Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2539
“ไครสเลอร์” จัดแข่งออฟโรดแผนลุ่มลึกที่ผู้ชนะจะชื่อว่า “จี๊ป”             
 





ของเล่นของเศรษฐีที่ได้รับการกระตุ้นด้วยกิจกรรมเสริมอยู่ตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่เพียง 2 ปีเศษเท่านั้นชื่อเสียงของออฟโรดอย่างจี๊ป จากค่ายไครสเลอร์จะกลับมาโด่งดังและโดดเด่นในตลาดเมืองไทยอีกครั้ง

ถ้าพูดถึงความคึกคักที่เกิดขึ้นกับตลาดรถยนต์ออฟโรดเมืองไทยในช่วงปีสองปีมานี้ จนใครๆต่างกล่าวกันว่า ตลาดนี้คือตลาดใหม่ของไทย แน่นอนว่าความคึกคักที่เกิดขึ้นนั้น จี๊ปจากค่ายไครสเลอร์ย่อมมีส่วนอยู่ไม่น้อย

บริษัท ไทยไครสเลอร์ ออโตโมทิฟ จำกัด นับได้ว่าเป็นผู้นำหรือผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ออฟโรดในไทย ในลักษณะของการสร้างรากฐานตลาดในระยะยาว เพราะแม้ว่าก่อนหน้านั้นหลายยี่ห้อ จะมีการนำรถยนต์ออฟโรดเข้ามาจำหน่ายหรือประกอบในประเทศ แต่ก็ดูเหมือนว่า ยังไม่มีรายใดที่มุ่งสร้างฐานตลาดอย่างแท้จริง

เนื่องจากรถยนต์ออฟโรด ไม่ใช่รถยนต์ที่ใช้ขับเคลื่อนในสภาพถนนปกติเพียงเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติพิเศษสามารถลุยไปได้เกือบทุกหนทุกแห่งทุกสภาพถนน ดังนั้นการที่จะสร้างตลาดให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง สิ่งหนึ่งที่จะต้องกระทำก็คือ การให้ความรู้กับผู้บริโภค สร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงคุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งการลงทุนในส่วนนี้ใช้เงินมากพอสมควรไม่ว่าจะเป็นการสร้างสนามฝึกซ้อมและการฝึกอบรม

นภาพร วิไลกิจผู้จัดการผลิตภัณฑ์จี๊ป ของไทยไครสเลอร์ฯ กล่าวถึงแนวนโยบายของบริษัทในเรื่องการสร้างความรู้ให้กับกลุ่มผู้บริโภคว่า ปัจจุบันผู้ขายรถยนต์ออฟโรดเริ่มให้ความสำคัญในด้านนี้มากขึ้น หลังจากที่บริษัทได้เริ่มบุกด้านนี้อย่างจริงจัง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นการดำเนินการที่ไม่ต่อเนื่องและน้อยเกินไป สำหรับบริษัทจะมีกิจกรรมต่อเนื่องตลอด คือสอนออกมาแล้วก็สามารถกลับไปฝึกได้ตลอด ซึ่งบริษัทมีโปรแกรมฝึกสอนทุกเดือน

ปัจจุบัน ไทยไครสเลอร์ฯ มีจี๊ป คลับ เทรนนิ่งเซ็นเตอร์อยู่ 7 แห่งครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศและเข้าใจว่าเพียงพอต่อกลุ่มลูกค้า ซึ่งนภาพรกล่าวว่า การลงทุนในส่วนนี้จะหนักในช่วงแรกเท่านั้น หลังจากนั้นค่าใช้จ่ายก็ตกประมาณเดือนละ 2 แสนบาทเช่นค่าบำรุงสนาม ค่าฝึกอบรม แต่ทุกดีลเลอร์ก็บอกว่าคุ้มต่อการลงทุน เพราะจี๊ป คลับฯเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รถยนต์จี๊ปเปิดตลาดได้ง่ายขึ้น

นโยบายที่ต้องการสร้างภาพพจน์ให้แข็งแกร่ง โดยเน้นที่ความเป็นรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ความเป็นรถยนต์ต้นแบบของรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่สำคัญเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อในยุคใหม่ที่นอกจากจะลุยป่าฝ่าดงได้แล้ว ยังเพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างสนามให้ลูกค้าได้ทดสอบและเรียนรู้

แต่นี่ก็คือส่วนที่ไทยไครสเลอร์ฯ ได้เปรียบเหนือคู่แข่งในตลาดนี้ไม่มากเพราะรายอื่นเริ่มขยับและเห็นความจำเป็นมากขึ้น ดังนั้นกิจกรรมต่อเนื่องจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ไทยไครสเลอร์พยายามจะฉีกตัวห่างออกไปอีกขั้น

“JEEP CHEROKEE 4X4 MAN OF THE YEAR 1996” ที่เพิ่งเสร็จสิ้นรอบชิงชนะเลิศไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น นับเป็นอีกกิจกรรมต่อเนื่องที่สำคัญซึ่งไทยไครสเลอร์ฯคิดขึ้นมาและประสานกับทางบริษัท WARN แห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งจำหน่ายเครื่องอุปกรณ์หัวลาก (WINCH) จำหน่ายให้กับรถยนต์ไครสเลอร์และยี่ห้ออื่นๆ เพียงแต่ว่าไครสเลอร์เป็นลูกค้ารายใหญ่ของ WARN

การแข่งขันชนิดนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีแรกและไม่ได้เกิดเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น แต่เป็นการแข่งขันที่บริษัท WARN ได้ประสานกับบริษัทผู้ทำตลาดรถยนต์ไครสเลอร์ทั่วโลก จัดการแข่งขันขึ้นมา และจะทำการส่งผู้ชนะของแต่ละประเทศไปร่วมคาราวานจี๊ป แจมโบรี ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับการจัดปีแรกในไทยนั้นไทยไครสเลอร์ฯ รับสมัครเฉพาะลูกค้าของไครสเลอร์เท่านั้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือมีเพียงรถยนต์จี๊ป ที่เข้าร่วมการแข่งขันเท่านั้น ไม่มีรถยนต์ออฟโรดยี่ห้ออื่นมาปะปน ซึ่งปีแรกนี้มีผู้สมัครกว่า 500 คนจากทุกสนามแข่งขัน มองเฉพาะในส่วนของงานส่งเสริมการขายตรงนี้ก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไปแล้วอย่างมาก เพราะลูกค้าที่มีอยู่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาได้ตอบรับกับกิจกรรมเรียกว่าหลายสิบเปอร์เซ็นต์ทีเดียว

ความรู้สึกที่ว่าเราเป็นชาวจี๊ปหรือไครสเลอร์ ได้พิสูจน์แล้วว่ากำลังเกิดขึ้นอย่างมั่นคงและความรู้สึกนี้กำลังจะกลายเป็นอาวุธสำคัญที่คู่แข่งของจี๊ปจะต้องตระหนักให้มาก

โครงการจัดการแข่งขันรถยนต์ออฟโรดที่ดูเหมือนธรรมดาครั้งนี้ ทางไทยไครสเลอร์ฯยังหวังไปไกลกว่านั้น

นภาพร กล่าวว่าที่จริงบริษัทได้วางแนวทางว่าการจัดเช่นนี้จะต้องมีขึ้นปีละครั้งทุกปี เพื่อส่งตัวแทนไปร่วมกับทางอเมริกาซึ่งที่นั่นมีมาทุกปีอยู่แล้ว แต่หลังจากที่บริษัทได้จัดขึ้นปีนี้เป็นครั้งแรก และประสบความสำเร็จอย่างสูงในหลายด้าน ดังนั้นในปีต่อๆไปก็จะพัฒนาขึ้นไป ซึ่งขณะนี้ได้คิดกันคร่าวๆว่าอนาคตอาจจะเปิดกว้างให้กับยี่ห้อื่นเข้ามาแข่งได้ โดยเป็นในลักษณะที่ผู้ใช้รถยนต์ยี่ห้อนั้นๆมาสมัครเพื่อเข้าแข่งขันเอง

“คงจะไม่ถึงขนาดที่ว่าเราไปร่วมกับยี่ห้ออื่นจัดการแข่งขันขึ้นมา เพราะคงไม่มีความจำเป็นขนาดนั้น แต่เราจะเปิดกว้างซึ่งผู้ใช้รถยนต์ออฟโรดยี่ห้ออื่นก็สามารถเข้ามาแข่งขันได้ไม่จำกัดเฉพาะจี๊ป และถ้าสามารถชนะเลิศการแข่งขันเราก็จะให้ทุกอย่างเสมือนว่าเป็นลูกค้าของเราชนะเช่นกัน”

นภาพร กล่าวอย่างน่าฟังว่า การเปิดกว้างเช่นนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่า บริษัทได้ตั้งใจที่จะพัฒนาวงการรถยนต์ออฟโรดอย่างจริงจัง คือต้องการให้ผู้ใช้มีความรู้ในคุณสมบัติของรถยนต์ออฟโรดอย่างแท้จริงได้รู้จักและชำนาญการใช้อุปกรณ์ต่างๆเพื่อแก้ปัญหาในกรณีต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อนำรถยนต์ไปวิ่งในถนนที่รถยนต์ขับเคลื่อนสองล้อไม่สามารถลุยฝ่าไปได้และที่สำคัญเราได้เน้นเรื่องอนุรักษ์สภาพแวดล้อมเข้าไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะคู่กันกับรถยนต์ออฟโรด

ส่วนที่ว่าถ้ารถยนต์ยี่ห้ออื่นชนะขึ้นมาเพราะผู้ขับขี่มีความชำนาญการมากกว่านั้น นภาพร กล่าวว่า “เราไม่คิดว่าประเด็นนี้จะทำให้รถยนต์ออฟโรดอย่างจี๊ปต้องเสียเครดิต เพราะเราถือว่าเราได้ตั้งใจที่จะเผยแพร่ความรู้แล้วและผลลัพธ์โดยสรุปแล้วเราน่าจะได้ภาพพจน์เป็นบวกมากกว่าลบ”

ประเด็นนี้ลึกๆแล้วคนของไครสเลอร์ล้วนมั่นใจว่า ถ้ามีการแข่งขันในลักษณะเปิดกว้างขึ้นจริง ด้วยประสิทธิภาพและการออกแบบรถยนต์ออฟโรดอย่างจี๊ป น่าที่จะทำให้รถยนต์จี๊ปชนะได้ไม่ยาก เพราะหลายอย่างเหนือชั้นกว่าอยู่แล้ว การแข่งขันเช่นนี้จึงน่าจะกลายเป็นว่าได้ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ออฟโรดยี่ห้ออื่นเห็นความแตกต่างของสมรรถนะได้อย่างถ่องแท้และใกล้ชิดที่สุด ซึ่งตรงนี้น่าจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นการแย่งแชร์ตลาดของยี่ห้ออื่นได้อย่างง่ายดายที่สุด

นภาพรกล่าวว่าอีกประมาณ 2 ปีจึงจะสามารถจัดการแข่งขันในลักษณะเปิดกว้างได้ เพราะเมื่อถึงตอนนั้นจะกลายเป็นลักษณะทางการมากขึ้น จึงต้องรอให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความชำนาญในการจัดการมากขึ้นด้วย และอาจต้องตั้งเป็นคณะกรรมการทำงานขึ้นมากำหนดนโยบายรูปแบบการแข่งขัน

เมื่อความพร้อมรอบด้านของไครสเลอร์เต็มที่ที่สุด ออฟโรดตัวอื่นก็ดูจะด้อยค่าลงทุกที

เพราะในขณะที่ตลาดรถยนต์ของเมืองไทยในช่วงปี 2539 นี้ตกต่ำลงอย่างมากแต่ยอดจำหน่ายรถยนต์จี๊ปกลับพุ่งสูงขึ้นและอัตราเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (2538) น่าจะมีมากกว่า 100% โดยเมื่อสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายมีอยู่ประมาณ 2,000 คันและคาดว่าสิ้นปียอดจำหน่ายจะมีถึง 2,500 คันขณะที่ปีที่แล้วยอดจำหน่ายมีเพียง 1,200 คันประการสำคัญยอดจำหน่ายเช่นนี้เป็นยอดจำหน่ายที่มากที่สุดในหมู่ออฟโรดระดับบน และกำลังจะถีบตัวห่างขึ้นทุกที

ความภักดีในยี่ห้อ ความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้ยี่ห้อนั้นๆ ความแข็งแกร่งในด้านภาพพจน์ความเชื่อมั่น และอีกหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลดีต่อการทำตลาด ดูเหมือนว่าจี๊ปกำลังเป็นผู้เก็บเกี่ยวผลิตผล แต่เพียงผู้เดียวเสียแล้ว

คงน่าเสียดายโอกาสไม่น้อยสำหรับออฟโรดจากญี่ปุ่นและยุโรป ที่กำลังจะพลาดท่าเพราะวิสัยทัศน์เท่านั้นเอง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย