Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2539
เขตปลอดไมโครซอฟท์             
 





อาจจะมีหลายคนในซิลลิคอน วัลเลย์ไม่ชอบขี้หน้าบิล เกตส์หลายคนค่อนแคะว่าเขารวยเกินไป บ้างก็ว่าเขามีอำนาจมากเกินไป อีกหลายคนไม่ชอบใจตรงที่เขาผูกขาดธุรกิจจนน่าเกลียด ทว่าคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ยังโอนอ่อนผ่อนตามเกตส์ในบางครั้ง

แต่มีผู้ชายอยู่คนหนึ่งในแถบนั้นที่ไม่มีวันก้มหัวให้เกตส์ ชื่อของเขาคือ สก็อตต์ แมคนีลลีย์ ประธานกรรมการซัน ไมโครซิสเต็มส์ความมุ่งมั่นของเขาคือ ไม่ขายเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ เขาประกาศเสียงดังฟังชัดว่า หัวเด็ดตีนขาดคอมพิวเตอร์ของซันก็จะไม่มีวันใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เอ็นทีของไมโครซอฟท์ แต่จะมีเพียงระบบปฏิบัติการยูนิกซ์เท่านั้น

นี่ถือเป็นการตัดสินใจที่ห้าวหาญในการสร้างบรรยากาศธุรกิจที่ปลอดจากซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์โดยสิ้นเชิงภายใต้แผนการดันให้ซันโดดเด่นกว่าใครๆ

ในตลาดเซิร์ฟเวอร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วนั้น ซันต้องแข่งขันกับฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี), ไอบีเอ็มและคอมแพค บริษัทเหล่านี้ขายเวิร์คสเตชั่น เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ระบบยูนิกซ์เช่นเดียวกับซัน จะต่างกันก็ตรงที่พวกเขาขายเครื่องที่ใช้วินโดวส์ เอ็นทีด้วย

“เสียใจนะครับถ้าอยากได้เครื่องเอ็นทีคุณก็ต้องไปหาเอชพีโน่น” แมคนีลลีย์มักจะบอกลูกค้าอย่างนี้เสมอ เขาบอกว่า “ก็เหมือนกับที่ไมโครซอฟท์ชอบพูดว่า ‘ถ้าจะหาอะไรที่ไม่ใช่วินโดวส์ก็เชิญที่อื่นเถอะ’ นั่นแหละ”

แต่ฐานะของซันกับไมโครซอฟท์ช่างต่างกันลิบลับ เพราะขณะที่ไมโครซอฟท์ผูกขาดตำแหน่งเจ้าตลาดซอฟต์แวร์ไว้เพียงผู้เดียว แต่ซันยังต้องฟาดฟันกับคู่แข่งอีกมาก ทว่าซันก็ยังยืนยันจะต่อต้านไมโครซอฟท์ให้ถึงที่สุด เจตนารมณ์นี้เป็นเสมือนลัทธิที่ครอบงำชาวซันทั้งหมด เอ็ดเวิร์ด แซนเดอร์หัวหน้าแผนกระบบของซัน ตะโกนก้องตามหลังผู้สื่อข่าวที่แวะมาขอสัมภาษณ์ว่า “เราจะไม่ขายเอ็นที” แถมแซนเดอร์ยังเยาะเอ็นทีว่าย่อมาจาก NO TECHNOLOGY ไม่ใช่ NEW TECHNOLOGY อย่างที่ไมโครซอฟท์นิยามไว้

ซันนั้นเป็นผู้พัฒนาเวิร์คสเตชั่นและเซิร์ฟเวอร์โดยใช้ชิปของตัวเอง และถือเป็นผู้นำในตลาดเวิร์คสเตชั่นระบบยูนิกซ์ที่เป็นที่นิยมในหมู่ยูสเซอร์มากกว่าระบบเอ็นทีเป็นไหนๆ เพราะเอ็นทีเวอร์ชั่นแรกๆทำงานแสนจะเชื่องช้าจึงไม่ได้รับความนิยมในหมู่คอร์เปอเรตยูสเซอร์

แต่มีหรือที่คนอย่างเกตส์จะยอมแพ้ เอ็นทีรุ่นใหม่ที่เพิ่งเผยโฉมได้ชื่อว่าเป็นระบบที่ดีเยี่ยม จนผู้ผลิตฐานข้อมูลอย่างออราเคิล ซึ่งก็เป็นศัตรูผู้หนึ่งของไมโครซอฟท์ยังต้องพัฒนาฐานข้อมูลที่รันกับเอ็นทีรุ่นล่าออกมา

ทั้งนี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ดาต้า คอร์ป (ไอดีซี) สำนักวิจัยทรงอิทธิพลในวงการคอมพิวเตอร์ ประเมินว่า ปีที่แล้วมีเซิร์ฟเวอร์ระบบเอ็นทีขายไปถึง 363,000 เครื่องหรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายระบบยูนิกซ์ขยับขึ้นเพียง 4.5 % มาอยู่ที่ 484,000 เครื่องเท่านั้น ไอดีซียังคาดการณ์ว่ายอดขายระบบเอ็นทีจะแซงหน้ายูนิกซ์ก่อนขึ้นปีใหม่ซึ่งเท่ากับว่าแม้ที่ผ่านมาซันจะประสบความสำเร็จถล่มทลายแต่กลับเป็นในวงแคบๆในตลาดเซิร์ฟเวอร์ซึ่งเป็นส่วนที่มีการเติบโตช้ามากเท่านั้น

ส่วนสาเหตุที่ระบบเอ็นทีขยายตัวผิดปกติเช่นนี้เนื่องมาจากเอ็นทีรันบนชิปอินเทลซึ่งราคาถูกกว่าระบบยูนิกซ์แต่ประสิทธิภาพการทำงานในโปรแกรมประยุกต์ทั่วๆไปตลอดจนถึงในฐานข้อมูลคิดแล้วพอๆกันเทียบราคาแล้ว เซิร์ฟเวอร์ระบบยูนิกซ์ของซันเริ่มต้นที่ 7,500 ดอลลาร์แต่ระบบเอ็นทีใช้ชิปอินเทลของเอชพีตกแค่ 4,260 ดอลลาร์ ยูนิกซ์จึงเป็นต่อเฉพาะในตลาดบนเท่านั้นซึ่งคิดเป็นเพียง 5-10% ของตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด

แทนที่จะรั้นดันระบบของตัวเองมาแข่งกันเอ็นที เอชพีกลับเลือกทำในทางตรงข้ามกับซัน “เราพอใจที่จะเสนอทางเลือกแก่ลูกค้าอย่างเต็มที่มากกว่าถ้าลูกค้าอยากได้ระบบยูนิกซ์ เราพร้อมเสมอหรือจะเป็นเอ็นที เราก็มีเหมือนกัน” เจมส์ แมคดอนเนล ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของเอชพีบอกเขายังแจกแจงต่อไปว่า ไม่เห็นจะต้องดื้อดึงเหมือนแอปเปิ้ลหรือว่าเดค (ดิจิตอบ อิควิปเมนท์ คอร์ป) ที่ไม่ยอมรับของคนอื่นเพราะคิดว่าระบบของตัวเอง (แมคอินทอช, วีเอ็มเอส) วิเศษสุดแล้วเลย

แต่สำหรับแมคนีลลีย์ไม่ใช่ “เขา (เอชพี) กำลังจะกลายเป็นดีลเลอร์ของอินเทลกับไมโครซอฟท์” แมคนีลลีย์ขบเล็กๆ “เราตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทำตัวเป็นดีลเลอร์ขายทั้งฟอร์ด, เชฟวี่แล้วก็โตโยต้า” เขาพาดพิงถึงอเมริกันมอเตอร์สที่พ่อของเขาเคยเป็นประธานกรรมการอยู่ “เราชอบความจริงที่ว่า เราเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา เราเป็นเจ้าของไมโครโปรเซสเซอร์และระบบปฏิบัติการของตัวเอง” แมคนีลลีย์ยังถือว่าโชคดีในการสนับสนุนระบบเปิด แถมดึงลูกค้ามาจากเดคได้เป็นกอบเป็นกำและตอนนี้เขาก็อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมแล้วเพราะธุรกิจในมือแข็งแกร่งไปเสียทุกอย่าง

แต่ก็ไม่วายมีผู้สังเกตการณ์บางคนทำนายทายทักว่า แมคนีลลีย์อาจต้องกลืนน้ำลายตัวเองหันมาสนับสนุนระบบเอ็นทีในไม่ช้า เพราะไม่ว่าซันจะยิ่งใหญ่เพียงไหนก็คงไม่อาจปฏิเสธกระแสเรียกร้องของลูกค้าได้ ฟังหูไว้หูแล้วกัน ของอย่างนี้ต้องรอดูกันต่อไป   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย