Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2545
Duke Alumni Club เครือข่ายธุรกิจใหม่ในไทย             
โดย สมศักดิ์ ดำรงสุนทรชัย
 


   
www resources

Duke University Homepage
Duke Alummni Homepage
www.fuqua.duke.edu

   
search resources

Duke Alumni Club




ความน่าสนใจของ Duke Alumni Club ในประเทศไทยน่าจะอยู่ที่องค์ประกอบของบรรดาศิษย์เก่า ที่มิได้จำกัดอยู่เฉพาะอดีตนักศึกษาบริหารธุรกิจจาก Fuqua School of Business เท่านั้น หากแต่ประกอบด้วยศิษย์เก่าที่มีภูมิหลังการศึกษาแตกต่าง และกระจายอยู่ในเกือบทุกสาขาอาชีพ ทั้งนักกฎหมาย วิศวกร สถาปนิก รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ โดยมี วรวีร์ หวั่งหลี ซึ่งเคยเป็นนักศึกษาในวิทยาลัยบริหารธุรกิจของ Duke เมื่อครั้งที่ยังไม่สถาปนาเป็น Fuqua เป็นหัวแรงใหญ่ในการชุมนุมศิษย์เก่าครั้งนี้

"เราพยายามจะรวมกลุ่มสำหรับทำกิจกรรม เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของ Duke ให้เป็นที่รู้จักและรับรู้ของสาธารณชนอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันศิษย์เก่าของ Duke ในประเทศไทยก็มีไม่น้อย และต่างกระจายตัวทำประโยชน์ต่อสังคม ตามความรู้ความสามารถที่ได้เรียนมาอย่างต่อเนื่อง" วรวีร์ ซึ่งร่วมในงานเลี้ยงอาหารค่ำเปิดตัว Duke Alumni Club ในประเทศไทยกล่าวกับ "ผู้จัดการ"

งานชุมนุมครั้งนี้ นับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงของการแข่งขัน ระหว่างสถาบันการศึกษาจากต่างประเทศ ที่นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่ความเป็นเลิศทางวิชาการแต่ละแขนงแล้ว ประเด็นว่าด้วยเครือข่ายศิษย์เก่า ดูจะเป็นกรณีที่แต่ละสถาบันพยายามขับเน้นให้เห็นถึงการมีอยู่ของประชาคมศิษย์เก่า และเกี่ยวเนื่องไปสู่การสร้าง role model จากศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้

"ในอนาคต Duke Alumni Club อาจเพิ่มบทบาทในการส่งเสริมให้มีนักศึกษาจากประเทศไทยไปเรียนที่ Duke มากขึ้น แต่ในเบื้องต้นนี้ คงต้องเน้นการจัดกิจกรรมที่มีความต่อเนื่องและมีประโยชน์ คุ้มค่าต่อการสละเวลาของศิษย์เก่าสมาชิกในการเข้าร่วมเสียก่อน" พากพูม วัลลิสุต ผู้ร่วมก่อตั้ง The Quant Group บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ในฐานะศิษย์เก่าจาก Fuqua School of Business และเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการก่อตั้ง Duke Alumni Club ในประเทศไทย กล่าวเสริมกับ "ผู้จัดการ"

ศิษย์เก่าของ Duke ที่เข้าร่วมในงาน reunion ในครั้งนี้ กล่าวในทำนองเดียวกันว่าจำนวนของนักศึกษาไทยที่เดินทางไปเรียนในมหาวิทยาลัย Duke ในแต่ละปีมีไม่มากนัก ซึ่งทำให้นักศึกษาไทยส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นเคยกันตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นนักศึกษา

"ช่วงปี 1996-1997 อาจเป็นช่วงที่มีนักศึกษาไทยเรียนที่ Duke มากที่สุด เฉพาะชั้นเรียนที่ Fuqua แห่งเดียวก็มีมาก ถึง 7-8 คนซึ่งนับว่ามากเป็นประวัติการณ์ แต่หลังจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจทุกอย่างก็กลับไปเป็นอย่างเดิมคือ ปีละคน สองคน" ศิษย์เก่า Duke จากวิทยาลัยธุรกิจ Fuqua เล่าให้ฟัง

การเปิดตัว Duke Alumni Club ในประเทศไทยเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ยังสอดประสานกับแผนการประชา สัมพันธ์ และการเดินทางเยี่ยมศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย Duke ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ William H. Chafe ที่ดำรงตำแหน่ง Vice-Provost for Undergraduate Education และคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ โดย William H. Chafe ซึ่งเข้าร่วมงานในฐานะแขกพิเศษได้บรรยายถึงความคืบหน้าและการพัฒนามหาวิทยาลัย เพื่อคงสถานะการเป็นสถาบันการศึกษาชั้นเลิศด้วย

ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย Duke ในประเทศไทย แม้จะไม่โดดเด่นเหมือนมหาวิทยาลัยบางแห่งที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นนำ แต่สำหรับแวดวงการศึกษาระดับนานาชาติแล้ว มหาวิทยาลัย Duke ก็จัดอยู่ในระดับแนวหน้าแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิทยาลัยธุรกิจ Fuqua School of Business ซึ่งแม้จะเป็นสถาบันที่มีความเป็นมาสั้นที่สุดในบรรดาวิทยาลัยธุรกิจชั้นนำของสหรัฐอเมริกา แต่ก็สามารถได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 วิทยาลัยธุรกิจที่ดีที่สุดของอเมริกาเลยทีเดียว และมีแนวโน้มที่จะไต่อันดับขึ้นไปเป็น Top 5 ในอนาคต

ความสำเร็จของมหาวิทยาลัย Duke โดยองค์รวมกล่าวได้ว่าในด้านหนึ่งเกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายเชิงรุกที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1994 ภายใต้แผนการพัฒนา Shaping Our Future ก่อนที่จะต่อเนื่องความเป็นเลิศทางวิชาการภายใต้แผน Building on Excellence ซึ่งเป็นแผน 5 ปี ระยะที่สองระหว่างปี 2001-2005 โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัย ที่ดีที่สุดในมิติของการเรียนการสอนและการวิจัย รวมถึงการขยายเครือข่ายไปสู่การเป็นสถาบันระดับนานาชาติ

ยุทธศาสตร์การขยายตัวของมหาวิทยาลัย Duke ในกรณีดังกล่าวดูจะไม่แตกต่างจากสถาบันการศึกษาแห่งอื่นๆ ที่ให้ความสำคัญกับการเปิดวิทยาเขตสำหรับวิทยาลัยธุรกิจในภูมิภาคอื่นๆ ของโลก และดูจะเป็นปรากฏการณ์ปกติในโลกธุรกิจทุนนิยม โดยในปี 1999 มหา วิทยาลัย Duke ได้เปิดวิทยาเขต Fuqua School of Business Europe ขึ้นที่ Frankfurt เยอรมนี เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดหลักสูตรบริหารธุรกิจข้ามทวีป และการบริการหลักสูตรการศึกษาสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Executive Education) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้จำนวนมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย

การพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศทั้งในเชิงวิชาการ และการบรรลุเป้าหมายการเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับ Top 5 ภายใต้แผน Building on Excellence ดังกล่าว ทำให้มหาวิทยาลัย Duke ต้องใช้เงินลงทุนกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และดูเหมือนว่า เป้าหมายของมหาวิทยาลัย Duke ซึ่งตั้งอยู่บนฐานของการลงทุนขนาดมหึมาดังกล่าวอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นง่ายนัก เพราะจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัย Duke สามารถระดมทุนได้เพียง 38% ของจำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องการในการบรรลุแผนสู่ความเป็นเลิศนี้ การแสวงหาการสนับสนุนจากบรรดาศิษย์เก่า เพื่อเชื่อมประสานเป็นโครงข่ายการระดมทุน จึงอาจเป็นอีกส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนามหาวิทยาลัยในครั้งนี้

และนี่อาจเป็นอีกมิติหนึ่งของการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจ ที่มิได้เป็นไปเพื่ออำนวยประโยชน์ให้แก่ศิษย์เก่าเท่านั้น หากสถาบันการศึกษาก็พร้อมจะรับประโยชน์โดยตรงจากเครือข่ายเหล่านี้ด้วย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย