Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2545
บรรณาธิการผู้ทรงอิทธิพล             
โดย รุ่งมณี เมฆโสภณ
 


   
search resources

Howell Raines
News & Media
Printing & Publishing




คงรู้จักหนังสือพิมพ์ฉบับนี้กันนะคะ เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) แม้บางคนอาจจะไม่เคยอ่าน แต่อย่างน้อยก็คงเคยได้ยินชื่ออยู่บ้าง

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้ชื่อว่าเป็นหนังสือพิมพ์ที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งของโลก และทรงอิทธิพลอย่างมากในสหรัฐอเมริกา ว่ากันว่า เมื่อเรื่องใดได้ขึ้นหน้าหนึ่งของนิวยอร์กไทมส์ล่ะก็ จะต้อง "เป็นเรื่อง" ขึ้นมาทันที

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ หนังสือพิมพ์บอสตันโกลบ (Boston Globe) ได้เจาะลึกเรื่องราวอื้อฉาวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายของพระคาทอลิก ซึ่งปล่อยปละละเลยกันมานาน แม้จะทำได้ดีมากแต่ก็ไม่ฮือฮาเท่าใดนัก แต่เมื่อนิวยอร์กไทมส์หยิบเรื่องนี้มาขึ้นหน้าหนึ่ง กลับส่งผลสะเทือนออกไปอย่างกว้างขวาง

เมื่อเป็นเช่นนี้ การเป็นบรรณาธิการ ใหญ่ของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ จึงไม่อาจถือ ว่า "ธรรมดา"

นิวยอร์กไทมส์เพิ่งเปลี่ยนตัวบรรณาธิการบริหาร หรือ Executive Editor ไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และเนื่องจากเกิดเหตุการณ์วินาศกรรมสหรัฐฯ เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกในช่วงเดียวกัน จึงอาจจะทำให้หลายคนไม่ได้รับทราบถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

บรรณาธิการคนใหม่เป็น "ลูกหม้อ" ไม่ใช่ "คนนอก"

เฮาว์เอลล์ เรนส์ (Howell Raines) ค่อนข้างจะต่างจากบรรณาธิการบริหารคนก่อนหน้าเขาอยู่บ้าง เพราะอย่าง โจ ลีลิเวลด์ (Joe Lelyveld) ก็จบจาก Harvard ส่วน แมกซ์ แฟรงเกล (Max Frankel) ก็จบจาก Columbia แต่เรนส์จบปริญญาตรีจาก Birmigham-Southern College (BSC) และจบปริญญาโททางด้านภาษาอังกฤษที่ University of Alabama ซึ่งทั้งสองแห่งไม่ใช่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับไอวีลีก (Ivy League) ของสหรัฐฯ นอกจากนั้น เรนส์ยังไม่ได้มีเชื้อสายของคนหนังสือพิมพ์มาแต่ดั้งเดิม

เรนส์มาร่วมกับนิวยอร์กไทมส์ เมื่อ ปี 2521 ในฐานะผู้สื่อข่าวประจำที่แอตแลนตา และในปีถัดมา เขาก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าสำนักงานที่นั่น จนถึงปี 2524 จึงได้ย้ายไปเป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ในระหว่างปี 2528 ถึง 2530 เรนส์เป็นรองบรรณาธิการประจำสำนักงานที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังจากนั้น ก็ข้ามแอตแลนติกไปเป็นหัวหน้าสำนักงานที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เรนส์อยู่ที่ลอนดอนเกือบ 2 ปี ก่อนจะย้ายกลับมาเป็นหัวหน้าสำนักงานที่วอชิงตัน ดี.ซี. และได้รับแต่งตั้งให้เป็นบรรณาธิการหน้าบทบรรณาธิการ (Editorial Page Editor) ในเดือนมกราคม 2536

เป็นที่ทราบกันดีว่า หน้าบทบรรณาธิการของนิวยอร์กไทมส์นั้นมีชื่อเสียงมาก และได้รับความเชื่อถือจากผู้อ่านอย่างสูง

เรนส์เป็นชาวแอละแบมา เมื่อตอนอายุ 10 ขวบ ระหว่างที่แม่ของเขารื้อกองจดหมายและโยนนิตยสาร "Field & Stream" ไปที่โต๊ะกินข้าว ด้วยติดตาต้องใจในหน้าตาของหนังสือ เรนส์ถึงกับออกปากว่า สักวันหนึ่งเขาจะทำงานกับนิตยสารแบบนี้ ซึ่งผู้เป็นแม่ก็ตอบสนองลูกชายว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะทำไม่ได้...

อาชีพนักหนังสือพิมพ์ของเรนส์เริ่มขึ้นในปี 2507 ที่ The Birmingham Post-Herald ขณะเดียวกัน ก็ทำงานให้กับ The Tuscaloosa News และ WBRC-TV ในเบอร์มิงแฮม ก่อนที่จะได้ร่วมงานกับนิวยอร์กไทมส์

ย่างก้าวบนเส้นทางอาชีพของเขา ดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

เรนส์ได้ชื่อว่าเป็น "มืออาชีพ" ที่ไม่เข้าใครออกใคร...

สมัยที่เขาเป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว เรนส์ได้สร้างความเดือดดาลให้กับทีมงานของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) อยู่ตลอดเวลาก็ว่าได้ ว่ากันว่า คนของเรแกนแทบจะไม่อยากได้ยินชื่อของเขาเลย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขามีอคติกับรีพับลิกัน เพราะหลังจากเรแกน เขาก็มีความสัมพันธ์ อันดีกับประธานาธิบดีจอร์จ บุช (George Bush) บิดาของประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐฯ

พอมาถึงยุคของประธานาธิบดีบิลล์ คลินตัน (Bill Clinton) ที่เดโมแครตครองอำนาจ เรนส์ก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาจี๋จ๋ากับคลินตัน ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี

เมื่อมีเรื่องไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ไม่ว่าจะเป็นกรณีไวต์วอเตอร์ (Whitewater) หรือกรณีของโมนิกา ลูวินสกี (Monica Lewinsky) เรนส์ซัดคลินตันเต็มเหนี่ยว จนทำให้คลินตันเชื่อว่าเรนส์ซึ่งเป็น "คนใต้" ไม่พอใจกับความสำเร็จของเขา และพลอยขนาดเกลียดหน้า บทบรรณาธิการของนิวยอร์กไทมส์ไปเลยทีเดียว

ในขณะที่เรนส์เองมองว่า เขาไม่ยอมเอาชื่อเสียงของหน้าบทบรรณาธิการนิวยอร์กไทมส์ ไปสนับสนุนนโยบายที่ไม่ดีและพฤติกรรมที่น่าสงสัยอย่างเด็ดขาด!

เรนส์ใช้มาตรฐานเดียวกันหมดทั้งกับรีพับลิกันและเดโมแครต!

มาถึงยุคที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิล ยู. บุช (George W. Bush) ขึ้นนั่งทำเนียบขาว บรรดาที่ปรึกษาของบุชมองว่า เรนส์ เป็น "มืออาชีพ" แต่กระนั้น ก็ไม่วายที่จะจับตามองนิวยอร์กไทมส์ในยุคของเรนส์อย่างไม่วางตา

เรนส์วัย 59 ปี เป็นนักข่าวระดับมือรางวัล เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) ในปี 2535 จากสารคดีเรื่อง "Grady's Gift" ซึ่งเขาเขียนให้กับนิตยสารนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times Magazine) สารคดีชิ้นนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความทรงจำในวัยเด็กของเขา และแกรดดี ฮัตชินสัน (Grady Hutchinson) แม่บ้านของครอบครัว

พูดถึงรางวัลพูลิตเซอร์ซึ่งถือกันว่าเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดสำหรับสื่อมวลชน สหรัฐฯ นิวยอร์กไทมส์นับเป็นองค์กรสื่อในสหรัฐฯ ที่ได้รับรางวัลนี้มากที่สุด ตัวเลขล่าสุดที่ดิฉันมีอยู่ในมือ นิวยอร์กไทมส์ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์มาจนถึงปีนี้รวม 108 รางวัลด้วยกัน

สำหรับงานเขียนอื่นๆ ของเรนส์ก็มีอยู่พอสมควร ปี 2536 เขาเขียนหนังสือเรื่อง "Fly Fishing Through the Midlife Crisis" โดยก่อนหน้านั้น เขาเคยเขียนนวนิยายเรื่อง "Whiskey Man" และเขียนบันทึกประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าเกี่ยวกับขบวนการสิทธิพลเมืองเรื่อง "My Soul is Rested" ซึ่งสองเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 2520 และมีผลงานในหนังสือ "Campaign Money" ตีพิมพ์ในปี 2519

ที่นิวยอร์กไทมส์ ทุกวันนี้เรนส์ต้องประชุมข่าววันละ 3 รอบ

รอบแรกเวลา 10.30 น. เป็นการประชุมระหว่างเรนส์กับบรรณาธิการของห้องข่าวจำนวน 9 คน หลังจากนั้น เวลา 12.00 น. จะประชุมร่วมกับบรรณาธิการของส่วนแยกต่างๆ และพอถึงเวลา 16.30 น. พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เพื่อตัดสิน ใจร่วมกันว่า เรื่องใดจะได้ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับวันรุ่งขึ้น

เกล คอลลินส์ (Gail Collins) ผู้ซึ่งขึ้นมาเป็นบรรณาธิการหน้าบทบรรณาธิการแทนเรนส์บอกว่า เรนส์เป็นบรรณาธิการที่ดีที่สุดที่เธอเคยร่วมงานด้วย

ขณะที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ มองว่า เรนส์เป็นบรรณาธิการประเภทเรียกร้องต่อเพื่อนร่วมงานสูง และชอบรุกเร้า คนที่ชอบ ก็จะบอกว่าการร่วมงานกับเรนส์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่บางคนพาลกลัวเขาไปเลยก็มี กระนั้น เขาก็มีความเป็นนักการทูตสูง...

เรนส์บอกว่าคนของนิวยอร์กไทมส์ทุกคนล้วนเป็นดาราสำหรับเขา

บอกแล้วไงคะว่า ไม่ธรรมดา!

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย