Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2548
สถาปนิกพลิกทฤษฎีออกแบบ เนรมิตบ้านเป็นวิมานของลูกน้อย             
 


   
search resources

Crafts and Design




สถาปนิกออสซี่ Marco Spinelli เปิดใจกับนิตยสาร House&Garden/February 2005 ถึงเคล็ดลับที่ลงมือพลิกทฤษฎีออกแบบบ้านด้วยตัวเอง จนกลายเป็นวิมานที่สามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของครอบครัวเดี่ยว ที่มีตัวเขาพร้อม Heather ภรรยาคู่ชีวิตและ Luka ลูกชายตัวน้อยวัยหนึ่งขวบใช้เป็นที่พำนักด้วยความอบอุ่นและปลอดภัยท่ามกลางความรักและความเอื้ออาทร ที่มีให้กันจนบ้านหลังนี้กลายเป็น "บ้านเปี่ยมสุข" และกรณีศึกษาในเวลาเดียวกัน

1.ทำทางเดินให้มีจุดน่าสนใจ

"ที่ยากสุดๆ เห็นจะเป็นการหาวิธีทำให้ทางเดินยาวๆ จุดน่าสนใจในตัวเอง ผมจึงออกแบบให้ประตูด้านหน้ามีลักษณะสมมาตร (symmetrical) กับตัวห้องโถง นอกจากนี้ ยังเจาะช่องสี่เหลี่ยมที่ตัวประตูเพื่อรับแสงธรรมชาติจากภายนอก เมื่อเดินเข้ามาตามทางเดินยาวนั้นจะเห็นว่าผมออกแบบให้ผนังด้านหนึ่งเชื่อมกับโลก ภายนอกด้วยการเจาะหน้าต่างที่สูงจากพื้นจรดเพดาน จุดที่เป็นปัญหาอยู่เสมอคือที่ว่างบริเวณตรงกลางของห้องโถง โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถเจาะหน้าต่างได้อีก ผมจึงหาทางออกด้วยการกั้นเป็นห้องซักล้าง (โปรดดูภาพประกอบ) แล้วติดตั้งประตูเลื่อนพร้อมผนังที่มีลักษณะคล้ายๆ ฉากญี่ปุ่น เมื่อเลื่อนประตูปิดคุณจะไม่มีวันรู้เลยว่ามีห้องซักล้างอยู่หลังประตูบานนี้"

2.open-plan เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็กที่สุด

"บ้านที่ออกแบบ open-plan จะวิเศษสุดสำหรับเด็กเล็กๆ เพราะพวกเขาจะมีที่ว่างให้ได้เล่นซุกซนมากขึ้น ขณะเดียวกันเราจะเห็น Luka อยู่ในสายตาตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ในรถหัดเดิน (walker) เจ้า Luka น้อยจะเคลื่อนที่ไปเร็วมากจนวิ่งตามแทบไม่ทัน เขาชอบนั่งรถหัดเดินแล้วเคลื่อนไปรอบๆ โต๊ะทำงานในครัว ผมจึงต้องใช้สตูลอะลูมิเนียมของ Thonet แทนเก้าอี้ เพราะ Luka ซึ่งอยู่ในรถหัดเดินจะไม่สามารถจับสตูลหนักๆ นั้นคว่ำลงได้

ที่สำคัญยิ่งยวดสำหรับเด็กคือ การได้เชื่อมโยงกับโลกภายนอกและสามารถเล่นซุกซนไปรอบๆ ได้โดยสะดวก เราจึงมีสนามหน้าบ้านและหลังบ้านให้ลูกน้อยเล่นอย่างปลอดภัยโดยมีเราเฝ้าดูอยู่ห่างๆ จากในห้องครัว"

3. เด็กชอบสีฉูดฉาดตัดกัน

"การมีลูกน้อยอยู่ด้วยมีอิทธิพลต่อการเลือกสีของเราโดยตรง เพราะเด็กๆ ชอบสีฉูดฉาดสดใส เราจึงใช้สีตัดกันของแดงและเขียวในบริเวณที่ Luka ชอบไปขลุกอยู่นานๆ เช่น ในห้องครัว โต๊ะทำงานกลางห้องครัวจึงทาสีโพลียูรีเทน Wattyl Wasabi Green และนาฬิกาติดฝาผนังที่เราได้เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ก็มีสีเขียวเข้าชุดกันโดยบังเอิญด้วย"

4. หลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง

"ที่นั่งแบบ modular seating ขนาดมาตรฐานแยกได้เป็นส่วนๆ จะเหมาะกับห้องนั่งเล่นของครอบครัวที่สุด เพราะสามารถเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลาเป็นการช่วยลดปัญหาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด และทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันได้ เก้าอี้ Moran seating ที่เห็นในภาพนี้ซื้อจาก David Jones หุ้มด้วยผ้าสีช็อกโกแลตของ Warwick Macrosuede ที่ถอดออกซักได้ ส่วนของพื้นในห้องนั่งเล่นต้องมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ เราจึงเลือกพื้นคอนกรีตขัดเงาที่นอกจากจะทำหน้าที่เก็บความร้อนไว้ในตัวทำให้เท้าน้อยๆ ของเด็กอุ่นสบายแล้ว เวลาพื้นสกปรกเลอะเทอะก็มองไม่เห็นด้วย แต่ถ้าเป็นพื้นห้องนอนเด็ก แนะนำให้ใช้พื้นไม้จะเหมาะกว่า เพราะเวลาเลอะเทอะก็เห็นได้ทันที"

5. อย่าเลิกงานจัดเลี้ยงในบ้าน เพราะมีเด็ก

"เรายังเชิญแขกมารับประทานอาหารเย็นที่บ้าน จึงจำเป็นต้องมีระบบจัดเก็บที่ดี นั่นคือ ตู้ที่มีประตูปิดมิดชิดเพื่อให้พ้นจากมือซุกซนช่างรื้อช่างค้นของลูกน้อย เราจึงต่อตู้สูงจรดเพดานไว้เก็บถ้วยชามและเครื่องแก้วที่ล้นออกมาจากตู้เก็บในห้องครัว"

6. เน้นเปิดรับแสงจากภายนอก

"การมีห้องแบบ open-plan หลายห้องทำให้จำเป็นต้องออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยแต่ละส่วนมีอาณาเขตเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน เช่น บริเวณห้องรับประทานอาหารมีเพดานโค้งตัดกับเพดานเรียบของบริเวณที่อยู่ติดกัน เรายังออกแบบให้ห้องรับประทานอาหารมีหน้าต่างทรงสูงจากพื้นจรดเพดานเพื่อรับแสงธรรมชาติจากภายนอกได้เต็มที่ และยังทำให้เห็นความสวยงามของสวนไผ่ด้านนอก ที่ปลูกเป็นแนวขนานกับห้องรับประทานอาหารต่อไปจนถึงสนามหญ้า เวลากลางคืนเราจะตามไฟในสวนไผ่ด้วย ทำให้มีชีวิตชีวาขึ้นทันตาเห็น"

7. มีห้องซักล้างจะดีกว่า

"เมื่อมีครอบครัวเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว คุณจำเป็นต้องมีห้องซักล้างที่สะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บริเวณหลังบ้าน แต่ของเราจะอยู่กลางบ้าน เวลาที่คุณรีบร้อนและต้องการโยนผ้าอ้อมลูกที่ใส่แล้วทิ้งไปก็ทำได้โดยสะดวก เพราะมีถังรองรับขยะอยู่ใกล้มือ เราจะเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ในตู้มีประตูปิดมิดชิด และติดตั้งราวสำหรับแขวนเสื้อเชิ้ตที่ต้องการผึ่งในร่ม รวมทั้งเสื้อผ้าของลูกชายด้วย คุณต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อมีลูกน้อยแล้ว เวลาส่วนใหญ่ของคุณจะหมดไปกับงานในห้องซักล้าง จึงจำเป็นต้องออกแบบให้ดีและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังต้องเป็นที่ที่ลูกน้อยเข้าไปขลุกและซุกซนอย่างมีความสุขได้ด้วย เหตุนี้แหละจึงทำให้ผมเลือกปูผนังด้วยกระเบื้องเซรามิกสีแดงมะเขือเทศของ Johnson Tiles เพื่อรองรับความเลอะเทอะที่เกิดขึ้นขณะซักล้าง"

8. อย่าลืมอ่างอาบน้ำ

เด็กๆ ชอบอาบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อคุณได้ทำกิจกรรมนี้กับลูกน้อย คุณก็จะพลอยสุขสดชื่นไปด้วย จะเห็นเลยว่าห้องน้ำห้องนี้ออกแบบให้เป็นเหมือนสวรรค์น้อยๆ ด้วยการเจาะหน้าต่างที่ความสูงระดับอ่างอาบน้ำเท่านั้น ทำให้มองเห็นสวนหย่อมข้างนอกอย่างชัดเจน ตำแหน่งของหน้าต่าง ณ ระดับความสูงต่างกันจะเป็นตัวควบคุมภาพข้างนอกขณะมองจากข้างในออกไป ส่วนของกระจกจะติดตั้งให้ทำมุมทะแยงเพื่อให้แลดูเหมือนไร้รอยต่อใดๆ ทำให้เราเพลิดเพลินกับสวนหย่อมด้านนอกพร้อมๆ กับสนุกสนานกับการเล่นน้ำในอ่างไปด้วย"

9. ห้องน้ำต้องเป็นห้องชุดสุดพิเศษ

"ห้องน้ำของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะเวลาที่คุณมีลูกน้อยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ผมจึงออกแบบห้องน้ำให้เป็นห้องชุดสุดพิเศษ มี vanity พาดยาวโดยตลอด vanity top ที่เห็นในภาพเป็นของ Caesar Stone ในส่วนของ partition ที่แยกห้องฝักบัวกับโถส้วมออกจากกันปูด้วยกระเบื้องโมเสกสีช็อกโกแลต"

10. ห้องนอนสุดหรูของพ่อแม่

"ชั้นบนของบ้านมีเพียงห้องเดียวคือห้องนอน ซึ่งออกแบบให้เป็นห้องชุดด้วย เรามีจอมอนิเตอร์ติดตามความเคลื่อนไหวของลูกโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ถ้ามีอะไรผิดปกติเราก็จะได้ยินเสียงร้องของลูกอยู่แล้ว องค์ประกอบของห้องเน้นความเรียบง่ายแต่ประหยัดเนื้อที่ได้วิเศษสุด ที่สำคัญคือ เราตกแต่งทุกอย่างด้วยสิ่งที่เป็นของโปรดได้ตามใจปรารถนา อาทิ โต๊ะ Lumen luminous จาก Domo Collections, ราวแขวนเสื้อโค้ตของ Nestor, แจกันนิกเกิลของ Lys, ถาดอาหารเช้าทำด้วยไม้โอ๊กของ Ichiro, ผ้าปูที่นอน Designer's Guild จาก Outdoors on Parade, ผ้าห่มผืนเล็ก Husky Brun จาก Domo ห้องนอนของเรายังพิเศษสุดตรงพรมปูพื้น เพราะเราชอบความอ่อนนุ่มใต้ฝ่าเท้า ส่วนของผนังทาสีเปลือกมังคุดของ Dulux Casbah ขณะที่ห้องที่เหลือทาสี Dulux Natural White"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย