Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2548
Niche Bank             
โดย ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน

   
search resources

เกียรตินาคิน, บง.
Banking and Finance
ธนาคารเกียรตินาคิน




หลังจากได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา บง.เกียรตินาคินกำลังเร่งพัฒนาระบบและปรับปรุงสำนักงานที่มีอยู่ เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ในฐานะธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่ได้โดยเร็ว

ในช่วงเดือนตุลาคมนี้หากไม่เกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย ธนาคารเกียรตินาคินจะเริ่มเปิดให้บริการเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งล่าสุดของไทย และน่าจะเป็นธนาคารที่มีขนาดเล็กที่สุดแห่งหนึ่งด้วย โดยเมื่อพิจารณาจากยอดสินเชื่อคงค้างของธนาคารพาณิชย์ไทยทั้งระบบ ณ วันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา จำนวน 4.7 ล้านล้านบาท ยอดสินเชื่อของเกียรตินาคินที่มีอยู่ 47.7 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% ของระบบเท่านั้น

ขนาดที่เล็กกว่าทำให้เกียรตินาคินต้องกำหนดโพสิชั่นนิ่งของตนเองแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นที่ส่วนใหญ่จะมุ่งไปสู่บริการ Universal Banking ที่ครอบคลุมธุรกรรมทางการเงินครบวงจรและจับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ แต่เกียรตินาคินกลับจะเน้นไปในกลุ่มตลาดเฉพาะที่มีความชำนาญและมีฐานลูกค้าเดิมอยู่ก่อนแล้ว

ตลาดที่เกียรตินาคินจะเน้นในช่วง 3 ปีแรกของการดำเนินงานประกอบด้วยสินเชื่อเพื่อการอุปโภค/บริโภคได้แก่ สินเชื่อ เช่าซื้อรถและสินเชื่อบุคคล ส่วนสินเชื่อธุรกิจจะเน้นไปในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจขนส่ง สิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งกลุ่มผู้ค้ารถยนต์ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจหลักทรัพย์ที่จะดำเนินการผ่าน บล.เกียรตินาคินอีกด้วย

ผู้บริหารตั้งเป้าว่ายอดสินเชื่อของเกียรตินาคินจะเพิ่มขึ้นในอัตราปีละ 20-25% โดยจะเพิ่มจาก 47.7 พันล้านบาท ปัจจุบันขึ้นเป็น 90 พันล้านบาท ในปี 2550 และสัดส่วนสินเชื่อจะเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันที่มีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โครงการที่อยู่อาศัยและสินเชื่อ ปรส./สินเชื่อธุรกิจในสัดส่วน 38%, 28% และ 34% ตามลำดับ ไปเน้นที่สินเชื่อรถยนต์มากขึ้นในสัดส่วนถึง 56% ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะลดลงเหลือ 24% และสินเชื่อ ปรส./สินเชื่อธุรกิจจะลดเหลือ 20%

การตั้งเป้าที่จะขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วง 3 ปีดังกล่าว ทำให้เกียรตินาคินต้องระดมเงินฝากเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน โดยเกียรตินาคินจะมุ่งการระดมทุนที่เป็นระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงด้านความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและกระจายฐานเงินฝากให้มากขึ้นเพื่อรองรับการจัดตั้งสถาบันประกันเงินฝากในอนาคต นอกจากนี้ยังจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีฐานเงินฝากบัญชีละ 1 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของเกียรตินาคินอยู่แล้ว

ธวัชไชย สุทธิกิจไพศาล ประธานสายงานสินเชื่อ มั่นใจว่าการระดมเงินฝากของเกียรตินาคินน่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากการปรับสถานะเป็นธนาคารพาณิชย์จะช่วยให้ภาพลักษณ์ขององค์กรด้านความมั่นคงในสายตาของผู้ฝากเงินมีมากขึ้น ส่วนกลยุทธ์อีกประการหนึ่งที่เกียรตินาคินจะนำมาใช้ในการดึงดูดเงินฝาก คือการให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารแห่งอื่น ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงาน เนื่องจากเกียรตินาคินมีต้นทุนสาขาน้อยกว่าธนาคารอื่นจากการที่มีเพียง 15 สาขาเท่านั้น

อีกปัจจัยหนึ่งที่จะเป็นตัวกระตุ้นการระดมเงินฝากของเกียรตินาคินก็คือสถาบันประกันเงินฝากที่กำลังจะตั้งขึ้นในอีกไม่นานนี้ เนื่องจากข้อกำหนดที่จะคุ้มครองเงินฝากบัญชีละ 1 ล้านบาท จะทำให้ผู้มีเงินฝากต้องกระจายเงินออกเป็นหลายบัญชีในหลายธนาคาร ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารขนาดเล็กสามารถดึงยอดเงินฝากมาจากธนาคารขนาดใหญ่ได้

ปัจจุบันธุรกิจในกลุ่มเกียรตินาคินประกอบด้วย บง.เกียรตินาคิน บง.รัตนทุน บล.เกียรตินาคิน และกองทุนที่ได้จากการประมูลทรัพย์สินมาบริหารจำนวน 6 กองทุน มูลค่ารวม 10.8 พันล้านบาท ในปีที่ผ่านมา บง.เกียรตินาคินมีรายได้รวม 6,049 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 2,208 ล้านบาท และมีกำไรหุ้นละ 4.77 บาท เทียบกับในปี 2546 ซึ่งมีรายได้รวม 6,340 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,065 ล้านบาทและกำไรหุ้นละ 5.74 บาท โดยสินเชื่อเช่าซื้อมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 129% มียอดคงค้าง 18,097 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 64% มียอดคงค้างจำนวน 13,326 ล้านบาท

สำหรับในปีนี้เกียรตินาคินตั้งเป้าขยายสินทรัพย์จำนวน 80,000 ล้านบาท โดยเน้นการขยายสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อบุคคลเพื่อให้มีการกระจายสินเชื่อที่สมดุล ทั้งนี้สินเชื่อเช่าซื้ออาจมีการชะลอตัวจากปัจจัยลบต่างๆ อาทิ ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นและภาวะภัยแล้งที่จะส่งผลต่อลูกค้าในกลุ่มเกษตรกรที่เป็นฐานลูกค้าสำคัญในตลาดรถปิกอัพ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย