Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ตุลาคม 2527








 
นิตยสารผู้จัดการ ตุลาคม 2527
ธนาคารเขาจัดอันดับประเทศต่างๆ กันอย่างไร             
 


   
search resources

International
Banking
Knowledge and Theory




การจัดอันดับดังกล่าวนี้ ทำให้ธนาคารสามารถกำหนดวงเงินจำกัดสูงสุดตามจำนวนแต้มของเครดิตที่ควรจะให้ รวมทั้งกำหนดอัตราส่วนของหนี้ที่จะยินยอมให้ได้ ในกรณีที่มีการผิดนัดชำระหนี้

เมื่อปีที่แล้ว วารสาร “แบงเกอร์” ของอังกฤษ ได้พิมพ์เผยแพร่ผลการสำรวจโดยใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ ตามที่ธนาคารเขาใช้กัน ซึ่งปรากฏว่าธนาคารแต่ละธนาคารต่างก็มีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างออกไป

บางธนาคาร (ซึ่งรวมถึงธนาคารใหญ่ๆ หลายธนาคารด้วย) ได้ใช้หลักเทคนิคในทางคุณภาพโดยเฉพาะ ซึ่งความประทับใจทางอัตนัย และความนึกคิดของนายธนาคารจะบังเกิดขึ้น หลังจากได้พิจารณาดูดัชนีต่างๆ ทางเศรษฐกิจแล้ว

แต่บางธนาคารก็ใช้ตัวแบบทางเศรษฐกิจเนรมิตอย่างสลับซับซ้อน ซึ่งประกอบขึ้นด้วยสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองจำนวนหนึ่ง

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ศึกษากันสำหรับใช้ในการวิเคราะห์เชิงปริมาณ ได้แก่ ตัวเลขของผลิตภัณฑ์รวมประชาชาติ (GNP.) และ/หรืออัตราความเติบโตของผลิตภัณฑ์รวมประชาชาติ, ภาวะเงินเฟ้อ และ/หรือ การขยายตัวของปริมาณเงิน, ขนาด การขยายตัว หรือการลดลงของจำนวนเงิน งบประมาณขาดดุล, ความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับการค้าต่างประเทศ เช่น การขาดดุลทางการค้า และภาวะเงินสำรองเงินตราต่างประเทศของประเทศ

ส่วนความเปราะบางของเศรษฐกิจประเทศอันเนื่องจากปัจจัยภายนอกนั้น ประเมินค่าโดยดูจากความสัมพันธ์ที่มีอยู่กับสภาพของการส่งออก กับแหล่งที่ตั้งของตลาดสินค้าออกรวมทั้งความสามารถในการลดปริมาณสินค้าเข้าเมื่อถึงคราวจำเป็น

ระดับหนี้สินต่างประเทศของประเทศหนึ่งๆ รวมทั้งขนาดของการผ่อนชำระหนี้สินคืน นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับเครดิต

ธนาคารส่วนมาก ชั่งน้ำหนักตัวเลขเหล่านี้ด้วยการเปรียบเทียบกับสภาพความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างประเทศลูกหนี้กับประเทศที่ธนาคารเจ้าหนี้ตั้งดำเนินกิจการอยู่

บางธนาคารถือเอาอัตราส่วนของรายจ่ายทางการทหารไปเทียบส่วนกับผลิตภัณฑ์รวมประชาชาติ มาเป็นมูลฐานสำคัญในการประเมินความเสี่ยงของประเทศนั้นๆ ด้วย เช่นเดียวกับที่ตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นเครื่องบ่งชี้ขนาดของรายจ่ายที่ไม่สร้างดอกผล ตัวเลขนี้ยังอาจใช้เป็นมาตรการสำหรับแสดงเสถียรภาพภายในและภายนอกของประเทศก็ได้ หรือแสดงถึงความไร้เสถียรภาพ

ตารางนี้แสดงให้เห็นถึงน้ำหนักสัมพันธ์ที่ให้แก่ความเปลี่ยนแปลงแต่ละอย่างเหล่านี้ ตามแบบต่างๆ ของธนาคาร 3 แบบด้วยกันคือ :- (ดูตาราง)

เงื่อนไขซึ่งประเทศผู้กู้ยืมเงินประเทศใดประเทศหนึ่งอาจได้รับมาปฏิบัติเมื่อได้รับเงินกู้จากตลาดการเงินระหว่างประเทศ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงื่อนไขเกี่ยวกับการกำหนดจำนวนงวดและระยะเวลาของการผ่อนชำระเงินต้นในแต่ละงวด) ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงระบบการประเมินของธนาคารที่ใช้กับประเทศนั้นๆ

จำนวนเงินชำระคืนที่กำหนดให้ในแต่ละงวดย่อมหมายถึงส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยที่ตกลงให้กับประเทศผู้กู้ กับอัตราดอกเบี้ยที่จะพึงให้แก่ผู้กู้ที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (หรือนัยหนึ่งก็คือ อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าชั้นเยี่ยมหรือไพรม์เรต ในสหรัฐอเมริกา หรืออัตราดอกเบี้ยลิบอร์ คืออัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืมกันระหว่างธนาคารในกรุงลอนดอนของอังกฤษ)

ส่วนระยะเวลาถึงกำหนดของเงินกู้ คือระยะเวลาที่กำหนดให้ชำระคืนเงินต้น

จะเห็นได้ว่า ประเทศใดอยู่ในอันดับที่สูงขึ้น ระยะเวลาถึงกำหนดของเงินกู้ สำหรับประเทศนั้น ก็จะยิ่งยาวนานออกไปและเงินชำระคืนในแต่ละงวดก็มีจำนวนน้อยลง

ในทุกๆ ปี นิตยสาร ยูโรมันนี ในกรุงลอนดอน จะจัดอันดับของประเทศต่างๆ โดยพิจารณาจากเงื่อนไขทางเครดิตที่ผูกมัดอยู่กับเงินกู้ของประเทศนั้นๆ

การลดลงอย่างฉับพลันในการได้รับความเชื่อถือจากธนาคารระหว่างประเทศ และการขยายตัวของตลาดพันธบัตรระหว่างประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นๆ ในตลาดการเงินระหว่างประเทศในช่วงปี 1982 ย่อมหมายความว่า ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่อาจเป็นที่เชื่อถือได้เสียแล้ว

ตัวอย่างเช่น สหภาพโซเวียต สามารถได้รับสินเชื่อเป็นเงินดอยช์มาร์กของเยอรมันได้ในเงื่อนไขที่ได้รับอนุเคราะห์ยิ่งในปี 1982 โดยธนาคารเยอรมันหลายธนาคารได้ร่วมกันให้เงินกู้เกี่ยวกับโครงการต่อท่อแก๊สธรรมชาติรายใหญ่และไม่เกี่ยวกับเงื่อนไข (ซึ่งจะหนักกว่า) ที่จะใช้กับโซเวียต ถ้าหากโซเวียตจะแสวงหาสินเชื่อเงินกู้รวมจากหลายธนาคาร (คือ เงินกู้ที่รวมกันให้กู้จากหลายธนาคารในประเทศต่างๆ กันหลายประเทศ)

บางประเทศสามารถได้รับเงินกู้เพียงราว 10, 30 หรือ 50% ของจำนวนเงินที่ขอกู้ในตอนแรกเท่านั้น

เงินกู้รวมจากหลายแห่ง ซึ่งเมื่อปี 1980 ได้เคยเกี่ยวข้องร่วมกันตั้ง 150 ธนาคารนั้น พอมาในปี 1982 คงมีธนาคารใหญ่ๆ เพียง 5-10 ธนาคารเท่านั้น ที่พร้อมจะเข้าร่วมการให้กู้เงินตามแบบดังกล่าวได้

แต่อีกด้านหนึ่ง ประเทศต่างๆ บางประเทศอย่างเช่น สวีเดน สามารถเลือกเอาได้ ระหว่างการออกพันธบัตรเงินกู้ กับการกู้ยืมเงินรวมจากหลายๆ ธนาคาร

ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในกรุงลอนดอน, สหรัฐอเมริกา และยุโรป กำลังแตกต่างกันมากขึ้นทุกที ประเทศที่อยู่ในอันดับสูงที่สุด (อย่างเช่น สวีเดน) ย่อมมีโอกาสที่จะเลือกหาเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเอาได้

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยไพรม์เรต ของสหรัฐอเมริกา สูงมากเกินไป ผู้กู้ก็จะหันไปเลือกเอาอัตราดอกเบี้ยของลิบอร์ การที่ประเทศต่างๆ แต่ละประเทศได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน นับว่าเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกับเงื่อนไขทางเครดิตตามแบบที่ธนาคารต่างๆ ใช้ประเมินเพื่อจัดอันดับความเสี่ยงของประเทศนั้นๆ

รายการจัดอันดับเครดิตของประเทศต่างๆ ดังรายชื่อที่เรียงตามลำดับเครดิตสูงต่ำนี้ จัดทำขึ้นและพิมพ์เผยแพร่โดยนิตยสาร ยูโรมันนี อันเป็นการจัดอันดับของประเทศต่างๆ โดยถือหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการคือ :-

ก) ความสามารถของประเทศนั้นๆ ที่จะเข้าถึงตลาดเงินต่างๆ (เช่น ตลาดพันธบัตรเงินกู้, ตลาดเงินรวมกันให้กู้ เป็นต้น) และโดยไม่คำนึงว่าประเทศนั้นๆ จะสามารถเลือกเอาอัตราดอกเบี้ยตามที่ตนพอใจได้หรือไม่ก็ตาม (เช่น อัตราดอกเบี้ย ลิบอร์, อัตราดอกเบี้ย ไพรม์เรต หรืออัตราดอกเบี้ย ในยุโรป เป็นต้น)

ข) เงื่อนไขที่จะพึงใช้ปฏิบัติ ถ้าหากประเทศนั้นใช้ทรัพยากรตามปกติธรรมดา ในการเข้าสู่ตลาดเงินดังกล่าว

ค) จำนวนเงินกู้ที่จะได้รับจริงในที่สุด คิดเป็นร้อยละเท่าไรของเงินที่ขอกู้ในตอนแรก

ตามหลักเกณฑ์ต่างๆ แต่ละหลักเหล่านี้ประเทศต่างๆ จะถูกนำมาจัดอันดับ ตั้งแต่ที่ 1 ถึง 100 ส่วนตัวเลขขั้นสุดท้ายนั้น ได้มาจากการชั่งน้ำหนักสัมพันธ์ของหลักเกณฑ์แต่ละหลักใน 3 หลักดังกล่าวคือ หลัก ก) ให้ 40%, หลัก ข) ให้ 30 % และหลัก ค) ให้ 30 %   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย