Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2527








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2527
คิงคองตัวนี้ราคา 4 ล้าน แต่ก็ช่วยเพิ่มยอดขายเกินคุ้ม             
 


   
search resources

Shopping Centers and Department store
ห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า, บจก.
Marketing




วานรยักษ์ตัวนี้เป็นพันธุ์กอริลลา อายุ 8 ปี มีถิ่นกำเนิดในคองโก แอฟริกา น้ำหนักตัวชั่งแล้ว 130 กิโลกรัม เมื่อยืนขึ้นจะสูง 163 เซนติเมตร ยิ่งถ้าชูมือด้วยแล้วก็จะไม่หนีจาก 2 เมตรไปเท่าไหร่ ห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า ผู้นำเข้ามาในเมืองไทยเรียกมันเสียโก้ว่า “คิงคอง” ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการโยงใยไปถึงเจ้าคิงคองในหนังที่เราๆ ท่านๆ เคยผ่านตาและมักจะตั้งคำถามทุกครั้งที่ชมหนังเรื่องนี้ว่า...เอ...ตัวจริงของคิงคองนี่จะมีมั้ยนะ

ก็ด้วยความกังขาประการนี้แหละ อุดม เสริมศิริมงคล มือบริหารคนหนึ่งของห้างพาต้าจึงได้บอกกับ “ผู้จัดการ” อย่างกระหยิ่มว่า วันแรกที่นำคิงคองมาเปิดให้เข้าชมนั้น คนแทบจะเหยียบกันตาย รุ่งขึ้นอีกวันจึงต้องจัดระบบการจราจรภายในห้างพาต้าเสียใหม่เป็นระบบวันเวย์คือขึ้นทางลงทาง แต่ขนาดนั้นคนก็ยังเบียดเสียดเยียดยัดทุกวันเพราะตรงกับช่วงปิดเทอมด้วย พาต้าประเมินว่าในวันปกติจะมีคนเข้ามาที่พาต้านี่ราว 60,000 คน แต่ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์แล้วต้องเป็นแสนคนขึ้นไป ทั้งนี้ก่อนหน้าจะมีคิงคองให้ชมมีคนเข้ามาเพียง 4-5 หมื่นคนในวันธรรมดาเท่านั้น

และจากเหตุนี้เอง ก็ได้ทำให้ยอดขายทั้งในส่วนของโรงหนัง ภัตตาคาร ตลอดจนตัวห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้นทันตาเห็นถึงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ ทำเอาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

พาต้าเป็นห้างสรรพสินค้าที่ทำอะไรแปลกแหวกแนวอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอเดียสร้างสวนสัตว์ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน (ตามคำบอกเล่าของพาต้า)

“เป็นไอเดียของคุณวินัย (เสริมศิริมงคล-ประธานห้างพาต้า) ครับ เมื่อเด็กๆ แกชอบเลี้ยงสัตว์มาก ก็ฝังใจมาเรื่อยหลังจากประสบความสำเร็จที่ศูนย์การค้าอินทรา มาเริ่มโครงการที่ปิ่นเกล้าเมื่อประมาณ 3 ปีมาแล้ว แกก็บอกว่า ต้องเอาสวนสัตว์ใส่เข้าไปด้วย หาพวกสัตว์แปลกๆ คนไทยไม่เคยเห็น ก็เลยไปซื้อพวกนกเพนกวิน เต่าเผือก อีกาเผือก สัตว์แปลกๆ มาไว้ในสวนสัตว์ที่ชั้นบนสุดของศูนย์การค้า” อุดมเล่าที่มาของสวนสัตว์พาต้าให้ฟัง

สวนสัตว์แห่งนี้เก็บเงินผู้เข้าชมโดยแบ่งเป็นผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท แต่ในช่วงที่นำคิงคองมาโชว์ได้เก็บเงินเพิ่มขึ้นเป็นผู้ใหญ่ 15 และเด็ก 7 ซึ่งก็ได้รับแรงอุดหนุนหนาแน่นตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นบรรดาคุณหนูๆ ผู้อยากรู้อยากเห็น หรือคุณผู้ใหญ่ซึ่งอ้างว่าต้องตามไปดูแลคุณหนูๆ ก็ตาม

“เก็บค่าผ่านประตูเข้าชมสัตว์นี่พาต้าไม่ได้มีกำไรนะครับ เราเอาแค่ให้สวนสัตว์พอมีรายได้เลี้ยงตัวเอง เป็นตัวดึงคนเข้ามามากๆ เพื่อสนับสนุนส่วนอื่นอย่างพวกสรรพสินค้าเราพอใจแล้ว” คนของพาต้าชี้แจง พร้อมกับบอกว่าเฉพาะต้นทุนคงที่ของสวนสัตว์ที่ลงไปแล้วก็เป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าจ้างสัตวแพทย์ พนักงานดูแลสัตว์ ค่ายาค่าอาหารของสัตว์ เป็นต้น

ต้นทุนที่หนักที่สุดก็เห็นจะเป็นค่าตัวของสัตว์ที่ต้องนำมาจากต่างประเทศ อย่างนกเพนกวินตัวละเกือบแสนบาทอีกาเผือก 12,000 บาท หรือเฉพาะเจ้าคิงคองซื้อจากสวนสัตว์เยอรมันก็ตก 3 ล้านกว่าบาท ซึ่งถ้ารวมค่าเครื่องบินที่บรรทุกมาเมืองไทยอีกประมาณ 2 แสนบาทด้วยแล้ว ก็ตก 4 ล้านบาทขาดเกินไม่เท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม การลงทุนขนาดนี้ เมื่อคิดเปรียบเทียบว่าสวนสัตว์เป็นจุดสนใจที่สามารถดึงคนเข้ามาได้วันหนึ่งเกือบแสนคน ถัวเฉลี่ยแล้วแต่ละคนควรต้องใช้จ่ายเป็นค่าบัตรผ่านประตูเข้าสวนสัตว์ ค่าน้ำ ค่าอาหารและซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้านคนละร้อยบาท พาต้าเชื่อว่า แค่นี้ก็ “ประสบความสำเร็จ” แล้ว

เมื่อแรกที่พาต้าประกาศว่าจะมาเริ่มโครงการศูนย์การค้าใหญ่โตที่เชิงสะพานปิ่นเกล้านั้นหลายคนมองไม่ออกว่า จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ไกลก็ไกล และไม่ใช่ย่านชุมชน ที่ตราหน้าเยาะเย้ยพาต้าก็เยอะ

“มันก็เหมือนกับตอนที่เราเข้าไปทำพาต้าที่ศูนย์การค้าอินทราเมื่อปี 2516 นั่นแหละครับ คนบอกว่าจะไปทำขึ้นได้อย่างไรอินทรามันเงียบอย่างกับป่าช้า แต่เราไม่คิดและไม่มองอย่างนั้นเรามองว่า

“หนึ่ง-ที่มันเงียบไม่มีคนก็เพราะมันไม่มีอะไร ถ้าทำให้มันมีอะไรที่คนเขาสนใจ เขาก็ต้องมาเอง

สอง-เมื่อเขามา เริ่มมีคนแล้วทำอย่างไรให้เขาติด เขาต้องมาอีกหรือมาตลอดไป อันนี้นอกจากมีของแปลกๆ ใหม่ๆ น่าสนใจอย่างสม่ำเสมอแล้วบริการและคุณภาพของสินค้าจะต้องดีได้มาตรฐานด้วย” อุดม เสริมศิริมงคล เปิดเผยเคล็ดลับ

เคล็ดลับดังกล่าวนี้ เป็นหลักการทั่วไปของพาต้า ซึ่งในรูปธรรมแล้วก็คือ

- ออกแบบตัวอาคารให้สะดุดตา ใครผ่านไปผ่านมาต้องมอง รูปทรงที่ออกมานั้นเป็นไอเดียของผู้บริหารทั้งนั้น

- สร้างจุดสนใจ ในที่นี้ก็คือสวนสัตว์นั่นแหละ

- หาของแปลกๆ ใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา

- โปรโมตให้ถูกจุด ความสำเร็จของพาต้า ถ้าจะต้องขอบใจอะไรสักอย่างก็เห็นจะต้องขอบใจเจ้าสัตว์โลกพิสดารทั้งหลาย โดยเฉพาะขณะนี้ก็คือเข้ากอริลลายักษ์นามว่า “บวาน่า”

“บวาน่า” เป็นภาษาคองโก ถ้าแปลเป็นไทยก็จะหมายถึง “คุณสุภาพบุรุษ”   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย