Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 มีนาคม 2548
แอร์พอร์ตลิงก์ฉลุยCCPหนีบปูนกลางส่งวัตถุดิบราคาคงที่             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
โฮมเพจ ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี

   
search resources

ปูนซีเมนต์นครหลวง, บมจ.
ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี, บมจ.
Cement




บ.ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี คว้างานก่อสร้างร่วมระบบโครงการก่อสร้างแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (Airport Rail Link) มูลค่างานคอนกรีตประมาณ 1,600 ล้านบาท หนุนรายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ขณะที่มูลค่างานในมือขยับไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท โดยมีปูนซีเมนต์นครหลวงป้อนปูนซีเมนต์ผงกว่า 4 แสนตัน ภายใต้ต้นทุนคงที่ แจง 5 แผนงานเร่งด่วนรับมือการขยายตัวขององค์กร จัดสรรงบเกือบ 1,000 ล้านบาท ลงทุนรับแอร์พอร์ต เรลลิงก์และขยายสาขากันยงโฮมสโตร์

นายประทีป ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมเซ็นสัญญารับงานร่วมก่อสร้างโครงการก่อสร้างระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง กับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) โดย CCP เป็นผู้จัดจำหน่ายคอนกรีตให้กับทางโครงการ ซึ่งทางบริษัทฯได้สั่งซื้อซีเมนต์จากบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือปูนกลาง ซึ่งคาดว่าจะใช้ปูนซีเมนต์ผงประมาณ 350,000-400,000 ตัน (หรือ 1 ล้านคิว ราคาเฉลี่ย 1,600 บาทต่อคิว) กำหนดราคาจำหน่ายคงที่จนสิ้นสุดก่อสร้าง

โดยโครงการนี้เป็นซิงเกิลโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุด ในปี 2548 มีมูลค่างาน 13,000 ล้านบาท แต่แบ่งเป็นมูลค่างานของคอนกรีตประมาณ 1,600 ล้านบาท โครงการนี้ใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 ปี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ โดยโครงการนี้ ทางบริษัทฯได้สร้างสาขาโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-mix Concrete Plant ) จำนวน 6 แพลนต์ เฉลี่ยลงทุน 1 แพลนต์ประมาณ 12-15 ล้านบาท โดยตั้งอยู่ที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนจังหวัดชลบุรี 2 แพลนต์, ที่มักกะสัน 2 แพลนต์, กรุงเทพกรีฑา 1 แพลนต์,หัวหมาก 1 แพลนต์ และเพิ่มเติมที่ดินแดงอีก 1 แพลนต์

ทั้งนี้ การได้รับงานดังกล่าวทำให้บริษัทมีงานในมือมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นงานที่สามารถรับรู้ได้ในปีนี้ของ CCP ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท และเมื่อรวมยอดขายปกติระหว่างปีไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท รวมคาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทจะสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ระดับ 30-40% เทียบกับปีที่ผ่านมามีรายได้ประมาณ 1,900 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานประมาณ 120 ล้านบาท และคาดว่าในปี 48 จะรักษาอัตราเติบโตกำไรขั้นต้นไว้ระดับ 12% ของมูลค่าการขายไว้ได้ สำหรับสัดส่วนโครงการงานในมือขณะนี้จะเป็นงานภาครัฐเกิน 70% และที่เหลือจะเป็นโครงการภาคเอกชน

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ CCP กล่าวว่าในปีนี้บริษัทและบริษัทชลบุรีกันยง จำกัด หรือแบรนด์ กันยง โฮมสโตร์ เตรียมแผนการลงทุนในการขยายธุรกิจประมาณ 900 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของ CCP ลงทุนไม่เกิน 500 ล้านบาท ซึ่งในส่วนแรกจะใช้เงินลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท สำหรับรองรับโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารพาณิชย์ 2 แห่ง ที่สนับสนุนเงินกู้ให้กับโครงการดังกล่าวคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ ขณะที่ในส่วนของชลบุรีกันยงฯจะเตรียมเงินลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท ในการพัฒนาสาขาซึ่งจะทยอยลงทุนเป็นช่วงๆ

นายประทีปกล่าวเสริมว่า บริษัทยังมีแผนการลงทุนโครงการในอนาคต แบ่งเป็น 5 ส่วน คือ 1. การลงทุนก่อสร้างโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จอย่างน้อย 6 แห่ง จากปัจจุบันที่บริษัทมีโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จตั้งกระจายอยู่ในเขตภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทยทั้งหมด 20 แห่ง นอกจากนี้ เพื่อรองรับงานก่อสร้างที่ขยายตัวสูงขึ้นของภาคอุตสาหกรรม บริษัทจึงขยายธุรกิจและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการไปพร้อมๆกัน ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มยอดการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีต โดยการลงทุนซื้อรถขนส่งคอนกรีตเพิ่มประมาณ 50 คันซึ่งติดเครื่องโม่ปูนซีเมนต์เฉลี่ย 2.6 ล้านบาทต่อคัน หรือประมาณกว่า 100 ล้านบาท 2. โครงการก่อสร้าง โรงงานผลิตอิฐมวลเบาของบริษัท ออโตเครป แอเรทเต็ด คอนกรีต โปรดัก จำกัด ซึ่งปัจจุบัน CCP ถือหุ้น 75% มีกำลังการผลิตประมาณ 3 ล้านตร.ม. ต่อปี ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการติดตั้งเครื่องจักร โดยบริษัทจะเริ่มทดสอบการผลิตในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และจะเริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ของปีนี้

3. การพัฒนาระบบขนส่ง เนื่องจากบริษัทมีเป้าหมายการลงทุนซื้อรถบรรทุกและรถขนส่งคอนกรีตเพิ่มเพื่อขยายงานด้านบริการจัดส่ง ทำให้บริษัทต้องซื้อที่ดินจำนวน 8 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางในการขนส่งและศูนย์ซ่อมบำรุง 4.จากยอดขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น ทำให้โรงงานบ้านบึง 1 ต้องเร่งการผลิตให้ทันกับความต้องการของลูกค้า ดังนั้น บริษัทจึงมีเป้าหมายขยายลานผลิตภัณฑ์ ด้วยการซื้อที่ดินบริเวณด้านข้างโรงงานบ้านบึง 1 เพิ่ม จำนวน 60 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 50-60 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นสถานที่ผลิตสินค้าและคลังเก็บสินค้าบริษัท และ 5. การขายแท่นผลิต ผลิตภัณฑ์คอนกรีตเหล็กแรงดึงของโรงงานบ้านบึง 2 ใช้งบลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท คาดว่าจะขยายโรงงานแล้วเสร็จเดือนมี.ค. 48

นายประทีปกล่าวเสริมว่าปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายลงทุนระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่มูลค่า 5 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2548-2554 ซึ่งส่วนนี้ได้ทำให้ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างสบายใจขึ้น อีกทั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศเป็นรัฐบาลชุดเดิมที่กำหนดนโยบายไว้ ทำให้เกิดความต่อเนื่องของโครงการ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย