Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2548
Historical Landmark             
โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
 

   
related stories

The Infinity

   
www resources

โฮมเพจ โกลเด้นแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์

   
search resources

แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์, บมจ.
Crafts and Design




วันเวลาที่ผ่านเลย แปรเปลี่ยนทุ่งนา และลำคลองบนถนนสาทร ให้กลายเป็นย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ แต่ท่ามกลางตึกสูงเบียดเสียดฟ้านั้น บ้านเก่าหลังหนึ่งได้ยืนหยัดอย่างสง่างามคู่กับถนนสายนี้มานานเกือบ 100 ปี

การขยายถนนสาทร และการเกิดขึ้นของรถไฟฟ้า ทำให้เห็นบ้านร้างในพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ใจกลางเมืองหลังนี้ชัดเจนขึ้น แม้จะมีต้นไม้ใหญ่รกเรื้อด้านหน้า ก็ไม่สามารถบดบังความสวยงามได้

ข้อมูลกองโบราณคดี กรมศิลปากร ระบุว่า อายุของบ้านหลังนี้อยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เจ้าของเดิมคือหลวงจิตร์จำนงค์วานิช (ถมยา รงควนิช) ขุนนางเชื้อสายไหหลำ บุตรเขยเจ้าสัวยม หรือหลวงสาทรราชายุติ

ต่อมากิจการค้าข้าวของหลวงจิตร์จำนงขาดทุน จนถึงขั้นล้มละลาย บ้านหลังนี้จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมพระคลังข้างที่ (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)

ใน พ.ศ.2468 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานบ้านหลังนี้ให้กับเจ้าพระยา รามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ ณ อยุธยา) ซึ่งต่อมาท่านก็ขายคืนให้กับกรมพระคลังข้างที่อีกครั้ง

ก่อนที่จะให้ประเทศสหภาพโซเวียตเช่าอาคาร ดังกล่าวเพื่อเป็นที่ทำการสถานอัครราชทูตในปี พ.ศ.2491 อาคารหลังนี้สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับการปรับปรุงเป็นโรงแรมมาก่อน แต่จากแหล่งข้อมูลที่ต่างกัน ทำให้ชื่อของโรงแรมปรากฏอยู่ 2 ชื่อ คือ "โรงแรมรอยัล" และ "โรงแรมไทยแลนด์"

จากบทความเรื่องประวัติศาสตร์การโรงแรมของไทยได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Royal Hotal โดยสรุปดังนี้

"Royal Hotal เปิดทำการในปี 2454 เป็นโรงแรมเกิดใหม่ที่อยู่บนถนนสาทรเหนือ ลักษณะเป็นตึก 3 ชั้น บันไดหินอ่อนมีระเบียง Balconies ตกแต่ง ภายในด้วยไม้แกะสลัก มีสนามและสวนหย่อมรอบๆ ตัวตึกสวยงามมาก..."


ส่วนชื่อโรงแรมไทยแลนด์ได้ปรากกฏอยู่ใน "เอกสารสัญญาเช่าโรงแรมไทยแลนด์เพื่อทำเป็นสถานอัครราชทูตสหภาพโซเวียต" แม้ว่าในสัญญาเช่าจะไม่ได้ระบุรายละเอียดลักษณะทางสถาปัตยกรรม หรือทรัพย์สินใดๆ ในอาคาร แต่จากข้อความในสัญญาข้อที่ 1 ได้ระบุว่าผู้เช่าตกลงรับเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในบริเวณที่ซึ่งเรียกว่าโรงแรมไทยแลนด์

หลังจากหมดสัญญาเช่าเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้งหมดได้ย้ายออกจากอาคาร ตั้งแต่ปี 2542 ไปอยู่ที่ถนนทรัพย์จนถึงปัจจุบัน

ลักษณะรูปแบบทางศิลปะสถาปัตยกรรม เป็นหมู่อาคารที่ประกอบไปด้วย อาคารหลายหลัง อาคารหลังหน้าสุด มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูน 2 ชั้นยกพื้นสูง รูปทรงแบบยุโรปคล้ายกับวิลล่าในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยม ก่อสร้างกันทั่วไปในยุโรป สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19

ด้านหน้าสร้างเป็นมุข 6 เหลี่ยมยื่นออกมาทำเป็นทางเข้าสู่ตัวอาคาร ประตูมุขเป็นประตูสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านบนเจาะเป็นช่องแสงปลายโค้งแบบ Segmental arch และมีรวงผึ้งลายนกและใบไม้ มีระเบียงรูปครึ่งวงกลมทางด้านหน้ามุข

ด้านทิศตะวันตกของอาคารทำเป็นหอคอยสี่เหลี่ยมสูง 3 ชั้นยื่นออกมาจากอาคาร ผนังอาคารชั้นล่างเซาะร่องตามแนวนอน หน้าต่าง สี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านบนเจาะเป็นช่องแสงปลายโค้งแบบ Segmental arch เช่นกัน เหนือช่องแสงประดับปูนปั้นโค้งตามแนวช่องแสง

ภายในอาคารชั้นล่างแบ่งออกเป็นห้องใหญ่ ทางด้านตะวันตกและตะวันออกโดยมีทางเดินกลางยาวตลอดประตูหน้าจนถึงประตูหลัง

วันเวลาที่ผ่านไป แม้โครงสร้างอาคารยังอยู่ในสภาพที่ดี แต่ความ ทรุดโทรมก็ได้เข้ามาเยือนตามกาลเวลา ราวลูกกรงหลายแห่งหักเสียหาย สีลอก ลายปูนปั้นประดับอาคารกะเทาะเสียหายเป็นบางส่วน คราบดำ และหยากไย่ปรากฏไปทั่วทั้งภายในภายนอก

แต่วันนี้อาคารด้านหน้าได้รับการซ่อมแซมและทาสีใหม่ ความสง่างามกลับคืนมาสู่สถานที่แห่งนี้อีกครั้ง ก่อนที่จะกลายเป็นสปา และ บูติกโฮเต็ล ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของโครงการ "วันสาทร สแควร์"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย