Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2537








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2537
ระบบขนส่งมวลชนกทม. ฝันลมๆ แล้งๆ             
 





ในที่สุดความหวังของคนกรุงเทพฯที่จะมีระบบขนส่งมวลชนมาช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรที่ดับสนิท

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2537 เรื่องแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครในทางปฏิบัติแล้วก็คือ การล้มกระดานโดยรัฐบาล ไม่ให้โครงการรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดินได้ผุดได้เกิด อย่างน้อยก็ในช่วงอายุของรัฐบาลนี้

มติ ครม. ที่ให้โครงการในอนาคตและโครงการที่มีอยู่แล้วต้องลงใต้ดิน ในเขตพื้นที่ชั้นใน 25 ตารางกิโลเมตรของกรุงเทพฯ ทำให้โครงการรถไฟฟ้ากรุงเทพมหานครที่บริษัท ธนายงเป็นผู้รับสัมปทาน โครงการทางรถไฟยกระดับของโฮปเวลล์ และโครงการรถไฟลอยฟ้าขององค์การรถไฟฟ้ามหานครคือ รฟม. ที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญากับบางกอกแลนด์ต้องเปลี่ยนเส้นทางลงใต้ดิน เฉลี่ยแล้ว 50% ของเส้นทางเดิมในแต่ละโครงการ

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงการจากบนดินนามลงใต้ดินนั้นไม่ง่ายเหมือนการกำหนดมติ ครม. เพราะ จะต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในทางวิศวกรรมและ ทางการเงินทั้ง 3 โครงการดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมากว่าจะดำเนินการได้ในแต่ละขั้นตอน ต้องเสียเวลาไปมากแล้ว พอถึงเวลาที่จะลงมือทำกันจริงๆ ก็ต้องโดนเบรคจาก "แผนแม่บท"

เป็นเรื่องตลกที่หัวเราะไม่ออก ที่แผนแม่บทอันควรจะเป็นกรอบของโครงการทั้งหมด กลับออกมาจากหลังที่แต่ละโครงการได้เดินหน้ากันไปพอสมควรแล้ว ฟ้องกันชัดๆ ถึงความพิกลพิการในทางโครงสร้างการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ

แผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนนี้ เริ่มดำเนินมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ มอบหมายให้การทางพิเศษว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชน

ผลการศึกษาซึ่งมาเสร็จในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์มีข้อสรุปว่าให้สร้างทั้งระบบลอยฟ้าและระบบใต้ดิน ระยะทางรวม 62 กิโลเมตร โดยเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณราว 20,000 ล้านบาท แต่นายบุญชู โรจนเสถียรซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีตอนนั้นคัดค้านแผนแม่บทนี้ ด้วยเหตุผลว่ารัฐบาลไม่มีเงิน ควรจะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน

ต่อมารัฐบาล นายอานันท์ ปันยารชุนได้เลิกล้มโครงการรถลอยฟ้าที่ตกลงกันว่าจะให้บริษัทลาวาลิน เป็นผู้สร้าง แล้วจัดตั้ง รฟม. ขึ้นมาดำเนินการเกี่ยวกับแผนแม่บทโครงการระบบขนส่งมวลชน แต่เมื่อมาถึง รัฐบาลชวน หลีกภัย กลับมีมติให้งานเกี่ยวกับแผนแม่บทอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกที่มีนายบุญชูเป็นประธาน

ในระหว่างนี้ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมต่างก็เดินหน้าคิดโครงการของตัวเองออกมาตามไอเดียของนักการเมืองที่เป็นเจ้ากระทรวง โครงการของโฮปเวลล์ขึ้นกับกระทรวงคมนาคมซึ่งมีพลเอก- วินัย สมพงษ์ จากพรรคพลังธรรมเป็นรัฐมนตรี โครงการของ รฟม. มีนายสุรศักดิ์ เทียมประเสริฐ พรรคความหวังใหม่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดูแลอยู่ ส่วนรถไฟฟ้า กทม. เป็นของกรุงเทพมหานครที่พรรคพลังธรรมเป็นผู้บริหาร

ทุกฝ่ายต่างก็รู้ว่า ปัญหานั้นมีอยู่ทั้งในเรื่องของความซับซ้อน ความเหมาะสมของเส้นทาง รูปแบบของโครงการ ผลกระทบที่จะตามมา ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ โครงการรถไฟฟ้า รฟม. ที่จะเซ็นสัญญากับบางกอก-แลนด์ ซึ่งมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งแวดล้อม การจราจร ตลอดจนถึงประเด็นที่ว่า สร้างเสร็จแล้วจะแก้ปัญหาการจราจรได้จริงหรือไม่ก็ยังเป็นที่น่าสงสัย แต่ก็ยังดึงดันผลักดันกันต่อไป

การเปลี่ยนแปลงเส้นทางลงใต้ดินทำให้ต้นทุนของแต่ละโครงการรวมๆ กันแล้วสูงขึ้น 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลและคู่สัญญาฝ่ายเอกชนยังจะต้องศึกษาหารือกันอีกว่า จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้นอย่างไร รับรองว่ากว่าจะพูดกันรู้เรื่อง รัฐบาลคงจะเปลี่ยนไปแล้วหลายชุด และป่านนี้ อนันต์ และคีรี- กาญจนพาสน์รวมทั้งกอร์ดอน วู คงมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ไม่ต้องรีบร้อนสำหรับโครงการขนส่งมวลชนกทม. ในขั้นตอนต่อไป เพราะถึงวันนี้ ไม่มีใครรอและไม่มีใครหวังว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นจริงอีกแล้ว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย