Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2529








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2529
GOLDEN ARCHES ต้นสายธารของ McDonald’s ที่สร้างขึ้นมาโดย RAY KROE             
 


   
search resources

แมคโดนัลด์
Fastfood
Ray Kroe




ในช่วงปี ค.ศ.1950 หรือกว่า 35 ปีมาแล้วนั้น พี่น้องตระกูล McDonald ใช้ชีวิตกันอย่างสงบเสงี่ยมด้วยการเป็นเจ้าของและบริหารภัตตาคาร McDonald’s ที่มีอยู่แห่งเดียวที่ GOLDEN ARCHES, SAN BERNADINA, CALIFORNIA ซึ่งพวกเขาก็คงจะอยู่ในสภาพเช่นนี้ตลอดไปเรื่อยๆ ถ้ายอดนักขายเครื่องทำนมข้าวมอลต์ที่ชื่อ RAY KROE จะไม่เผอิญเดินทางผ่านเข้ามาที่เมืองนี้ และเข้ามาหาอาหารรองท้องเป็นแฮมเบอร์เกอร์จากร้าน McDonald’s ที่ว่านี้เข้า

ตอนนั้น KROE อายุ 52 ปี และเมื่อได้สัมผัสกับรสชาติแฮมเบอร์เกอร์ของ McDonald’s เขาก็ทราบโดยทันทีว่า เขาได้ค้นพบขุมทองขุมเบ้อเร่อเข้าให้แล้ว RAY KROE ยอดนักขายก็เลยจัดการเกลี้ยกล่อมพี่น้องตระกูล McDonald เพื่อขออนุญาตแฟรนไชส์สูตรอาหารทั้งหมด

นับว่า RAY KROE เข้าใจรสนิยมในการกินของชาวโลกได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากๆ เพราะก็เขานี่แหละที่เป็นผู้ทำให้แฮมเบอร์เกอร์ McDonald’s โด่งดังไปทั่วโลก

เวลากว่าครึ่งชีวิตของ KROE นั้นใช้ไปในการฝึกวิทยายุทธ์ด้านอุตสาหกรรมบริการอาหารและต้องถือว่าเขาเป็นนักขายชั้นเซียนแล้วในปีที่ค้นพบ McDonald’s

การที่ลูกค้าหลั่งไหลกันเข้ามาซื้อแฮมเบอร์เกอร์อันละ 15 เซ็นต์ และมันฝรั่งทอดถุงละ 10 เซ็นต์ สร้างความประทับใจให้กับ KROE อย่างมาก อีกทั้งมันฝรั่งทอดของ McDonald’s ขณะนั้นก็มีชื่อเสียงมากในความเหลืองกรอบอร่อย

ก็อาจจะพูดได้ว่า สิ่งที่ McDonald’s ประสบความสำเร็จในเรื่องแฮมเบอร์เกอร์ก็คือ สิ่งเดียวกับที่ FORD สำเร็จมาแล้วในเรื่องรถยนต์โดยการปรับปรุงสินค้าและขั้นตอนการผลิตให้สามารถสนองความต้องการของลูกค้าในราคาที่ถูกที่สุดและด้วยบริการที่รวดเร็วทันใจที่สุด มันฝรั่งของ McDonald’s นั้นทุกชิ้นจะต้องตัดให้ได้ขนาดเท่ากัน และทอดโดยกำหนดเวลาอย่างแม่นยำถึงขนาดที่เมื่อสุกออกมาแล้วจะมีลักษณะตลอดจนรสชาติเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นการทอดมันฝรั่งครั้งที่เท่าไรก็ตาม มาตรฐานทั้งหลายนี้เป็นสิ่งที่ลูกค้าพอใจและมั่นใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องความสะอาดสะอ้านของร้านที่เจ้าของปัดกวาดเช็ดถูอย่างพิถีพิถัน

นับแต่ปี 1930 เป็นต้นมาแล้วที่หลายเมืองในสหรัฐฯ ได้เริ่มมีร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ประเภทที่ขับรถเข้าไปซื้อได้โดยไม่ต้องลงจากรถซึ่งคนอเมริกันเรียกว่า DRIVE IN เป็นแบบฉบับวัฒนธรรมการกินอยู่อย่างง่ายๆ ของอเมริกา ซึ่งจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นก่อนใน CALIFORNIA จากนั้นก็กระจายออกไปทั่วประเทศ แต่สำหรับการขาย FAST FOOD อย่างเป็นอุตสาหกรรมเพิ่งจะเริ่มขึ้นเมื่อราวๆ ปี 1950

การทำร้านอาหาร FAST FOOD ในระบบแฟรนไชส์ เริ่มจากพวกตระกูล COLONEL โดยได้ใช้กับอาหารจำพวกไก่ก่อนขณะนั้นยังไม่มีใครคิดว่าจะนำระบบร้านอาหารแบบแฟรนไชส์ มาใช้กับแฮมเบอร์เกอร์ซึ่งจุดนี้เองที่ KROE เชื่อมั่นว่าสูตรแฮมเบอร์เกอร์และมันฝรั่งทอดของพี่น้องตระกูล McDonald อย่าง MACK และ DICK สามารถจะนำมาสร้างอาณาจักรที่จะขยายออกไปเป็นอาณาจักรใหญ่ได้และอาณาจักรนี้เรียกว่าอาณาจักร McDonald’s ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกง่าย คุ้นเคยง่าย และดูเป็นกันเองดีในความเห็นของ KROE เขาคิดว่าเป็นชื่อที่ดีที่สุด เขาจึงลงมือเกลี้ยกล่อมพี่น้องตระกูล McDonald ซึ่งไม่สนใจและปฏิเสธโครงการสร้างอาณาจักรแฮมเบอร์เกอร์ McDonald’s ตามความคิดของ KROE อย่างสิ้นเชิง

พี่น้องตระกูล McDonald นั้นมีความเชื่อว่ามีมากร้านก็มากปัญหา เขาไม่ต้องการปัญหามากไปกว่าที่ประสบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในการบริหารร้านเพียงร้านเดียวที่มีอยู่ แต่ KROE กลับชอบปัญหาท้าทายเหล่านี้ เขาจึงเริ่มลงมือทำงานทันทีโดยอาศัยทักษะของการเป็นยอดนักขายของเขา เมื่อพวก McDonald ไม่ต้องการมีปัญหา KROE ก็เลยเสนอว่า เขาจะเป็นผู้จัดการกับปัญหาทุกอย่างในการสร้างอาณาจักรแฮมเบอร์เกอร์ด้วยระบบแฟรนไชส์ ซึ่งจะกระจาย McDonald’s จาก GOLDEN ARCHES ให้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายไปทั่วโลก ขอให้พี่น้องตระกูล McDonald อยู่เฉยๆ เถอะ KROE จะจัดการให้ทุกอย่าง

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวนี้ทั้ง MACK และ DICK ก็ตอบตกลง

McDonald’s ได้กำหนดกฎเกณฑ์ตายตัวในเรื่องสูตรอาหารที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดที่สุดแม้ในรายละเอียดปลีกย่อยไม่ว่าจะเป็นเมนูรายการแฮมเบอร์เกอร์, สถาปัตยกรรม, การตกแต่งสถานที่ วิธีและขั้นตอนการประกอบอาหาร ถึงขยะและป้ายชื่อร้าน ฯลฯ ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดย McDonald’s ซึ่งถ้า KROE อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรเขาจะต้องได้รับความยินยอมจาก McDonald’s เป็นลายลักษณ์อักษร

RAY KROE ได้รับสูตรลับต่างๆ ทั้งหมดซึ่งหนึ่งในบรรดาสูตรพิเศษต่างๆ เหล่านี้ก็รวมทั้งกลเม็ดในการทอดมันฝรั่งให้เหลืองกรอบชวนรับประทานด้วย

และผลก็คือ ชื่อสัญลักษณ์ของ McDonald’s กลายเป็นชื่อที่รู้จักกันแพร่หลายในเวลาอันรวดเร็ว ในปัจจุบันแม้แต่เด็กๆ ที่เริ่มหัดร้องเพลงในโรงเรียนอนุบาลก็จะร้องเพลงโฆษณาของ McDonald’s ได้ขึ้นใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นจากการที่ KROE ได้ แฟรนไชส์ชื่อและระบบทั้งระบบตลอดจนวิธีการของ McDonald’s มาด้วยเงินเพียง 950 เหรียญและผลประโยชน์ 1.4%จากยอดขาย ส่วนพี่น้อง McDonald ที่นั่งเฉยๆ เพื่อการนี้ก็รับส่วนแบ่งไปอีก .5% จากยอดขายทั้งหมด

อาณาจักร McDonald’s ขยายกว้างออกไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วประหนึ่งไฟลามทุ่ง ผู้คนทั่วโลกรู้จักและได้ลิ้มรส BIG MAC ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวัฒนธรรมการกินแบบอเมริกันอย่างที่สามารถเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า ได้กลายเป็นจักรวรรดิทางการกินไปแล้ว

ในปี 1983 มีร้าน McDonald’s เกิดขึ้นถึง 7,300 แห่งทั่วโลก ที่เมือง FREIBURH ในประเทศเยอรมนีร้าน McDonald’s ตั้งอยู่ในตึกเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี และในย่านที่พลุกพล่านจอแจที่สุดของ HIROSHIMA ประเทศญี่ปุ่น ก็ยังอุตส่าห์มีร้าน McDonald’s ตั้งอยู่

เมื่อปี 1961 นั้นทั้ง MACK และ DICK ได้ขายลิขสิทธิ์ของ McDonald’s ให้กับ KROE ด้วยจำนวนเงินราวๆ 2.7 ล้านเหรียญ ซึ่งหลังหักภาษีแล้วพวกเขาก็เหลือเงินอยู่ประมาณ 1 ล้านเหรียญ และในปี 1976 ด้วนส่วนแบ่ง .5% จากยอดขายพี่น้องตระกูล McDonald รับผลประโยชน์ไปอีก 15 ล้านเหรียญต่อปี

ท่านประธาน KROE เจ้าของอาณาจักร McDonald’s เพิ่งสิ้นชีวิตไปเมื่อปี 1984 เขาทิ้งทรัพย์สินส่วนตัวไว้ประมาณ 500 ล้านเหรียญ เขาพูดไว้เสมอว่า “เมื่อเรายังดิบ เรายังต้องเติบโตต่อไป แต่เมื่อเราสุกแล้ว เราก็มีแต่จะรอวันเน่า” เพราะเหตุนี้บริษัทของเขาจึงเปลี่ยนแปลงปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นการทำโต๊ะเก้าอี้นั่งในร่มแบบใหม่ก็เริ่มทำในปี 1966 สาขาของ McDonald’s ใน HANTSVILLE รัฐ ALABAMA ปลาก็เริ่มมีเข้ามาในรายการอาหาร เพิ่มยอดขายในวันศุกร์สำหรับลูกค้าคาทอลิกที่เคร่งครัด และปัจจุบัน McDonald’s ก็พัฒนาตัวเองไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยให้บริการอาหารอื่นๆ นอกเหนือจากแฮมเบอร์เกอร์กับมันฝรั่งทอด คือมีไก่ ซี่โครงหมู ขนมหวาน และอาหารเช้าสำเร็จรูป เป็นต้น

ขณะนี้แฟรนไชส์ ยี่ห้อ McDonald’s เริ่มจากราคา 275,000 เหรียญ ถึง 340,000 เหรียญ โดยราคาขึ้นอยู่กับขนาด สถานที่ตั้งและแบบตกแต่งต่างๆ ที่เจ้าของร้านจะเป็นผู้เลือกด้วยตนเอง

ทั้งนี้อายุแฟรนไชส์ จะอยู่ในระยะเวลาเทอมละ 20 ปี

ในธุรกิจสำหรับตนเองแต่ไม่ใช่โดยตนเองประเภทนี้ KROE มีความเชื่อมั่นในการทำงานเป็นทีม เขามีความเชื่อมั่นในพระเจ้า ครอบครัวและ McDonald’s ในบริษัทของเขาคำสั่งและกฎระเบียบยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา กิจการของ KROE จึงประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งความสำเร็จแบบนี้อย่าว่าแต่ในวงการธุรกิจเลยที่ปรารถนา แม้แต่ลัทธิความเชื่อต่างๆ ก็ต้องการประสบความสำเร็จแบบนี้ทั้งนั้น.   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย