Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2548
The Real Magnet             
โดย ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์
 

   
related stories

Tamarind หมู่บ้านล้านนากลางเวียง
สวายเรียง ตัวแทนวัฒนธรรม
บ้านน้ำปิง ความกลมกลืนโดยบังเอิญ
นอนฟังเสียงน้ำตกที่ สุกัณธารา
วัฒนธรรมที่หลากหลายใน "ตรีญาณรส"
แมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวี
เมืองในจินตนาการ
สุเชฏฐ์ สุวรรณมงคล จากหาดใหญ่ กรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่
Four Seasons ต้นแบบ Magnet ล้านนา
เก๊าไม้ล้านนา ที่นี่มีเรื่องราว

   
www resources

Four Seasons Resort Chiang Mai Homepage
Hotel de Charm Homepage
Tamarind Village Homepage
โฮมเพจ สวายเรียง เชียงใหม่
โฮมเพจ เก๊าไม้ล้านนา
โฮมเพจ บ้านน้ำปิง
โฮมเพจ สุกัณธารา
โฮมเพจ ตรีญาณรส

   
search resources

Hotels & Lodgings
Four Seasons Resort Chiang Mai
บ้านน้ำปิง
อมรดิษฐ์ สมุทรโคจร
Tamarind Village
Hotel de Charm
สวายเรียง
เก๊าไม้ล้านนา
สุกัณธารา
ตรีญาณรส




ที่สุดแล้ว แม่เหล็กที่แท้จริงในการดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับ high-end ให้มายังเชียงใหม่ คงหนีไม่พ้นคำ 3 คำ คือ ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม แต่ใช่ว่าจะมีเฉพาะนักลงทุนกระเป๋าหนักเท่านั้นที่สามารถผสมผสานทั้ง 3 สิ่ง ให้เข้ากับธุรกิจของเขาได้ การรวมตัวกันของ boutique hotel ขนาดเล็ก 6 แห่ง เป็นกลุ่ม Hotel de Charm เป็นอีกรูปแบบที่น่าสนใจ

รูปแบบการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ได้ผ่านการลองผิดลองถูกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ทศวรรษ จนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมื่อวิลเลียม ไฮเนกี้ แห่งไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้ขึ้นมาซื้อที่ดินเนินเขาในอำเภอแม่ริม แล้วสร้างเป็นโรงแรมรีเจนท์ เชียงใหม่ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นโฟร์ ซีซัน เชียงใหม่) แนวทางการพัฒนาจึงเริ่มมีความชัดเจนขึ้น

การก่อสร้างโรงแรมรีเจนท์ เชียงใหม่ สามารถผสมผสานทั้งความเป็นธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของท้องถิ่น ให้เข้ากับสิ่งปลูกสร้างที่ออกแบบมาให้สอดรับกับทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าว

รูปแบบดังกล่าวเป็นการนำเอาเอกลักษณ์ความเป็นเชียงใหม่ หรือความเป็นล้านนาที่แท้จริง มาเป็นแม่เหล็กหรือจุดขายในการดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตั้งแต่ระดับ B+ ขึ้นไปจนถึงระดับ A ให้มายังดินแดนแห่งนี้ เพราะตรงกับความต้องการของเขาเหล่านี้ที่ไม่ได้มองการท่องเที่ยวเป็นเพียงแค่การพักผ่อน หรือเปลี่ยนบรรยากาศ แต่มองว่าการเดินทางแต่ละครั้งนั้นมีมูลค่า และมีสิ่งที่ต้องเข้าไปค้นหา และคนพวกนี้พร้อมที่จะจ่าย หากเห็นว่าสินค้าตัวนี้มีมูลค่าเหมาะสมกับราคาที่นำเสนอ

แทนที่จะเป็นการสร้างอาคารสมัยใหม่ขนาดใหญ่ ที่ดูแล้วไม่แตกต่างจากเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นการทำลายเอกลักษณ์ที่แท้จริงของท้องถิ่น

แม้ช่วงแรกที่เปิดให้บริการ รีเจนท์ เชียงใหม่ เคยได้รับการต่อต้านจากนักอนุรักษนิยม แต่หลังจากนั้นไม่นาน รูปแบบนี้ได้รับการยอมรับกันว่า น่าจะเป็นทิศทางที่ถูกต้อง

แนวทางนี้ยิ่งมาถูกตอกย้ำให้หนักแน่นยิ่งขึ้น เมื่อกระแสของ boutique hotel เริ่มบูมขึ้นในเชียงใหม่ เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน เพราะ boutique hotel แต่ละแห่งสามารถใช้ทั้ง 3 ปัจจัย เป็นจุดขายดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่สื่อในประเทศไทยกำลังให้น้ำหนักไปกับข่าวที่เกิดขึ้นตามกระแส ไม่ว่าการต่อต้านของกลุ่มอนุรักษนิยมที่ไม่ต้องการให้ธุรกิจสมัยใหม่นำสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าไปไว้ในสถานที่ที่ถูกสร้างให้เป็นโรงแรม

แต่ในเว็บไซต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่ผู้คนทั้งโลกสามารถเข้าถึงได้ ส่วนใหญ่ล้วนแต่แนะนำให้คนเข้าไปใช้บริการของสถานที่เหล่านี้แทบทั้งสิ้น

การเปิดตัวดาราเทวี เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งได้กลายเป็น talk of the town ดูเหมือนจะเป็นจุดที่ทำให้กลุ่ม boutique hotel เหล่านี้ ต้องเริ่มตระหนักถึงคำว่าพลังของทุน

แม้ว่า boutique hotel แทบทุกแห่งจะมีความชัดเจนในแง่ของเอกลักษณ์ และคอนเซ็ปต์ แต่ด้วยข้อจำกัดของเงินทุน และความชำนาญทางด้านการตลาด ทำให้การแข่งขันของเขาในธุรกิจนี้เปรียบไปแล้ว เสมือนกับมดที่กำลังถูกบีบบังคับให้ต้องไปต่อกรกับยักษ์

"สิ่งที่เชียงใหม่กำลังต้องการ คือความคิดสร้างสรรค์ในการผสมผสานธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ให้เข้ากับธุรกิจท่องเที่ยว ใครที่มองจุดนี้ออกก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องมีเงินหนา แต่ต้องยอมรับว่าคนที่มีเงินจะได้เปรียบกว่า" เจ้าของ boutique hotel รายหนึ่งบอก

การรวมกลุ่มเพื่อสร้างพลัง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับบรรดา boutique hotel เหล่านี้

อมรดิษฐ์ สมุทรโคจร ดูจะเป็นคนที่เข้าใจถึงเรื่องนี้ได้อย่างดีที่สุด

เขาเป็นคนกรุงเทพฯ ผ่านประสบการณ์ทำงานในธุรกิจโรงแรมมาแล้วมากกว่า 30 ปี เคยอยู่กับ chain ใหญ่ระดับโลกอย่าง Mandarin Group ที่ปัจจุบันเป็นผู้บริหารโรงแรมโอเรียนเต็ล และดาราเทวี มาแล้วถึง 16 ปี รับผิดชอบงานด้านการขายและฝ่ายการตลาดเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่จะไปบุกเบิกสร้างโรงแรมใหม่ๆ อีกหลายแห่ง

อมรดิษฐ์จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ทำให้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงรอยต่อทางวัฒนธรรมในช่วงที่คริสตจักรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาอาณานิคมของจักรวรรดินิยมชาวตะวันตกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

เขาจบปริญญาตรีทางด้าน Marketing Tourism จาก Bourne Mouth College (ปัจจุบันเป็น University) จากประเทศอังกฤษ

ตำแหน่งล่าสุดของอมรดิษฐ์ในเชียงใหม่ คือเป็นผู้จัดการทั่วไป Tamarind Village boutique hotel ที่ได้รับการยอมรับว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด ในช่วง 3 ปีนี้ และเป็นจุดตั้งต้นให้เขาเริ่มรวมกลุ่ม boutique hotel ในเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันตั้งเป็นกลุ่ม Hotel de Charm เมื่อประมาณ 1 ปีเศษที่ผ่านมา

แม้ว่าอมรดิษฐ์จะยืนยันว่ากลุ่ม Hotel de Charm มีวัตถุประสงค์ตั้งต้นเพียงเพื่อ เฉลี่ยค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาดแก่กันและกัน แต่สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือจังหวะเวลาที่ทั้ง 6 แห่ง รวมตัวกัน เป็นช่วงที่ดาราเทวีกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเตรียมความพร้อม สำหรับการเปิดตัว

ที่สำคัญคอนเซ็ปต์และแนวทางของกลุ่ม Hotel de Charm กำลังเริ่มมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ณ ปัจจุบัน สมาชิกในกลุ่ม Hotel de Charm ประกอบด้วย boutique hotel และ resort 6 แห่ง คือ Tamarind Village สวายเรียง เก๊าไม้ล้านนา บ้านน้ำปิง สุกัณธารา และตรีญาณรส

ทั้ง 6 แห่ง ได้แชร์ค่าใช้จ่ายในการเปิดเว็บไซต์ของกลุ่มขึ้นมาเป็นจุดศูนย์กลางข้อมูลในการทำการตลาด เน้นการขายผ่านทางอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นการประหยัดได้มาก

นอกจากนี้ยังเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในการไปออกบูธตามงานที่หน่วยงานของรัฐ อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้จัด

"งานแรกที่เราออกงานร่วมกัน คืองาน Chiang Mai Travel Mart ที่ ททท. เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว (2547)" อมรดิษฐ์บอก

1 ปีเศษที่ผ่านมา ชื่อของกลุ่ม Hotel de Charm เริ่มเป็นที่รู้จักของเอเย่นต์ และนักท่องเที่ยวที่กำลังแสวงหารูปแบบการท่องเที่ยวประเภทนี้

"ตอนนี้หลายคนเริ่มยอมรับกลุ่มของเราแล้ว ททท.ก็ยอมรับตอนที่เขากำลังเริ่มใช้คำว่า Magnet of Chiang Mai เขาก็จัดให้เราเป็น 1 ใน Magnet of Chiang Mai" ไพโรจน์ โกสุมขจรเกียรติ์ แห่งสวายเรียง อีก 1 ในผู้ร่วมก่อตั้ง Hotel de Charm บอก

ล่าสุดจากการจัดงาน "ลดกระหน่ำ เที่ยววันธรรมดาราคาเดียว" ซึ่ง ททท.ได้จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา บูธของกลุ่ม Hotel de Charm ได้ถูกนำไปแสดงไว้ในโซน Unseen Paradise

หากวิเคราะห์ถึงจุดเด่นของกลุ่ม Hotel de Charm จะประกอบด้วย

1. โรงแรมและรีสอร์ตที่เป็นสมาชิก ทั้ง 6 แห่ง มีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกัน แต่ทุกแห่งล้วนมีคอนเซ็ปต์เดียวกันคือเป็นโรงแรมและรีสอร์ตขนาดเล็ก จะมีจุดขายที่ชัดเจนคือ การผสมผสานธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ หรือวัฒนธรรม เข้ามาอยู่ในสถานที่ของตนเอง

2. การรวมกลุ่มกันนอกจากจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดแล้ว ยังเท่ากับเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า เพราะสามารถนำเสนอสินค้าที่หลากหลายได้ถึง 6 บรรยากาศ แล้วแต่ลูกค้าจะเลือก โดยใช้ศูนย์ข้อมูลทางการตลาดเพียงแห่งเดียว ซึ่งนอกจากสมาชิกในกลุ่มทั้ง 6 แห่งแล้ว Hotel de Charm ยังมีพันธมิตรที่เป็นธุรกิจบริการสำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ สปา ร้านอาหาร ธุรกิจรถเช่า ฯลฯ ที่ทั้ง 6 แห่งร่วมกันคัดสรร แล้วว่ามีระดับและคุณภาพพร้อมที่จะนำเสนอ

"เมื่อลูกค้าติดต่อเข้ามา ผมสามารถแนะนำได้ว่าเขาต้องการจะไปพักในบรรยากาศแบบไหน เช่นหากต้องการซึมซับกับประวัติศาสตร์ในเมือง ก็มี Tamarind หรือตรีญาณรส หากต้องการไปอยู่ติดน้ำ ก็มีทั้งสวายเรียงที่เป็นโรงแรมริมบึง บ้านน้ำปิง ที่เป็นรีสอร์ตริมแม่น้ำ หรือสุกัณธาราที่อยู่ติดน้ำตก แต่หากต้องการไปในสถานที่ที่มีเรื่องราวให้ค้นหา เพราะเคยเป็นโรงบ่มใบยาเก่าแก่อายุมากกว่า 50 ปี ก็ไปที่เก๊าไม้ล้านนา และหากลูกค้าอยากจะพักหลายวันในหลายบรรยากาศ ก็สามารถหมุนเวียนไปได้ภายในกลุ่ม"

3. ความที่สมาชิกในกลุ่มล้วนแต่เป็นเจ้าของโรงแรมเอง การเจรจาต่อรองเรื่องราคาจึงสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก

4. นอกจากเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าแล้ว ที่ผ่านมา Hotel de Charm เริ่มขยายพรมแดนออกไปยังพื้นที่ที่เป็นจุดหมายใหม่ในกลุ่มอนุทวีปลุ่มแม่น้ำโขง โดยการจัดแพ็กเกจทัวร์ไปเที่ยวยังหลวงพระบาง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก

"ช่วงโลว์ซีซันปีที่แล้ว เราร่วมกับสายการบินลาว และสันติ วิลล่า ที่หลวงพระบาง ตัวคุณสันติมาคุยกับผมเอง เราขายแพ็กเกจที่ 5,990 บาท บินออกจากเชียงใหม่ ไปหลวงพระบาง นอนที่สันติ วิลล่า 2 คืน รวมอาหารเช้า รถ แล้วกลับมาที่นี่ มาพักในกลุ่ม Hotel de Charm อีก 1 คืน ซึ่งเขาสามารถเลือกได้ว่าจะนอนที่ไหน ลูกค้าแฮปปี้มากเลย มีบินสัปดาห์ละ 3 ไฟลต์ คือทันทีที่คุณบินมาถึงเชียงใหม่ มีคนไปรอรับที่สนามบิน คุณต่อสายการบินลาวไปเลย หรือจะมานอนที่นี่ก่อน หลังๆ กลายเป็นเหมาไปเลยสำหรับลูกค้า เพราะบินมาวันศุกร์ ลางานครึ่งวัน มาขึ้นเครื่องบินลาววันศุกร์ วันเสาร์นอนหลวงพระบาง วันอาทิตย์เที่ยงกลับมามานอนในเชียงใหม่ วันจันทร์เช้า บินไฟลต์เช้ากลับกรุงเทพฯ ทำงานต่อได้เลย เฉพาะแพ็กเกจนี้เราสามารถส่งลูกค้าให้กับสันติ วิลล่า ได้ถึง 300 กว่าคน"

5. นอกจากโรงแรมและรีสอร์ต 6 แห่งดังกล่าวแล้ว Hotel de Charm ยังมีพันธมิตรที่เป็นลักษณะวิลล่า คือเป็นบ้านของคนมีเงินในกรุงเทพฯ ที่ขึ้นมาสร้างไว้ในเชียงใหม่ แต่เจ้าของไม่ได้เดินทางขึ้นมาพักผ่อนตลอดเวลา ช่วงที่เหลือซึ่งจำเป็นต้องปิดบ้านเอาไว้ ก็นำมาให้กลุ่ม Hotel de Charm บริหาร โดยการจัดหาลูกค้าเข้าพักและแบ่งรายได้ซึ่งกันและกัน

รูปแบบและคอนเซ็ปต์ที่ค่อยๆชัดเจนขึ้นเช่นนี้ ทำให้ 1 ปีเศษที่ผ่านมามี boutique hotel และบ้านพักหลายแห่ง เสนอตัวเข้ามาขอเป็นสมาชิกในกลุ่ม Hotel de Charm

ที่สำคัญไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แต่เป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในทุกภาคทั่วประเทศ

"ทุกวันนี้หัวกระไดของคุณอมรดิษฐ์แทบจะไม่แห้ง เพราะคนที่อยู่ในธุรกิจนี้ ต่างมุ่งตรงมาหาแกหมดทั้งประเทศ ไม่เฉพาะเชียงใหม่ จากภาคใต้ก็ขึ้นมาหาขอมาอยู่ในกลุ่ม หรือขอให้ทำการตลาดให้" ไพโรจน์บอก

จากการร่วมกลุ่มกันครั้งแรก ซึ่งเป็นการจับมือกันอย่างหลวมๆ สมาชิกทั้ง 6 ราย รวมถึงพันธมิตร ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในการเข้ามาเป็นสมาชิก ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น มีเฉพาะค่าน้ำชา กาแฟ เวลาประชุม ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ และค่าใช้จ่ายในการออกไปทำตลาด ที่ใช้วิธีหาร 6 เท่ากันหมด

ณ วันนี้ Hotel de Charm กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อมีคนสนใจอยากเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มมากขึ้น

ณ วันที่อมรดิษฐ์สนทนากับ "ผู้จัดการ" เมื่อกลางเดือนที่แล้ว เขาบอกกำลังจะนัดสมาชิกในกลุ่มทั้งหมด เพื่อประชุมเรื่องสำคัญคือการจัดตั้งองค์กรของ Hotel de Charm ให้มีความชัดเจนขึ้น อาจจะจดทะเบียนเป็นรูปบริษัท ซึ่งสามารถจ้างพนักงานเข้ามาดูแลการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของข้อมูล

"อย่างในเว็บไซต์ของเรา ต้องมีคนคอย monitor ตลอดเวลา คอยตอบคำถาม ซึ่งลูกค้าจะมีคำถามเข้ามาอยู่เรื่อย และเราต้องแนะนำเขาได้"

รวมถึงกฎเกณฑ์การรับสมาชิกใหม่ ซึ่งอาจหมายถึงการเก็บค่าแรกเข้า เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในองค์กร

"คอนเซ็ปต์ของกลุ่ม Hotel de Charm นั้นมีความชัดเจนอยู่แล้ว คือต้องเล็ก และมีการผสมผสานเรื่องธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ใครที่จะเข้ามา จะต้องผ่านเกณฑ์ในจุดนี้" ไพโรจน์สำทับ

"ที่สำคัญคือแนวคิดจะต้องไปในทิศทางเดียวกับสมาชิกของกลุ่มทั้งหมด"

เป้าหมายหลังจากการจัดรูปองค์กรเกิดความชัดเจนแล้ว กลุ่ม Hotel de Charm จะเน้นไปที่การขายในลักษณะที่เป็นแพ็กเกจ ซึ่งนอกจากจะใช้ความหลากหลายของรูปแบบของโรงแรมที่เป็นสมาชิกแล้ว ยังจะขยายพื้นที่ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ออกไปจากเชียงใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ในอนุทวีปลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีเชียงใหม่เป็นจุดศูนย์กลาง

การรวมตัวกันของกลุ่ม Hotel de Charm เป็นความพยายามในการยกระดับการให้บริการของกลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้สามารถแข่งขันกับ chain โรงแรมขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังขยายเข้ามาลงทุนในเชียงใหม่เพิ่มขึ้น

แต่การยกระดับดังกล่าว จะคงความแข็งแกร่งได้ขนาดใดนั้น ณ ขณะนี้ กลุ่มนี้กำลังเดินทางมาถึงจุดที่ต้องพิสูจน์

โดยเฉพาะภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งความคืบหน้าของการจัดรูปองค์กร Hotel de Charm จะเริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่างออกมาให้ได้เห็น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย