Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ตุลาคม 2527








 
นิตยสารผู้จัดการ ตุลาคม 2527
ธุรกิจระดับโลกของมาเฟีย             
โดย เดชฤทธิ์ เก้ากังวาน
 


   
search resources

อเมริกัน เจนเนอรัล คอร์ปอเรชั่น - AGC
Commercial and business
Social




ในแง่การเงินแล้วธุรกิจของมาเฟียเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีรายได้สุทธิซึ่งประมาณการโดยเอฟบีไอว่าประมาณ 10-12 พันล้านดอลลาร์!!

ถ้าเอาไปเทียบกับธุรกิจของบริษัทใหญ่ๆ 100 บริษัทที่จัดโดยนิตยสาร ฟอร์จูน แล้ว มันจะอยู่ในอันดับหนึ่ง ถ้าเกิดเป็นบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย

โดยความเป็นจริงแล้วกำไรต่อปีจะสูงกว่าบริษัทระดับยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น เจนเนอรัล มอเตอร์-เอ็กซอน ฟอร์ด-เจนเนอรัล อีเลคทริค และ ยู เอส สตีล รวมกัน !

การประกอบอาชญากรรมอย่างเป็นองค์กรนั้นเป็นธุรกิจขนาดมหาศาลจริงๆ แต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายจึงจำเป็นต้องมีการป้องกันและวางโครงข่ายโยงใยสลับซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการบริหารมากกว่าบริษัทใหญ่ๆ เสียอีก

พวกมาเฟียมีทั้งความร่ำรวย ความยุ่งยากซับซ้อนและความเชี่ยวชาญในการจัดองค์กรไม่ต่างไปจากกลุ่มบริษัทขนาดยักษ์ใหญ่อย่างเช่น ไอ.ที.ที. รวมกับการรักษาความลับอย่างยิ่งยวด ความโหดร้ายและการไร้ศีลธรรมไม่ผิดไปจากตำรวจลับรัสเซีย

การจัดการของมาเฟียเป็นการรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลางในบางเรื่อง (มีแผนกใช้กำลังบังคับเพื่อให้เกิดวินัย)

แต่ก็กระจายอำนาจในการดำเนินธุรกิจ

การจำแนกเป็นแผนกต่างๆ ของวงการมาเฟียนั้นเหมือนกับบริษัทธุรกิจชั้นดีหรือกลไกทางการเมือง มีรองผู้จัดการรับผิดชอบการดำเนินงานทุกแผนก เช่น ด้านการพนัน การให้กู้โดยคิดดอกเบี้ยแพงลิ่ว ยาเสพติด โสเภณี ข่มขู่เอาเงิน ไนต์คลับ การปล้นจี้ และธุรกิจที่ถูกกฎหมายต่างๆ ขอบข่ายงานต่างๆ เหล่านี้ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

พวกมาเฟียในชิคาโกยังแบ่งงานออกไปอีก 3 แผนกตามสภาพภูมิศาสตร์โดยมีผู้จัดการเขตเป็นผู้ดูแล รองลงไปก็เป็นระดับนายร้อย แล้วจึงถึงระดับผู้ช่วย

ลักษณะการจัดองค์กรของมาเฟียมีครบทั้ง 4 ลักษณะของการบริหารงานแบบข้าราชการคือ

1) แบ่งระดับของอำนาจจากต่ำสุดจนถึงสูงสุด

2) มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

3) มีระบบกฎเกณฑ์

4) ด้านตุลาการ

ถึงแม้ว่ามาเฟียจะมีกลุ่มญาติพี่น้องเพื่อการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น แต่ในยามจำเป็นแล้วความสัมพันธ์ส่วนตัวก็จะถูกตัดออกไป

ขบวนการมาเฟียนั้นเป็นองค์กรที่สลับซับซ้อนโดยมีความผูกพันในด้านครอบครัวอย่างไม่เสื่อมสลายแต่นำมาปรับใช้กับการปกครองแบบข้าราชการ

ในขณะเดียวกัน มาเฟียก็ยังมีลักษณะการจัดองค์กรแบบเอกชนคือจัดสรรอำนาจในตำแหน่งสำคัญๆ ระบบที่เป็นสัญลักษณ์ในการให้อำนาจตัดสินใจ ระบบการบังคับบัญชา ระบบการให้รางวัลและลงโทษ วิธีการใช้กำลัง

ระดับหัวหน้านั้นส่วนใหญ่แล้วยุ่งเกี่ยวอยู่กับการวางแผนและหลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งเกี่ยวในอาชญากรรมอย่างเช่นการให้กู้โดยคิดดอกเบี้ยแพงๆ และการข่มขู่คนงานเพื่อเรียกค่าคุ้มครอง

การบริหารงานของมาเฟียไม่ต่างไปจากธุรกิจขนาดใหญ่เลย คือจะทำงานในระดับที่แตกต่างห่างจากระดับปฏิบัติการ หัวหน้าของแต่ละครอบครัวจะส่งผ่านการตัดสินใจให้กับรองหัวหน้าผู้ซึ่งรับผิดชอบการปฏิบัติงานของครอบครัวให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น

รองหัวหน้าจะเลือกนายร้อยเพื่อทำหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานที่ผิดกฎหมายและดูแลกลุ่มลูกน้องหรือพวกพลทหาร และพวกพลทหารเหล่านี้เองที่รับคำสั่งไปปฏิบัติ มีอยู่บ่อยครั้งที่พวกพลทหารเหล่านี้สร้างความสัมพันธ์กับพวกที่ไม่ใช่มาเฟียแต่ยอมรับคำสั่งจากพวกเขา

พวกที่ปรึกษาของหัวหน้าของครอบครัวจะทำงานแตกแขนงออกไปในระดับแนวนอนของสายการบังคับบัญชา

ที่ปรึกษาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกมาเฟียที่เกษียณอายุแล้ว แต่ยังได้รับการเคารพนับถือ

พวกเขาจะให้คำแนะนำกับหัวหน้าครอบครัว

ตำแหน่งนี้ยังเป็นตำแหน่งบำรุงขวัญกำลังใจอีกด้วย เทียบได้กับตำแหน่งผู้ช่วยพิเศษของประธานาธิบดีอเมริกัน

พวกบรรดานายร้อยจะมีทหารเกณฑ์ในความควบคุมดูแลประมาณ 20 คน ผู้จัดการแผนกหรือรองหัวหน้าจะดูแลบรรดานายร้อยระหว่าง 10-25 คน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของครอบครัวและงานที่พวกเขามีความเชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาจะรายงานโดยตรงให้กับหัวหน้าของครอบครัว

พวกมาเฟียดำเนินงานภายใต้กฎแห่งความเสมอภาค อำนาจและความรับผิดชอบ แต่ละคนมีงานเฉพาะของตัวเอง และถึงแม้ว่างานจะยากแต่ก็มักจะทำสำเร็จอยู่เสมอๆ

เป็นกฎตายตัวว่า ลิ่วล้อของขบวนการมาเฟียทุกคนมีอำนาจที่จะปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายได้

หัวหน้าใหญ่ของมาเฟียมีอำนาจตามประเพณีปฏิบัติ ความหวาดกลัวและความยกย่องนับถือต่อตัวเขาและองค์กร ความกลัวที่หัวหน้าใช้นั้นเพื่อก่อให้เกิดระเบียบวินัยที่เข้มงวดในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม แนวความคิดอันลึกลับในเรื่องความเคารพนับถือจะปกคลุมเหนือความกลัวในฐานะที่เป็นเครื่องมือในการควบคุม

ความเคารพนับถือสำหรับมาเฟียแล้วมีความหมายมากพอๆ กับเงิน

คุณค่าที่สูงส่งอีกประการหนึ่งก็คือความจงรักภักดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการยกย่องเสมอไปแต่ก็เป็นเครื่องผูกมัดที่มีอำนาจภายในองค์กร

ความสัมพันธ์ในแง่สังคมของมาเฟียนั้นก็ค่อนข้างแปลกประหลาดไม่เหมือนใคร พวกมาเฟียส่วนใหญ่แล้วจะไม่คบกับคนอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกหรือมีความเกี่ยวพันกับองค์กร

การคบหาสมาคมก็เป็นเฉพาะผู้ที่เท่าเทียมกัน ดังเช่นพวกทหารเกณฑ์และภรรยาจะคบหาสมาคมกับพวกทหารเกณฑ์และภรรยาด้วยกัน พวกนายร้อยก็คบหากับนายร้อยด้วยกัน หัวหน้ากับหัวหน้า

ดังนั้นปัญหาที่จะเกิดจากความสัมพันธ์ส่วนตัวมายุ่งเกี่ยวกับงานจึงไม่เกิด และยังตัดปัญหาอื่นๆ อีกมากที่เกิดจากความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างผู้บริหารกับผู้น้อย

ขบวนการตัดสินใจของมาเฟียแตกต่างไปจากบริษัทใหญ่ๆ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ผ่านคณะกรรมการบริหาร

แต่หัวหน้ามาเฟียนั้นมีอำนาจสูงสุดในครอบครัว

ในวงการมาเฟีย การตัดสินใจจะเป็นอำนาจของผู้อยู่ในตำแหน่งสูงสุดเท่านั้น ทำให้ขบวนการตัดสินใจมีความรวดเร็ว

มีระบบที่แน่ชัดในการจัดการธุรกิจอาชญากรรม เด็กหนุ่มๆ ที่มีความทะเยอทะยานสามารถไต่เต้าจากองครักษ์และลูกน้องระดับลิ่วล้อจนขึ้นไปสู่ระดับยอด

สมาชิกของมาเฟียนั้นไม่ได้รับเงินเดือนประจำเหมือนกับพนักงานบริษัททั่วๆ ไป แต่จะได้รับสิทธิในการจำหน่ายสินค้า หรือส่วนแบ่งให้ทำธุรกิจจากหัวหน้าเป็นการแลกเปลี่ยนความจงรักภักดีหรือได้รับส่วนแบ่งจากกำไร

พวกมาเฟียใช้เทคนิคทางการตลาดของการให้สิทธิในการจำหน่ายสินค้าที่เรียกว่า FRANCHISE

และการเป็นเจ้าของกิจการเพื่อให้เกิดแรงกระตุ้นและกำไร !

พวกนายร้อยระดับสูงซึ่งเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก อาจมีรายได้ถึงปีละ 500,000 เหรียญสหรัฐ และหัวหน้ามาเฟียนั้นมีรายได้ปีละนับล้านๆ เหรียญ

มาเฟียต้องการความเชื่อฟังอย่างแน่นแฟ้นจากสมาชิกและในขณะเดียวกันก็จะปกป้องพวกเขาจากภัยต่างๆ ที่เกิดจากบุคคลภายนอก และถ้าหากถูกจับกุมแต่ไม่ยอมเปิดปากพูด พวกครอบครัวของเขาก็จะได้รับเงินจุนเจือ เงินโบนัสและได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อถูกปล่อยออกมา

รางวัลอีกประการหนึ่งที่ให้ก็คือ องค์กรจะจัดหาทนายความมาต่อสู้คดีในศาล ซึ่งก่อให้เกิดความจงรักภักดีต่อบรรดาสมาชิกอย่างมาก

ในขบวนการมาเฟียไม่มีคำว่าคนล้นงาน เพราะโครงการที่ทำนั้นเป็นโครงการระยะยาว กิจการแต่ละอย่างต่างก็ไม่ขึ้นกัน เพราะสามารถกระจายไปทำกิจการอื่นและมีการวางแผนกลยุทธ์ดังเช่นเมื่อมีการออกกฎหมายห้ามขายสุราก็หันไปขยายด้านการพนัน

นอกจากนี้เจ้าของกิจการที่ถูกกฎหมายบางประเภทยังจะช่วยเหลือกิจการที่ไม่ถูกกฎหมายอีกด้วย เช่น เป็นไปได้ว่าที่จะใช้เครื่องอำนวยความสะดวกชนิดเดียวกันเพื่อเก็บรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ในการพนันไปใช้กับตู้เพลงหรือเครื่องขายบุหรี่อัตโนมัติ หรือใช้รถบรรทุกคันเดียวกันตลอดจนอุปกรณ์ในการเปิดร้านต่างๆ

สมาชิกของมาเฟียจะไม่มีวันไต่เต้าขึ้นมาจนถึงระดับสูงได้ ถ้าหากไม่มีความสามารถอย่างสูง ต้องมีประวัติว่าปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และการเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงนั้นมิได้หมายความว่าเขาไม่ต้องทำงานระดับต่ำๆ

ตำแหน่งของขบวนการมาเฟีย ไม่มีการสืบทอดหรือเป็นมาตั้งแต่เกิด แต่ต้องต่อสู้ และขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนตัว การเลื่อนตำแหน่งก็เอาเงินซื้อไม่ได้

หัวหน้ามาเฟียจะได้รับการคัดเลือกจากบรรดารองหัวหน้าโดยอาศัยการสะสมอำนาจและความนับถือ เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อ ถูกเลือกโดยดูจากผลการปฏิบัติงาน

โดยทั่วๆ ไปแล้ว การเลื่อนตำแหน่งต้องอาศัยเล่ห์เหลี่ยมและความแข็งแกร่ง

ผู้ชนะคือผู้ที่โหดเหี้ยมอำมหิต และมีอำนาจมากที่สุด

ความโหดเหี้ยมเป็นปัจจัยสำคัญของผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้ามาเฟีย !

ในขบวนการมาเฟียไม่มีที่ว่างสำหรับคนไร้ความสามารถหรือขาดแรงจูงใจ หากใครปฏิบัติงานผิดพลาดย่อมถูกปลดออกจากตำแหน่ง

เมื่อหัวหน้าใหญ่ไม่สามารถควบคุมครอบครัวได้แล้ว หรือเส้นสายทางการเมืองสั่นคลอนคนของเขาก็จะหันไปให้ความนับถือรองหัวหน้า

กรณีนี้หัวหน้าก็จะถูกขอร้องให้เกษียณก่อน หรือไม่ก็ถูก “เก็บ” โดยรองหัวหน้าหรือกลุ่มผู้นำนายร้อย

นโยบายการเลื่อนตำแหน่งของมาเฟียจะพิจารณาประวัติการทำงานเป็นเหตุผลสำคัญที่สุด

นโยบายเช่นนี้ทำให้บางคนเกิดความรู้สึกอยากทำงานและยอมรับเป้าหมายขององค์กรเป็นเป้าหมายของตน หรือแม้แต่เหนือความต้องการของตนเหมือนดังเช่นทหาร

ขบวนการมาเฟียนับถือความอาวุโส แต่จะไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชังเพราะอายุ ดังเช่น โจ บอนนาโน เป็นหัวหน้าใหญ่ของครอบครัว เมื่ออายุ 26 ในขณะที่สตีเวน แม็กกานิโด ดำรงตำแหน่งหัวหน้าของตระกูลบัฟฟาโลจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเมื่ออายุได้ 82 ปี

ตามความจริงแล้ว ครอบครัวมาเฟียหลายกลุ่มแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ชั้นบริหารของมาเฟียที่เกษียณอายุแล้ว ในช่วงอายุระหว่าง 70-80 ปี เพื่อให้คำปรึกษาหารือและยุติปัญหาการโต้แย้งเล็กๆ น้อยๆ วิธีการเช่นนี้อาจจะได้ผลในวงการธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ได้

การจัดรูปองค์กรในมาเฟียยังคงยืดหยุ่นได้เพื่อให้มีการปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ในบริษัทที่มีกิจการก้าวหน้าไปด้วยดี องค์กรต้องสามารถยืดหยุ่นได้ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบสินค้าหรือกลยุทธ์การตลาด

กฎของอุปสงค์อุปทานที่แน่นอนตายตัวคุมการทำงานของมาเฟีย ปรัชญาของพวกเขาก็คือการให้บริการสินค้าและการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย แต่เป็นที่ต้องการของคนยินดีที่จะจ่ายเงินจำนวนมหาศาล

เหตุผลที่พวกมาเฟียยืนผงาดอยู่มาถึง 7 ศตวรรษ ก็คือมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรับกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเท่าทันการณ์

การตัดสินใจอยู่ที่หัวหน้าและได้รับการปฏิบัติอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีขั้นตอนมากมายเกินไป ระบบการให้รางวัลและลงโทษของมาเฟียที่ไม่เหมือนใคร ทำให้คนปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ตามสายการบังคับบัญชา นโยบายการให้อำนาจพร้อมด้วยความรับผิดชอบทำให้สมาชิกมีกำลังสนับสนุนพอเพียงที่จะทำงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย