Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 กรกฎาคม 2548
เลแมนฯ จ้องซื้อสินทรัพย์แปซิฟิค "เสริมสิน" ชี้ขาด 20 วันยันโปร่งใส             
 


   
www resources

โฮมเพจ แนเชอรัล พาร์ค

   
search resources

เลแมน บราเดอร์ส
แนเชอรัล พาร์ค, บมจ.
แปซิฟิค แอสเซ็ทส์, บมจ.
เสริมสิน สมะลาภา
Real Estate
Hotels & Lodgings




แปซิฟิค แอสเซ็ทส์ฯ ทำข้อตกลงกับวาณิชธนกิจชื่อดังอย่าง เลแมน บราเดอร์สฯ ดิวซื้อขายทรัพย์ของแปซิฟิคฯ มูลค่า 3,220 ล้านบาท แจงยิบเงินจากการขายทรัพย์คืนหนี้แบงก์ลดฮวบ 50% ของมูลหนี้รวม ลงทุนบุกโรงแรมวิลล่าเกาะสมุย "เสริมสิน สมะลาภา" ยันทุกอย่างโปร่งใสและยุติธรรม ระบุทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ และกรรมการมีอิสระเต็มที่ไม่มีบทบาทซ้ำซ้อนกัน พร้อมเปิดกว้างให้ผู้ถือหุ้นชี้ขาดซื้อทรัพย์ โดยเอ็นพาร์คจะงดใช้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นใหญ่ 65% ในพีเอ เตือนสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มไม่ได้เร่งในเครือตุนเงินสดรับมือ และรอจังหวะชอปของถูก

นายอเล็กซ์ ที-เฮง โฮ รองประธานกรรมการ บริษัท แปซิฟิค แอสเซ็ทส์ จำกัด (มหาชน) (พีเอ) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการของบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการเสนอซื้อทรัพย์สินเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรม 3 แห่งของบริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) (เอ็นพาร์ค) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท และมีมติอนุมัติการขายทรัพย์สินของบริษัทให้แก่ผู้ลงทุนที่สนใจ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหาฯ บางส่วน รวมมูลค่า 3,220 ล้านบาท และบริษัทได้เปิดเผยมติดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 และ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมได้ชี้แจงเพิ่มกรณีผู้ลงทุนที่สนใจซื้อทรัพย์สินว่า

บริษัทได้เข้าทำบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น กับบริษัท เลแมน บราเดอร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด เกี่ยวกับการซื้อขายทรัพย์สินของบริษัท โดยบริษัท เลแมน บราเดอร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด อยู่ในฐานะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาผู้ซื้อ (Arranger) และอาจเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินเอง ด้วย ซึ่งในการเข้าทำบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นนี้ ได้มีการวางเงินประกันให้แก่บริษัท (เป็นบัญชี ESCROW) จำนวน 3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 120 ล้านบาท โดยบริษัท เลแมน บราเดอร์สฯ เป็นบริษัทลูกของ เลแมน บราเดอร์ส (Lehman Brothers) ซึ่งประกอบธุรกิจวาณิชธนกิจและเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่มีชื่อเสียงระดับโลก

ทั้งนี้ การขายทรัพย์สินของบริษัทกับการซื้อทรัพย์สินจากเอ็นพาร์คไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และการที่บริษัทสนใจที่จะซื้อทรัพย์สิน เนื่องบริษัทต้องการเน้นธุรกิจด้านโรงแรมเป็นหลัก และขึ้นเป็นผู้นำที่ชัดเจนในอุตสาหกรรมโรงแรมในประเทศไทย เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุม หลายจังหวัด ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงจังหวัดภูเก็ตและเกาะสมุย

"การซื้อทรัพย์สินจากเอ็นพาร์ค บริษัทน่าจะได้ราคาที่ดีและสามารถที่จะตอบสนองแนวนโยบายที่วางไว้ ซึ่งบริษัทไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อทรัพย์สินเฉพาะจากเอ็นพาร์คเท่านั้น หากมีทรัพย์สินอื่นที่มีคุณภาพที่ดี ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี บริษัทก็พร้อมเช่นกัน" นาย อเล็กซ์ กล่าว

ลดภาระหนี้เงินกู้กว่า 50%

นายอเล็กซ์กล่าวว่า ถ้าบริษัทได้ขายทรัพย์สินทั้ง 4 รายการ คือ พันธุ์ทิพย์ คอร์ท เอ็กเซ็กคิวทีฟ เรสซิเดนส์, อาคารวัน แปซิฟิค เพลสและอาคารทู แปซิฟิค เพลส, โรงแรม เลอ รอยัล เมอริเดียน บ้านตลิ่งงาม และ โรงแรม เลอ รอยัล เมอริเดียนภูเก็ต ยอช์ท คลับ เป็นเงินจำนวน 3,220 ล้านบาทแล้ว จะนำเงินสดที่ได้รับจากการขายบางส่วนไปชำระหนี้คืนกับสถาบันการเงินจำนวนประมาณ 1,300 ล้านบาท ทำให้ภาระหนี้สินโดยรวมของบริษัทฯ ลดลงอย่างมากประมาณ 50% ของภาระหนี้สินรวม และยังคงมีเงินสดจากการขายคงเหลือหลังการชำระหนี้อีกจำนวน 1,920 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะใช้ในการพัฒนาที่ดินเปล่าของบริษัทที่ ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นโครงการโรงแรมระดับ 5 ดาว ใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท และพัฒนาเป็นวิลล่าเพื่อขายใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาออกแบบโครงการ อีกส่วนหนึ่งจะใช้ในการขยายการลงทุนธุรกิจโรงแรมอื่นๆ อีก 400 ล้านบาท และเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทอีก 320 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดของทรัพย์จะแบ่งเป็น 1. สินทรัพย์ที่เป็นที่เช่า (Leasehold) ซึ่งได้แก่ อาคารวัน แปซิฟิค เพลส (ปัจจุบันเหลืออายุ สัญญาเช่าประมาณ 14 ปี), อาคารทู แปซิฟิค เพลส (ปัจจุบันเหลืออายุสัญญาเช่าประมาณ 14 ปี) และพันธุ์ทิพย์ คอร์ท เอ็กเซ็กคิวทีฟ เรสซิเดนส์ (ปัจจุบันเหลืออายุสัญญาเช่าประมาณ 16 ปี ) จะเป็นการขายเงินลงทุน

2. สินทรัพย์ที่เป็นที่ดินของบริษัท (Free-hold) ซึ่งได้แก่ โรงแรมเลอ รอยัล เมอริเดียน บ้านตลิ่งงาม และโรงแรมเลอ รอยัล เมอริเดียน ภูเก็ต ยอช์ท คลับ อาจเป็นการขายเงินลงทุนหรือขายเป็นสินทรัพย์ และหากเป็นกรณีขายเป็นสินทรัพย์ ผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีที่เกี่ยวข้อง

แจงโครงสร้างรายได้

ในส่วนของโครงสร้างรายได้ของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหาฯ ของบริษัทแปซิฟิคฯ ในไตรมาสแรกของปี48 มีรายได้รวม 239.004 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 93.460 ล้านบาท มีกำไรสุทธิรวมติดลบ 3.148 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2547 บริษัทมีรายได้รวม 1,060.568 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้นทั้งปี 428.336 ล้านบาท มีกำไรสุทธิรวม 20.877 ล้านบาท

ขณะที่รายได้จากทรัพย์สินที่จะขายเฉพาะตัวเลขไตรมาสแรกอยู่ที่ 207.537 ล้านบาท กำไรขั้นต้นจากทรัพย์สินที่จะขาย อยู่ที่ 80.213 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากทรัพย์สินที่จะขายอยู่ที่ 18.627 ล้านบาท ส่วนทั้งปี 2547 รายได้จากทรัพย์ที่จะขายอยู่ที่ 867.596 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 328.555 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวมจากทรัพย์สินที่จะขายอยู่ที่ 72.685 ล้านบาท ยันทุกอย่างโปร่งใส

นายเสริมสิน สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แนเชอรัลฯ กล่าวว่ากรณีที่บริษัท แปซิฟิคฯ เสนอซื้อทรัพย์สินเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรม 3 แห่งของเอ็นพาร์คว่า มีนักลงทุนเฝ้ามองและสงสัยขั้นตอนการซื้อทรัพย์และการขายของบริษัทพีเอจะยุติธรรมมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องขอย้ำว่าทุกอย่างมีความโปร่งใส กล่าวคือ ในขั้นแรกคณะกรรมการของทั้งสองบริษัท ไม่ได้มีบทบาทและซ้ำซ้อนกันในแต่ละบริษัท ซึ่งเรื่องดังกล่าวถูกกำหนดเป็นนโยบายตั้งแต่เริ่มแรก จะเรียกว่าคณะกรรมการทุกคนมีอิสระต่างคนต่างคิด เพื่อหาแนวทางผลักดันผลประโยชน์สูงสุดให้กับองค์กร

ขั้นที่สอง ได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบ เพื่อหาข้อสรุปเสนอต่อบริษัททั้งสองแห่ง คือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นครหลวงไทย จำกัด จะเป็นส่วนที่บริษัทพีเอแต่งตั้งขึ้น และบล.กรุงศรีอยุธยาฯทางเอ็นพาร์คเป็นผู้แต่งตั้ง โดยในส่วนของ บริษัทได้กำหนดให้ที่ปรึกษาสรุปแผนทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการของบริษัทภายใน 20 วัน คาดว่าประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้จะทราบแนวทางและรายละเอียด รวมถึงจะเรียกประชุมคณะกรรมการให้ได้ภายในวันเดียวกัน เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการขายทรัพย์ ขณะเดียวกันการเจรจาครั้งนี้ จะมีผลต่อแนวธุรกิจของบริษัท ซึ่งหากต้องขาย ก็จะว่าในเรื่องแผนธุรกิจของกลุ่มเอ็นพาร์คใหม่ ทุกอย่างจะเห็นภาพที่ชัดเจนภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้

ขั้นสุดท้าย จะให้อิสระในแง่ของผู้ถือหุ้นในกรณีที่บริษัทพีเอจะซื้อทรัพย์ โดยจะให้สิทธิ์รายย่อยที่มีสัดส่วนประมาณ 35% เป็นผู้โหวต ขณะที่บริษัทจะไม่ใช้สิทธิ์ในฐานะที่ถือหุ้นใหญ่ 65% ในการโหวต "

เราขอบอกว่าเอ็นพาร์คไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง แต่เรามองในเชิงกลยุทธ์ และสมมติถ้าต้องขายโรงแรมให้กับพีเอ เอ็นพาร์คก็จะมุ่งในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่แปซิฟิคจะเน้นธุรกิจโรงแรม ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยพูดมาระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม คอนเซ็ปต์การขายทรัพย์โดยปกติ หากขายให้กับภายนอกแล้วเราต้องขายให้ได้กำไร แต่กรณีนี้เราไม่ได้มุ่งหวังกำไร ทางพีเอขอซื้อในราคามูลค่าตามบัญชี (Book Value) ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 1,133 ล้านบาท" นายเสริมสินกล่าวและย้ำว่า

หากขายสินทรัพย์ไปแล้ว ใช่ว่าเอ็นพาร์คฯ จะเสียประโยชน์ เนื่องจากบริษัทฯ ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หากแปซิฟิคมีความแข็งแกร่ง และรายได้ที่ดี บริษัทยังจะได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนการถือหุ้นด้วย

กรุ๊ปเอ็นพาร์คเร่งสะสมเงินสดช่วงศก.ขาลง-รอช้อปของถูก

นายเสริมสินกล่าวถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่า ตอนนี้ทุกๆ คนกังวลเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งจะกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้น และต่อเนื่องถึงต้นทุนในด้านต่างๆ ที่สูงตามไปด้วย ขณะที่ภาครัฐบาลพยายามดูแลทุกๆ คน ตรงนี้ต้องขอชื่นชม แต่ก็ยอมรับว่าตลาดอสังหาฯ ในเอเชียเริ่มไม่ดี ทำให้ทุกคนต้องเตรียมความพร้อม

"ถ้ามีแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น กำลังซื้อของคนชะลอหรือลดลง ก็จะเห็นภาพคนตุนเงินสด ซึ่งกลุ่มของเอ็นพาร์คก็เริ่มเก็บเงินสดไว้แล้ว แต่ละบริษัทดำเนินการไป อย่างก่อนหน้านี้บริษัทแสนสิริได้ขายโรงแรมโซฟิเทล สีลม เพราะเราเห็นสัญญาณ 2 ปีข้างหน้า จะมีของถูกให้ช้อป เปรียบเสมือนเวลาจะยิงช้างตัวใหญ่ แต่ปืนที่ใช้ยิงบรรจุกระสุนได้น้อย ก็เสียโอกาส ต้องหาปืนที่สามารถบรรจุกระสุนได้ใหญ่และมากๆ ถึงจะยิงช้างล้มได้ เช่นเดียวกัน ทรัพย์ดีๆ มาเร็วและไปเร็ว หากเราไม่เตรียมพร้อมแล้วไปลงเงินในตอนนั้นคงไม่ทันการณ์แน่" นายเสริมสินกล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย