทธ์หลักในปี 2548 นี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อของไทยท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง

โดยในปี 2548 นี้ จีอีคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคประมาณ15.20% จากปี 2547 ที่มีอัตราการขยายตัวประมาณ 35% โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 มียอดสินเชื่อจำนวน 125,000 ล้านบาท และมีจำนวนลูกค้าประมาณ 3 ล้านคน ขณะที่ตลาดสินเชื่อเพื่อบริโภคโดยรวมจะมีอัตราการขยายตัวประมาณ 10-12%

นายพิริยะ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา จีอีมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพทำให้อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลของสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคอยู่ที่ระดับประมาณ 1.5% น้อยกว่าอุตสาหกรรมที่มีหนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ประมาณ 2-3%

"ในปี 2548 นี้ นับเป็นปีที่ท้าทายสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในไทย แม้ธุรกิจจะยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่จะมีอัตราการชะลอตัวลงเนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง และมีจำนวนผู้ให้บริการรายใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแบรนด์ใหม่ครั้งนี้จะมีการใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท และเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะผลักดันให้จีอีมันนี่เป็นผู้นำ 1 ใน 2 ของตลาดสินเชื่อรายย่อยทุกประเภท"

ทั้งนี้ การให้บริการสินเชื่อของจีอีมันนี่ ประกอบด้วย 5 ประเภทหลัก คือ 1. สินเชื่อรถยนต์ 2. บัตรเครดิต ที่ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา 3. สินเชื่อเพื่อการซื้อสินค้าผ่อนชำระ 4. สินเชื่อบุคคล และ 5. บัตรเครดิตห้างสรรพสินค้า

สำหรับแบรนด์จีอีมันนี่จะเริ่มใช้กับธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบุคคลและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้รวมถึงธนาคาร เพื่อรายย่อยแห่งใหม่ที่จะใช้ชื่อ "ธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อย" ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2548 นี้ ส่วนผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นๆจะเริ่มทยอยปรับให้เข้ามาอยู่ภายใต้แบรนด์เดียวกัน ยกเว้นผลิตภัณฑ์ที่มีความแข็งแกร่งในแบรนด์อยู่แล้ว เช่น เฟิร์ส ช้อยส์ ควิกแคช อาจจะต้องมีการการทบทวนหรือศึกษาอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อยนั้น นายพิริยะกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโครงสร้างหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2548 และเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นไป

"การขยายสู่ธุรกิจธนาคารจะช่วยให้จีอีสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงการรับฝากเงินโดยธนาคารจีอี มันนี่ฯจะยึดนโยบายหลักในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการสินเชื่อแก่ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ยืดหยุ่น และเข้าถึงได้ง่าย"

ส่วนประเด็นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเข้ามาควบคุมธุรกิจสินเชื่อบุคคลโดยเฉพาะเรื่องของการคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระนั้น นายพิริยะกล่าวว่า ขณะนี้จีอียังไม่ทราบรายละเอียดอย่างเป็นทางการแต่ก็ได้มีการศึกษาเพื่อเตรียมพร้อม และก็พร้อมจะทำตามหลักเกณฑ์ของทางการ รวมทั้งการปรับกลยุทธ์เพื่อตลาดเชิงรุกมากขึ้น

"เราให้ความร่วมมือกับทางการอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อทางการจะออกมาตรการเข้ามา เราสามารถปรับเข้ากับเกณฑ์ใหม่ได้"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย