Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2548
"ปักกิ่ง" น่าอยู่หรือไม่?             
โดย วริษฐ์ ลิ้มทองกุล
 





ต้นเดือนเมษายน บนโต๊ะอาหารกลางวันในงานฉลองครบรอบ 30 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง หนุ่มไทยที่เพิ่งย้ายมาทำงานอยู่ที่เมืองปักกิ่งได้ราว 6 เดือน กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตรของไทยผู้หนึ่ง ก็บ่นขึ้นมากลางโต๊ะว่า ปักกิ่งช่างเป็นเมืองหลวงที่ไม่น่าอยู่เอาเสียเลย ผิดกับเซี่ยงไฮ้ที่เขาเคยทำงานอยู่มา 6 ปี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกรุงเทพฯ เมืองหลวงของบ้านเกิดที่อะไรๆ ดูจะสะดวกสบายไปเสียหมด

"พูดตรงๆ นะ ผมว่า CBD (Central Business District) ปักกิ่งเป็นเมืองที่ภายนอกดูดี ตึกใหญ่ๆ สวยๆ เต็มไปหมด แต่จริงๆ แล้วแม่งเป็นเหมือนกล่องคอนกรีต ข้างนอกสวยแต่ข้างในไม่มีอะไรเลย ค่าเช่าก็แพง Facility ที่รองรับนักศึกษาอาจจะดีหน่อย แต่ Facility สำหรับคนทำงานแย่มาก อย่างเช่นกลางวันผมจะเดินหาข้าวกินก็ลำบาก ที่เซี่ยงไฮ้มื้อหนึ่ง 15-20 หยวน มีขายถมถืดที่ปักกิ่งอย่างต่ำๆ ก็ต้อง 20-30 หยวน..."

ผมเหลือบไปมองหญิงชาวปักกิ่งผู้หนึ่งที่นั่งข้างๆ ร่วมโต๊ะกันอยู่ พิจารณาจากสีหน้าแล้วก็ดูอิหลักอิเหลื่ออยู่ไม่น้อย อาจเป็นได้ว่าไม่พอใจอยากพูดแย้งแต่ก็เกิดอาการเกรงใจกลัวผิดมารยาท หรืออยากจะโต้ตอบ แต่ก็ไม่รู้จะยกเหตุผลใดมาโต้ตอบดี

ส่วนผมหลังจากฟังแล้ว ผมก็พยายามสลัดทิ้งความรู้สึกคุ้นเคยกับบ้านเมืองที่ตนเองใช้ชีวิตอยู่มาหลายปี และหันกลับมาถามตัวเองอย่างจริงจังว่าจริงๆ แล้วรู้สึกว่า "ปักกิ่ง น่าอยู่หรือไม่น่าอยู่กันแน่?"

ประเด็นแรก เรื่องค่าใช้จ่าย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปักกิ่งในฐานะเมืองหลวงของประเทศจีน ศูนย์กลางทางการเมืองการปกครอง และวัฒนธรรมของคนจีนทั้งมวล ได้ถูกวางแผนให้กลายเป็นมหานครชั้นนำของโลก ยิ่งเมื่อปักกิ่งได้มีโอกาสเป็นผู้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งถัดไปด้วยแล้ว ความเปลี่ยนแปลงของปักกิ่งยิ่งดำเนินไปในอัตราที่รวดเร็วเกินกว่าที่หลายคนจะคาดคิด รวมถึงค่าครองชีพในมหานครปักกิ่งที่นับวันยิ่งสูงขึ้น สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ตัวเลขค่าครองชีพในมหานครของโลก (Cost of Living) ที่ทำการสำรวจโดย Economist Intelligence Unit Worldwide เมื่อปี พ.ศ.2547 ระบุอย่างชัดเจนว่า ปัจจุบันค่าครองชีพในเมืองปักกิ่งนั้นแพงที่สุดในบรรดาเมืองอื่นๆ ในประเทศจีน คืออยู่ในอันดับ 46 ร่วมกับ ฮูสตันและอิสตันบูล เหนือกว่าเซี่ยงไฮ้ (47) กว่างโจว (68) ต้าเหลียน (71) เซินเจิ้น (79) เทียนจิน (85) เซี่ยเหมิน (100) รวมไปถึงกรุงเทพฯ ที่อยู่ในอันดับ 100

หันมามองในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเช่าสำนักงานในย่าน CBD โดยเฉลี่ยของเมืองปักกิ่งแล้วก็จะพบว่า แม้ปัจจุบันจะมีโครงการสร้างตึกสำนักงานผุดกันเป็นดอกเห็ด แต่ก็นับว่ายังไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะค่าเช่าสำนักงานเกรด A ในย่าน CBD ของเมืองปักกิ่ง แพงเป็นอันดับสองของจีน คือ 201.78 ยูโรต่อตารางเมตรต่อปี เป็นรองจากเซี่ยงไฮ้ที่ราคา 281.33 ยูโรต่อ ตร.ม.ต่อปี (ตัวเลขไตรมาสที่ 4 ของปี 2547) หรือหากเปรียบเทียบกับกรุงเทพฯ ที่ค่าเช่าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 101.28 ยูโร ค่าเช่าสำนักงานในปักกิ่งนั้นก็สูงกว่ากรุงเทพฯ เกือบ 1 เท่า

แต่ทั้งนี้ในการสำรวจความเห็นของชาวจีนใน 10 เมือง โดยบริษัทการลงทุนเฉิงอี้ (เซี่ยเหมิน) โฮลดิ้ง นิตยสารบิสซิเนส วอท์ช ร่วมกับฮอริซัน รีเสิร์ช คอนเซา แทนซี่ เมื่อต้นปี 2548 ผลปรากฏว่า เซี่ยงไฮ้กลับเป็นมหานครที่น่าอยู่ที่สุด รองลงมาคือ ต้าเหลียน ในมณฑล เหลียวหนิง ส่วนเมืองปักกิ่ง แม้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตจะแพงที่สุด แต่ในสายตาของชาวจีนนั้น ปักกิ่งเป็นเมืองที่น่าอยู่ในอันดับที่ 3 เท่านั้น

ประเด็นที่สอง เรื่องสภาวะแวดล้อม ปักกิ่งเป็นเมืองที่เรียกได้ว่าภูมิอากาศแปรผันมากที่สุด หน้าหนาว อุณหภูมิก็อาจลดลงไปต่ำถึง ลบ 15-20 องศาเซลเซียส ส่วนหน้าร้อนอุณหภูมิก็อาจจะถีบขึ้นมาสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

ด้านมลภาวะทางอากาศ ปักกิ่งก็ถือว่าติดอันดับเมืองที่อากาศย่ำแย่ที่สุดในประเทศจีน ฤดูใบไม้ผลิมีพายุทรายที่พัดเข้ามาจากมองโกเลีย หรือในวันธรรมดา หากมองขึ้นไปบนฟ้าก็มีน้อยวันนักที่จะพบกับท้องฟ้าสีครามของปักกิ่ง แน่นอนว่ามลภาวะที่เกิดขึ้นมิได้มีสาเหตุจากความแปรปรวนของธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ปักกิ่งเป็นเมืองที่มี Smog หรือหมอกผสมกับควันพิษจากโรงงาน-เครื่องยนต์ มากอย่างน่าเป็นห่วง

มรดกจากยุคเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่มาจากแนวนโยบายของเหมาเจ๋อตง ยังหลงเหลือเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่รอบๆ เมืองปักกิ่ง อย่างเช่น เครือโส่วกัง กลุ่มบริษัทผลิตเหล็กกล้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และผลิตมลภาวะออกมามากที่สุดด้วย แม้รัฐบาลจะมีนโยบายให้โรงงานเหล็กของโส่วกัง ทยอยย้ายออกไปจากตัวเมืองแต่ถึงปัจจุบันกลุ่มโรงงานจำนวนมากก็ยังอยู่ในปักกิ่ง เพราะกว่าจะย้ายเสร็จสิ้น ก็ต้องรอถึงปี 2553 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ตัวเลขล่าสุดยังระบุอย่างชัดเจนว่า แผนการพัฒนาเมืองปักกิ่ง 20 ปี ที่วางไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2536 (ค.ศ.1993) ผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัด คือ แผนดังกล่าวคาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี พ.ศ.2553 (ค.ศ.2010) จะสามารถควบคุมจำนวนประชากรของปักกิ่งให้อยู่ในช่วง 15 ล้านคน ควบคุมปริมาณพื้นที่ใช้สอยของอาคารทั้งหมดให้ตัวเลขอยู่ต่ำกว่า 924 ตารางกิโลเมตร และควบคุมจำนวนรถยนต์ทั้งหมดให้อยู่ต่ำกว่า 2 ล้านคัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายปี 2547 ที่ผ่านมา ตัวเลขประชากรในปักกิ่งนั้นกลับเขยิบขึ้นมาอยู่ที่ 14.927 ล้านคนแล้ว หรือก่อนแผน 6 ปี พื้นที่ใช้สอยก็เกินเกณฑ์มาตั้งแต่ปี 2545 ก่อนแผน 8 ปี ส่วนจำนวนรถยนต์ก็เกินเกณฑ์มาตั้งแต่ปี 2546 หรือก่อนแผน 7 ปี

จำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากจะผลักให้ระดับมลภาวะของเมืองปักกิ่งกระเถิบสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ปัญหารถติดของปักกิ่งก็เรียกว่าเข้าขั้นสาหัส น่าแปลกใจที่เทศบาลเมืองปักกิ่งไม่พยายามลดแรงจูงใจของคนปักกิ่งให้ซื้อรถยนต์น้อยลงด้วยการเก็บค่าที่จอดรถแพงหูฉี่เหมือนเซี่ยงไฮ้ แต่กลับใช้วิธีสร้างถนนเพิ่มขึ้นแทน อาจเป็นได้ว่า ระบบขนส่งสาธารณะของปักกิ่งนั้นยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ

เมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ก็อาจสรุปได้ว่า ปักกิ่งเป็นมหานครที่แออัด และไม่น่าอยู่เอาเสียเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับผมปัจจัยที่กำหนดว่าน่าอยู่หรือไม่ ไม่ได้หยุดอยู่ที่เพียงแค่นั้น ผมมองว่าปักกิ่งยังมีจุดแข็งของตัวเอง คือ การเป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของประเทศจีน เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจีนเอาไว้อย่างเพียบพร้อม อย่างที่เมืองอื่นๆ ของประเทศจีนไม่มี

นอกจากนี้ที่สำคัญโดยส่วนตัว ผมคิดว่าเป็นการยากที่เราจะพบเห็นพัฒนาการของเมืองใดเมืองหนึ่งในโลก ที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้อย่างชัดเจนเท่ากับปักกิ่ง การใช้ชีวิตอยู่ที่ปักกิ่งทำให้ผมเห็นการปะทะกันระหว่างแนวคิดตัวแทนของโลกตะวันออกและตะวันตก เห็นการกัดกินทางวัฒนธรรม เห็นการเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติของคน เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งทางรูปธรรมและนามธรรมอย่างชัดเจน และผมก็เชื่อว่าระยะเปลี่ยนผ่านนี้คงดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก

บางทีปักกิ่งอาจเป็นเมืองที่เรียกได้ว่า หากได้มาสัมผัสแล้ว ไม่ Love it! ก็คง Hate it! ไปเลย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย