Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2545
ตลาดเอเชีย-ละตินอเมริกายังหอม WPP ตั้งเป้ารายได้ 33% ใน 10 ปี             
 


   
search resources

Wire&Plastic Products




หากฉายภาพย้อนหลังไปเมื่อเกือบทศวรรษที่ผ่านมา วงการโฆษณาย่อมต้องจำได้ถึงการซื้อกิจการสะท้านโลกที่ Martin Sorrell เป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้น จากการที่เป็นเจ้าของบริษัทผลิตตะกร้าลวด สำหรับชอปปิ้ง Wire & Plastic Products (WPP) และมีเครดิตของการเป็นอดีต chief of finance ของบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ Saatchi & Saatchi เขาเข้าซื้อกิจการบริษัทโฆษณาชั้นนำของโลกคือ J. Walter Thompson และ Ogilvy & Mather กลายเป็นเจ้าของบริษัทโฆษณาใหญ่ที่สุดในโลกไปในพริบตา

ชั่วเวลาเพียงทศวรรษผ่านไป Sorrell สามารถสร้างรายได้จากปีละ 250 ล้านดอลลาร์ เป็น 7 พันล้านดอลลาร์ นั่นเพราะภูมิหลังของการเป็นนักการเงินมือฉมังมาก่อนนี่เอง

ท่ามกลางบรรยากาศซบเซาของอุตสาหกรรมโฆษณาที่ย่ำแย่ลงไปอีก เพราะเหตุการณ์ก่อการร้ายวันที่ 11 กันยายนปีที่แล้ว Martin Sorrell ยังพูดถึงแนวโน้มการลงทุนและการสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำด้วยความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ

นิตยสาร Wired ฉบับเดือนเมษายนรายงานแผน 10 ปีของ WPP ว่า ตลาดเอเชียและละตินอเมริกาจะเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ถึง 33% ของรายได้รวมเลยทีเดียว

เฉพาะช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2001 ตลาดเอเชียและละตินอเมริกามีอัตรา เติบโต 9% เทียบกับตลาดอเมริกาเหนือที่ติดลบถึง 3%

Credit Suisse First Boston ให้ตัวเลขเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน WPP มีรายได้จาก ตลาดเอเชียและละตินอเมริกา 17% ของรายได้รวม เทียบกับยักษ์ใหญ่อีก 2 ค่ายคือ Interpublic ที่ได้ 13% และ Omnicom 7% จึงเป็นที่มาของแผนงานการเพิ่มรายได้เป็น 33% ภายในปี 2010 ของ WPP

Sorrell ชี้ให้เห็นศักยภาพของตลาดเอเชียว่า "ตอนนี้อินเดียมีประชากรแล้วพันล้านคน ขณะที่จีนมีอีก 1.3 พันล้านคน เมื่อถึงปี 2014 คุณจะเห็นว่า 2 ใน 3 ของประชากรโลกอยู่ในเอเชีย"

WPP จึงเข้าไปลงหลักปักฐานในตลาดญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เพราะเป็นตลาดสื่อใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา โดยเข้าซื้อหุ้น 20% ใน Asatsu เอเยนซีใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น นอกจากนี้ MindShare Worldwide บริษัทซื้อสื่อในเครือ WPP ซึ่งถือแอคเคาท์ลูกค้ามูลค่า 35,000 ล้านดอลลาร์ในฐานะตัวแทนของ เอเยนซีของ WPP ทั้งหมดก็มี media planners 60 คนประจำอยู่ในโตเกียวเพื่อรับงานวิจัยของลูกค้าโดยเฉพาะ

ตลาดจีนนั้นไม่ต้องพูดถึง นอกจากจะมีประชากรมากที่สุดในโลกแล้ว ยังเนื้อหอมมากขึ้นจากการได้เป็นสมาชิก WTO และการได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก ปี 2008

ก้าวย่างของ WPP น่าจับตามองชนิดพลาดไม่ได้ เพราะเป็นกลุ่มบริษัทที่มีจุดแข็งอยู่ที่งานวิจัยดังที่ Michael Dolan ตำแหน่ง chief executive ของ Young & Rubicam ยอมรับว่า "สิ่งที่ WPP มีขณะที่เราไม่มีคืองานวิจัย WPP มี กลุ่มสินทรัพย์ ดีเลิศที่สุดในการทำธุรกิจแนวนี้"

เมื่อ 9 ปีที่แล้ว Martin Sorrell ก่อตั้งแผนกวิจัยขึ้นมาคือ Kantar Group เพื่อช่วยนักการตลาดให้เข้าใจลูกค้าของพวกเขาดีขึ้น ปีที่แล้ว Kantar มีรายได้เพิ่ม ขึ้น 11% เป็น 1.1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 17% ของรายได้รวมของ WPP

Sorrell ประสบความสำเร็จสูงสุดที่ได้เป็น Sir เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะเดียวกันเขายังมุ่งมั่นในธุรกิจที่เน้นสร้างความเติบโตให้แผนกวิจัย, ธุรกิจให้บริการ Web และการสยายปีกไปทั่วโลก โดยเกาะยุทธศาสตร์ที่ตัวเขาเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ คือการซื้อกิจการไว้อย่างเหนียวแน่นเช่นเดิม

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย