Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2545
บ้าน ลิมปพัทธ์" ป่ากลางกรุง             
โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
 

   
related stories

ไตรภพ ลิมปพัทธ์ "Role Model" คนล่าสุด?
ผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในวงการทีวีไทย
บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด
สุข สงบ กับธรรมชาติ

   
search resources

ไตรภพ ลิมปพัทธ์




บ้าน 2 ชั้น ขนาดกะทัดรัดหลังนี้ สร้างในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยฝีมือการออกแบบและตกแต่งภายในของ บดินทร์ ลิมปพัทธ์ น้องชายของไตรภพ ที่ฝีมือเป็นที่ยอมรับกันในวงการ โจทย์สั้นๆ แต่สำคัญ ที่บดินทร์ได้รับจากพี่ชายตอนนั้นก็คือ ต้องการบ้านแบบโล่งๆ ดูง่ายๆ สบายๆ

ตลอดระยะเวลาปีกว่าในการก่อ สร้าง ไตรภพมาบ้านนี้เพียง 2 ครั้ง ครั้งแรก คือวันลงเสาเอก และวันที่ 2 คือวันที่หิ้ว กระเป๋าย้ายเข้ามาอยู่อย่างถาวร โดยปล่อย หน้าที่ทั้งหมดให้พิจิตราผู้เป็นภรรยา และน้องชายเป็นคนจัดการ

ความร่มรื่นด้วยพรรณไม้หลาก หลายชนิด เป็นความงามที่มีเสน่ห์สำคัญ ของบ้าน การปลูกต้นไม้ให้ติดกันแน่น เหมือนสวนป่า ทำให้มองเข้าไปแทบไม่เห็น ตัวบ้านที่ซ่อนอยู่ข้างใน เป็นความตั้งใจของ คนทั้งคู่ และวันนี้ความคิดที่ตรงกันอีกเรื่อง หนึ่งก็คือ ต้องการซื้อที่ดินว่างเปล่าแปลง ที่ติดกับบ้านอย่างมาก และไม่ต้องการได้มา เพื่อขยายตัวบ้านให้ใหญ่โตโอ่อ่า สมฐานะของพิธีกรที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของ เมืองไทย แต่....ต้องการเอาไว้ปลูกต้นไม้ สร้างป่าในเมืองให้เพิ่มขึ้น

วิธีคิดเกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิต ของไตรภพ ลิมปพัทธ์ อาจจะแตกต่างกับ คนอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ การงาน และก้าวมายืนอยู่ในจุดที่เรียก ได้ว่าเป็นคนร่ำรวยคนหนึ่ง

"ต่อไป ก็อยู่กันแค่สองคนตายาย ลูกก็มีวิถีชีวิตของ เขา อาจจะไปอยู่ที่อื่น หรือหากอยู่ที่นี่ จะต่อเติมแบบไหน มันก็แล้วแต่เขาชอบ แต่ในชีวิตผม บ้านหลังแค่นี้ใน กรุงเทพฯ พอแล้ว และถ้าได้ที่ดินเพิ่ม ผมจะทุบถนนตรงนี้ ทิ้งเลย ปลูกต้นไม้ให้หมด แล้วย้ายโรงรถไปอยู่ด้านโน้น แทน"

จากประตูหน้าบ้านมีถนนคอนกรีต ตรงไปยังโรงรถ และตัวบ้าน ด้านซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้ทั้งหมด รวมทั้งส่วนของสนามหญ้าที่เคยกว้างกว่านี้ แต่ถูกรุกรานโดยการปลูกต้นไม้ใหญ่เข้ามา เรื่อยๆ

ในบ้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีข้าวของตามความจำเป็น ดูอบอุ่นเป็น "บ้าน" จริงๆ ต่างกับ "บ้าน" บางหลัง ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพง และมีห้อง รับแขกที่สวยงามเรียบกริบไม่ต่างกับล็อบบี้โรงแรมชั้น 1

เมื่อบ้านถูกก่อสร้างไว้อย่างลงตัว วันเวลาผ่านไปก็ยังดูทันสมัย สิ่งเดียวที่เปลี่ยน แปลงไปก็คือ การทุบผนังคอนกรีตของตัวบ้านด้านหนึ่งทิ้ง แล้วติดกระจกใสอย่างหนา เข้ามาแทน เพื่อเปิดรับบรรยากาศอันร่มรื่น และความเขียวขจีภายนอกเข้ามา ร่วมเป็น ส่วนหนึ่งของตัวบ้าน

ภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าใบรูปดอกดาหลาขนาดใหญ่สีสันสดใส ของอาจารย์จรูญ บุญสวน ที่ติดบนฝาผนังเป็นของมีค่าอย่างหนึ่งในบ้าน ไตรภพสะสมรูปของอาจารย์จรูญ ไว้หลายภาพ รวมทั้งภาพชุดดอกไม้ไทย 9 ภาพ ที่ได้มาเมื่อวันเกิด 12 กรกฎาคม 2545 ที่ผ่านมาด้วย เขาชื่นชมฝีมือและหลงใหลลีลาในการสะบัดปลายพู่กันของศิลปินคนนี้ อย่างมากทีเดียว ทั้ง 2 คน ต่างรู้จักและและชื่นชอบ ซึ่งกันและกันมานาน และมีศรัทธาช่วยงานของแม่ชี ศันสนีย์มาตลอดด้วย

ครอบครัวนี้มีลูกชาย หญิง 2 คน คนโต ผู้ชาย "พัทธยศ" (ตูน) ซึ่งมีรูปร่าง สูงใหญ่กว่าผู้เป็นพ่อ กำลัง ศึกษาอยู่ที่คณะพาณิชย ศาสตร์และการบัญชี ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คนเล็ก เป็นผู้หญิง "ไตรตรา" (ตาล) กำลังศึกษาอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน มัธยมสาธิตปทุมวัน

ด้วยวัยที่แตกต่างกัน ภาพชีวิตในวันหยุดที่พร้อมหน้าพร้อมตากันของครอบครัว ตัว ต.หลังนี้ จึงมีกิจกรรมต่างกัน ลูกชายคนโตจะหมกมุ่นอยู่กับการเล่นอินเทอร์เน็ต ลูกสาวดู Mtv ภรรยาจัดการเรื่องดูแลบ้าน ส่วนไตรภพ เมื่อก้าวลงจากเวที ภาพเขาจะเปลี่ยนไป จากคนที่มีบุคลิกขี้เล่น มีมุขตลกแพรวพราว กลายเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ ชอบที่จะปลีกตัวไปนั่งเงียบๆ อ่านหนังสือคนเดียว หรือไม่ก็ดูยูบีซี ช่องดิสคัฟเวอรี่ และช่องกีฬา โดยเฉพาะกีฬากอล์ฟ

"อยู่บ้านเขาไม่ค่อยพูด บ้านนี้ไม่ค่อยมีคนพูด มีลูกสาวคนเดียวที่พูด อย่างเวลา อยู่บ้านด้วยกัน 4 คน เงียบมากค่ะ นอกจากลูกสาว เขาก็จะโวยวายของเขาไปเรื่อยๆ ลูกสาวนี่เป็นประเภทใครวิจารณ์พ่อไม่ได้ ใครว่าพ่อจะโกรธเลยเชียว" พิจิตราหรือ "พี่แตง" ภรรยาที่ยังสวย แต่ไม่ชอบถ่ายรูป เล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟัง

"ประมาณว่า พ่อข้าใครอย่าแตะ" ไตรภพเสริม

นอกจากไม่มีคนชอบพูดแล้ว ไม่มีใครชอบ ถ่ายรูปด้วย เครื่องถ่ายวิดีโอที่ซื้อไว้ก็ไม่เคยมีใครหยิบ มาถ่ายเล่นกันในครอบครัว แม้แต่รูปถ่ายครอบครัวที่ ภรรยาอยากถ่ายเก็บเอาไว้บ้าง ไตรภพยังผลัดแล้ว ผลัดเล่า

"ก็มันไม่ใช่งาน ผมพูดมาก ผมถ่าย รูปเยอะ นั่นมันงานทั้งนั้น" เขาอธิบาย

ในแต่ละอาทิตย์ ไตรภพใช้เวลาอยู่ ที่โรงถ่ายประมาณ 3-4 วัน วันที่ไม่มีอัด รายการก็เข้าออฟฟิศ เพื่อประชุมงาน ส่วน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หากไม่ไปบ้านต่าง จังหวัด ก็อยู่บ้านที่กรุงเทพฯ ไม่เคยเดินทาง ไปเที่ยวต่างประเทศ ทั้งๆ ที่หลายครั้งช่วง ปิดเทอมภรรยาและลูกๆ จะมีโปรแกรม ไปท่องเที่ยวดูโลกกว้างตามประเทศต่างๆ เสมอ เขาบอกว่าไม่ใช่ไม่มีเวลา แต่เขาไม่มี ความ "อยากไป" ต่างหาก

ทุกวันเมื่อเสร็จงาน ส่วนใหญ่จะ กลับบ้านทันที ไม่เคยออกงานสังคม โดย การกินเหล้า ฟังเพลง กับเพื่อนฝูง นอก จากนานครั้งๆ ที่จำเป็นต้องไปงานกลางคืน เพราะผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ หรือผู้มีบุญคุณ บางท่าน เจาะจงขอให้ไป และเป็นวิถีชีวิตที่ ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องนานนับ 10 ปี

เขาเลิกดื่มเหล้ามาตั้งแต่คืนแรก ของการแต่งงาน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นใน วัยหนุ่มเขาเป็นคนชอบเที่ยว และเป็น คนดื่มจัดที่สุดคนหนึ่ง

"ผมเห็นภรรยายืนยิ้มอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ ในคืนวันแต่งงาน ความคิดที่แวบเข้า มาตอนนั้นก็คือ ต่อไปผมต้องหาเลี้ยงผู้หญิงคนนี้ ผมจะไม่เอาเงินไปเลี้ยงเหล้าอีกต่อไป แล้วตั้งแต่นั้นมาผมไม่ดื่มอีกเลย"

เวลาว่างของเขาที่บ้านคือ อ่านหนังสือ ดูต้นไม้ และก็นอน ไม่มีมุมทำงานที่บ้าน หลังนี้ เพราะไม่เคยเอางานมาทำที่บ้าน ไม่เคยเอาปัญหา หรือเรื่องราวที่บริษัทมาเล่าสู่กัน ฟังในบ้าน และเวลาไปบ้านต่างจังหวัด ไม่เคยเอางานไป โทรศัพท์มือถือก็ปิด อ่านหนังสือ อย่างเดียว

ไตรภพเป็นนักอ่านคนหนึ่ง นอกจากหนังสือพระแล้ว เขายังชอบอ่านหนังสือไซไฟ ของไอแซค ชอบนวนิยายของริชาร์ด เพาเวลล์ ที่เขียน "แผ่นดินนี้เราจอง" "หลายรัก ของโดบี้" และ "พล นิกร กิมหงวน" ของ ป.อินทรปาลิต

"ผู้จัดการ" ไม่ได้ขึ้นไปดูถึงห้องนอน แต่เขาบอกว่าเป็นคนที่นอนกับพื้น ใช้ผ้าปูนอน มีหมอน 1 ใบ ผ้าห่ม 1 ผืน และเขาเป็นคนนอนดึก แต่ตื่นเช้ามาก

"ตอนหลังภรรยาทนไม่ได้เลยไปหาซื้อที่นอนยางพาราบางๆ มาให้ ผมว่านอนสบาย ผมก็โอเค ตื่นขึ้นมาผมเก็บที่นอนเอง พับผ้าห่มเอง เขาทำให้ผมอย่างเดียวคือ การชงกาแฟ เขาซื้อเครื่องชงกาแฟแพงๆ มาให้ เพราะตั้งใจจะดูแลเรา แต่เป็นคนชงกาแฟที่เงินเดือน แพงที่สุดในโลกละมั้ง" เขาแหย่ภรรยา

ส่วนเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว คนขับรถ ซึ่งมีเวลาอยู่ด้วยกันมากที่สุดเป็นคนจัดการ เพราะจะรู้ว่า วันนี้อัดรายการอะไรที่ไหน โดยมี "เจ๊ชัย" ที่โรงถ่ายกันตนา เป็นคนจัดการ ดูแลความเรียบร้อยให้อีกครั้ง

"เสื้อผ้า ไม่ต้องซื้อให้หรอกค่ะ มีสปอนเซอร์ และเขาก็บอกว่าอย่าซื้อ เพราะถ้าไม่ ชอบ ก็ไม่ใส่ ที่จริงแล้ว พี่ต๋อยเป็นคนง่ายมาก ใส่ตัวไหนก็ได้ บางตัวใส่แล้วใส่อีก จนบางที ต้องแอบเอาไปทิ้ง"

"ใช่.. บางทีพอผมเห็น ว้าย! เสื้อเราเป็นผ้าขี้ริ้วไปแล้วเหรอเนี่ย" ไตรภพรีบเสริม

ในวัย 49 ปี เขาเป็นคนที่ยังมีใบหน้าอ่อนกว่าอายุจริงอย่างมาก หลายคนคงเข้าใจว่า เมื่อมีภาพของความเป็นดารา คงต้องมีคลินิก หรือหมอเก่งๆ ดูแลรักษาใบหน้า ให้เป็น ประจำ ซึ่งเขารีบบอกทันทีว่าไม่มีเลย นอกจากการแต่งหน้าตอนออกทีวี และใช้ครีม กันแดดเวลาเล่นกอล์ฟแล้ว ไม่เคยไปนวด หน้า หรือทำอะไรกับหน้าเลย

"ผมไม่เคยมีสปอนเซอร์บนใบหน้า มันเสียความเป็นชายไปนะครับ ถ้าผมจะไปบอกว่า หมอครับ หน้าผมไม่นวลเลย ตรงนี้กร้านไปนี๊ด...ดูให้หน่อยครับ"

ไม่นวดหน้า แต่ถ้าได้นวดตัวด้วย น้ำมันหอม หรือนวดแผนโบราณ หากเป็น อย่างนั้น จะเป็นเรื่องที่จะชอบมากกว่า "กอล์ฟ" คือกีฬาอย่างเดียวที่เขา ให้เวลา โดยเป็นสมาชิกของสนามกอล์ฟ ราชพฤกษ์ สนามกอล์ฟที่ว่ากันว่าเข้มงวด ในการคัดเลือกสมาชิกอย่างมาก และกำหนดจำนวนสมาชิกไว้เพียง 500 คน เท่านั้น และแต่ละคนล้วนมีตำแหน่งใหญ่โต ในวงสังคมเมืองไทยทั้งสิ้น ไตรภพเล่น กอล์ฟได้ดี แม้ไม่เคยเรียนอย่างจริงจังกับ ครูคนใด หากใช้วิธีอ่านจากหนังสือกอล์ฟ เล่มไหนชี้ให้เห็นถึงวิธีตีอย่างไรให้ได้ดี ก็จะดึงออกมาแล้วรวบรวมเย็บเป็นเล่มใหม่ และจดจำเฉพาะตรงนั้น

ทุกวันนี้ไม่มีก๊วนประจำ เมื่อก่อน อาจจะตีกอล์ฟกับเป็ด เชิญยิ้ม หรือเสนา เพชร บ้าง หากในระยะหลังเวลาว่างที่ไม่ ตรงกัน ส่วนใหญ่จึงเป็นการตีกอล์ฟกับ ผู้ใหญ่ในวงการต่างๆ ที่รู้จักและนับถือ และเขาบอกว่าไม่เคยตีกอล์ฟเพราะต้องรับรอง ลูกค้า หรือคุยงานธุรกิจ เพราะต้องการ รีแล็กซ์กับมันจริงๆ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย