Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2527








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2527
ศึกสุดท้ายของเสรี แต่ก็คงต้องยืดเยื้ออีกเป็นปี             
 


   
search resources

ปูนซีเมนต์นครหลวง, บมจ.
สมพงส์ ธนะโสภณ
เสรี ทรัพย์เจรัญ
Financing
สำราญ กัลยาณรุจ
Law
ราชาเงินทุน




สำหรับเสรี ทรัพย์เจริญ แห่งราชาเงินทุนแล้ว ชีวิตประจำวันใน 4-5 ปีที่ผ่านมาคือการขึ้นโรงขึ้นศาลตลอด เสรีขึ้นศาลจนตัวเองแทบจะทะลุปรุโปร่งในข้อกฎหมายต่างๆ

ล่าสุดอัยการส่งเสรีขึ้นฟ้องศาลในข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยโจทก์คือ อัยการแต่ผู้เดียว

“เขาเคยลงหนังสือพิมพ์ประกาศเรียกหาประชาชนผู้เสียหายมาเป็นเจ้าทุกข์แต่ก็ไม่มีใครแสดงตัว เคยมีอยู่ 2 ท่าน เข้ามาแต่พอทราบข้อเท็จจริงแล้วก็ขอถอนตัวไป” เสรีเล่าให้ “ผู้จัดการ” ฟัง

ความจริงเสรีเคยถูกตั้งข้อกล่าวหามาแล้วครั้งหนึ่งโดยสำราญ กัลยาณรุจ กรรมการคนหนึ่งของธนาคารกสิกรไทยซึ่งอยู่ในชุดกรรมการควบคุมราชาฯ แจ้งกองปราบว่าเสรียักยอกทรัพย์ ในกรณีของตะวันออกคลังสินค้า และกรณีซื้อขายหุ้นบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง เป็นจำนวนเงิน 284 ล้านบาท

ผลของการแจ้งความในกลางปี 2522 ทำให้เสรีต้องถูกจับกุมและถูกขังอยู่ 4 วันจนกระทั่งคณะกรรมการสอบสวนของกรมตำรวจได้ตรวจสอบข้อถูกต้องว่าไม่เป็นความจริง เสรีก็เลยถูกขังฟรีมา 4 วัน

จากวันนั้นเป็นต้นมา เสรีก็ต้องสู้ความอย่างเหงื่อตกกีบเพราะต้องสู้กับผู้ที่มีอำนาจในวงการราชการ

จนกระทั่งเสรีเคยได้ชัยชนะในยกแรกเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า บริษัทราชาเงินทุนไม่ล้มละลาย คณะกรรมการชำระบัญชีอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา เสรีก็ฎีกาผลฎีกายังไม่ออก

กลับมาถึงเรื่องที่กองปราบเมื่อเล่นงานเสรีเรื่องยักยอกทรัพย์ไม่ได้แล้ว ก็เริ่มหาเรื่องฉ้อโกงประชาชน แต่หลังจากพยายามหาเจ้าทุกข์มาตั้งแต่ปี 22 ถึงปี 26 เป็นเวลา 5 ปีก็ยังหาไม่ได้

พอดีจังหวะเหมาะที่สุธี นพคุณล้มกับ EDT กระแสประชามติกำลังแรงที่จะให้เข่นฆ่าผู้บริหารทรัสต์ที่บริหารเหลวแหลก และประจวบเหมาะกับที่คณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดออกเป็นกฎหมายของไทยที่รุนแรงกว่าเก่า ยังไม่ทันที่เสียงประกาศพระราชกำหนดจะจางไปสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย กรมอัยการซึ่งพยายามฟ้องเสรีมาตั้งแต่ 2522 ก็เกิดตัดสินใจส่งเสรีฟ้องทันทีในธันวาคม 2526 เป็นการบังเอิญที่ช่างเหมาะสมกระไรเช่นนี้กับประกาศของพระราชกำหนดใหม่ที่ออกมาพอดี

แต่โชคของแพะที่ชื่อเสรียังดีอยู่ ที่เกิดป่วยขึ้นมาไปขึ้นศาลไม่ได้ในช่วงธันวาคม ก็ขอเลื่อนมาเป็นมกราคม

“ถ้าเสรีขึ้นศาลตอนนั้นจะก็เข้าล็อกพอดีเลยกับพระราชกำหนดที่เพิ่งออกมา หนังสือพิมพ์ก็คงมีเรื่องเล่นกันอีกพักหนึ่งทั้งๆ ที่กรณีราชาเงินทุนกับกรณีการล้มของทรัสต์อื่นไม่เหมือนกัน” ผู้สังเกตการณ์ท่านหนึ่งที่ทำคดีนี้มาตลอดให้ความเห็น

เสรีประกันตัวไปอีกครั้งเป็นเงิน 1,000,000 บาท โดยเอาที่ดินเข้าประกัน

“ผมเกือบแย่ ผมคิดว่าแค่ 200,000 บาท” เสรีเล่าให้ฟังเพิ่มเติมเป็นที่สังเกตว่าการประกันตัวในขั้นสอบสวนของเสรีที่กองปราบต้องใช้เงินประกันร่วม 4 ล้านบาท ในขณะที่สุธี นพคุณ ประกันเพียง 500,000 บาท และจนบัดนี้สุธียังไม่โดนข้อหายักยอกทรัพย์หรือข้อหาฉ้อโกงประชาชนเลย!”

“ผมคงต้องสู้ไปตลอดจนกว่ากรรมการจะตัดสินแพ้หรือชนะเป็นเด็ดขาด ผมรอได้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ผมสามารถรอได้ แม้จะเป็นตลอดชีวิต” เสรี ทรัพย์เจริญ พูด

เสรีเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยคงพอจะเป็นที่พึ่งของผู้เดือดร้อนได้ แต่มาตอนหลังๆ ชายผมสีดอกเลาคนนี้เริ่มจะไม่แน่ใจในคำว่า “กระบวนการยุติธรรม”

“ตอนนายสำราญ กัลยาณรุจแจ้งความกับกองปราบว่าผมยักยอกทรัพย์ แล้วคณะกรรมการสอบสวนของกรมตำรวจสอบแล้วว่าไม่จริง ผมในฐานะที่เป็นเจ้าทุกข์ผู้เดือดร้อนก็แจ้งกับกองปราบว่านายสำราญแจ้งความเท็จ กองปราบกลับเก็บเรื่องของผมเข้าลิ้นชัก ผมส่งจดหมายร้องทุกข์ไปอีก 3 ฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2523 กล่าวหา นายสมพงษ์ ธนะโสภณ กับนายตามใจ ขำภโต ว่ารวมกันกระทำผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมพร้อมด้วยรูปถ่ายเอกสารยืนยันการกระทำผิดของบุคคลทั้งสองอย่างชัดแจ้ง แต่พนักงานสอบสวนของกองปราบมิได้เคยแจ้งผลคืบหน้าของการสืบสวนให้ผมทราบเลย” เสรี ทรัพย์เจริญ ระบายออกมาอย่างท้อแท้ใจ

เสรีไม่เข้าใจว่าในเรื่องของเขาในเมื่อไม่มีประชานร้องทุกข์แม้แต่คนเดียว แต่กองปราบกับกรมอัยการถึงกระเหี้ยนกระหือส่งเขาฟ้อง แต่เรื่องที่มีเจ้าทุกข์ร้องเรียนกองปราบกลับทำเงียบ

สำหรับ พลต.ต. บุญชู วังกานนท์ ผู้ซึ่งเข้ามากุมบังเหียนกองปราบปรามยุคใหม่นี้ก็คงนึกไม่ถึงว่าจะต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้

และเมื่อตัวผู้การได้รับจดหมายร้องทุกข์และลงทะเบียนตอบรับของเสรี ทรัพย์เจริญ แล้วผู้การกองปราบหนวดงามคนนี้คงนึกในใจว่า ให้ไปยิงกับขุนโจรสักสิบคนยังจะดีกว่ามาเจอเรื่องที่ตัวเองกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้

เสรีก็คงต้องเอาเวลาเป็นเพื่อนแล้วก็รอต่อไป ไหนๆ ก็รอมาแล้วตั้ง 5 ปี จะรอต่ออีก 5 ปี ก็คงจะไม่เป็นไร สำหรับกระบวนการยุติธรรมของไทย



60 ซอยถวัลย์ศักดิ์ ถนนประดิพัทธ์ กทม.

4 มกราคม 2527

เรื่อง ร้องทุกข์กล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา

เรียน ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม สามยอด

ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะร้องทุกข์ต่อท่านว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2522 นายสำราญ กัลยาณรุจ ได้ให้การกล่าวหาข้าพเจ้าอันเป็นเท็จต่อ พล.ต.ต.อุดม ลัดพลี หัวหน้าพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางว่า เป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจาก นายสมพงส์ ธนะโสภณ ประธานกรรมการควบคุมบริษัท ราชาเงินทุน จำกัด ไปร้องทุกข์มอบคดีกับพนักงานสอบสวนว่า ข้าพเจ้ากระทำผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 354 ในกรณีเกี่ยวข้องกับ บริษัท คลังสินค้าตะวันออก จำกัด เป็นค่าเสียหาย 233 ล้านบาท และในกรณีซื้อขายหุ้นบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด คิดเป็นเงินค่าเสียหายประมาณ 51 ล้านบาทเศษ เพื่อจะแกล้งให้ข้าพเจ้าต้องรับโทษ เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าถูกจับกุมคุมขังไว้ระหว่างสอบสวนที่กองบังคับการกองปราบปรามสามยอด ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 4 กรกฎาคม 2522

นายสมพงส์ ธนะโสภณ ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นประธานกรรมการควบคุม เพราะเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 22(7) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนฯ พ.ศ. 2522 (ฉบับที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุ มิใช่ฉบับแก้ไขใหม่โดยพระราชกำหนด ปี 2526) จึงไม่ใช่ผู้แทนของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะมอบอำนาจให้นายสำราญ กัลยาณรุจมากล่าวหาดำเนินคดีกับข้าพเจ้าได้เลย แต่บุคคลทั้งสองได้ร่วมกันกล่าวหาข้าพเจ้าอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้ข้าพเจ้าได้รับโทษ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173 และ 174 ข้าพเจ้าจึงขอร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับบุคคลทั้งสองและผู้อื่นที่ได้ร่วมกระทำผิดไม่ว่าจะเป็นตัวการร่วมกัน ตัวการผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนต่อไป

อนึ่ง ข้าพเจ้าได้รับหนังสือที่ มท.0615 (ป.4)/4609 ของกองปราบปรามให้ส่งตัวข้าพเจ้าไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องในคดีที่ต้องหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยมิได้มีประชาชนสักคนเดียวไปร้องทุกข์กล่าวหาข้าพเจ้า แต่ในเรื่องนี้ข้าพเจ้าได้มีหนังสือร้องทุกข์ ลงวันที่ 26 มีนาคม 2523 รวม 3 ฉบับ กล่าวหานายสมพงส์ ธนะโสภณและนายตามใจ ขำภโต ว่าร่วมกันกระทำผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม พร้อมด้วยรูปถ่ายเอกสารยืนยันการกระทำผิดของบุคคลทั้งสองอย่างชัดแจ้งนั้น พนักงานสอบสวนกองปราบปรามมิได้เคยแจ้งผลคืบหน้าของการสอบสวนให้ข้าพเจ้าทราบเลย

ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องที่ข้าพเจ้าร้องทุกข์ใหม่นี้ และเรื่องที่ข้าพเจ้าเคยร้องทุกข์ไว้แล้วอีก 3 เรื่องคงจะได้รับความเอาใจใส่จากพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกัน หรือยิ่งกว่าคดีที่ข้าพเจ้าตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่มีผู้กล่าวหา จึงขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

ขอแสดงความนับถือ

(นายเสรี ทรัพย์เจริญ)   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย