Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 สิงหาคม 2548
ซีเอสแอลเล็งขอไลเซนส์ประเภทที่ 3พร้อมลงทุน200ล.หากกทช.ไฟเขียว             
 


   
www resources

โฮมเพจ ซีเอส ล็อกซอินโฟ
โฮมเพจ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

   
search resources

ซีเอส ล็อกซอินโฟ, บมจ.- CSL
สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
Telecommunications




ซีเอสแอลประกาศความพร้อมในการลงทุนประเภทที่มีโครงข่ายเอง (ประเภทที่ 3) หากกทช.ปล่อยไลเซนส์ โดยมีแผนจะลงทุนประมาณปลายปีนี้ 200 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลประ-กอบการไตรมาส 2 โตอีก 5% ส่วนชินแซทฯมั่นใจหลังยิงไอพีสตาร์สามารถคืนทุนได้ ส่วนผลประ-กอบการไตรมาส 2 มีรายได้จากการขายและบริการ 1,624 ล้านบาท

นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.เอส. ล็อกซอินโฟ (ซีเอสแอล) เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังว่า ขณะนี้ซีเอสแอลได้ขอใบอนุญาต (ไลเซนส์) ประเภทที่ 1 (ไม่มีโครงข่าย) กับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ไปแล้ว และมีแผนจะขอประเภทที่ 2 (มีหรือไม่มีโครงข่าย) และประเภท ที่ 3 (มีโครงข่าย) จากกทช. เพื่อเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เนชันแนล เกตเวย์, ผู้ให้บริการลีสไลน์ และผู้ให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีเอดีเอสแอล โดยจะใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้หาก กทช. เปิดให้ไลเซนส์สำหรับเอกชน

ส่วนผลประกอบการช่วงไตร-มาส 2 รอบปี 2548 ซีเอสแอลมีราย ได้รวม 520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท หรือ 5% จากไตรมาสแรกปีนี้ เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของรายได้จากทั้ง 2 กลุ่มธุรกิจคือ สื่อโฆษณาผ่านสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์หรือสมุดหน้าเหลือง และจากธุรกิจอินเทอร์เน็ต

การดำเนินงานในรอบไตร-มาสนี้ซีเอสแอลมีกำไรสุทธิ 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากไตรมาสแรก โดยกำไรดังกล่าวมาจากสมุดหน้าเหลือง 41 ล้านบาท ธุรกิจอิน- เทอร์เน็ต 8 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการของธุรกิจสื่อโฆษณาดีขึ้น เพราะมีการรวมเล่มรวมเขตของสมุดหน้าเหลืองและแคมเปญโฆษณาในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการ เติบโตของบริการอินเทอร์เน็ตในกลุ่มลูกค้าองค์กรและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ ปัจจุบันซีเอสแอลมีเงินสดพร้อมลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท ชินแซทฯไอพีสตาร์เสร็จเตรียมส่ง ไทยคม 5 ต่อ

นายธนฑิต เจริญจันทร์ ผู้ช่วย กรรมการผู้จัดการส่วนงานการเงินและบัญชี บริษัท ชินแซทเทลไลท์ ผู้ดำเนินธุรกิจดาวเทียมสื่อสารไทยคม กล่าวถึงผลการดำเนินงาน ในช่วงไตรมาส 2 รอบปี 2548 ว่า ชินแซทฯมีรายได้จากการขายและบริการทั้งหมด 1,624 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 582 ล้านบาท มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 35 ล้านบาท มีรายได้จากบริการวงจรดาวเทียมและบริการไอพีสตาร์ 1,135 ล้านบาท รายได้จากบริการไอพีสตาร์เพิ่มขึ้น 837.7% จาก 57 ล้านบาทในไตรมาส 2 ของปี 2547 เป็นเงิน 535 ล้านบาท

สำหรับไตรมาส 2 ปีนี้ ชินแซทฯ ขายอุปกรณ์ปลายทางไอพีสตาร์ได้ 8,136 ตัว ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดตั้งแต่เริ่มให้บริการไอพีสตาร์ ซึ่งตรงนี้เป็นความเชื่อมั่นของลูกค้าและศักยภาพของดาวเทียมไอพีสตาร์ที่จะส่งขึ้นสู่วงโคจรในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ และมีรายได้ในส่วนของบริการอินเทอร์เน็ตเป็นเงิน 15 ล้านบาท

ส่วนรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ในประเทศลาว และกัมพูชาช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ เพิ่มขึ้น 28.2% คิดเป็นมูลค่า 474 ล้านบาท จาก 370 ล้านบาท ในช่วงระยะเดียว กันของปีที่ผ่านมา ช่วงไตรมาสนี้ชินแซทฯได้มีการเซ็นสัญญากับอัลคาเทล เพื่อให้เป็นผู้ดำเนินการสร้างดาวเทียมไทยคม 5 เพื่อให้บริการโทรทัศน์ความละเอียดสูง (เอชดีทีวี) โดยชินแซทฯได้บันทึกรายได้ค่าสินไหมทดแทนช่องสัญญาณที่ไม่สามารถให้บริการได้ของไทยคม 3 เป็นเงิน 1,083 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดสร้างดาวเทียม ไทยคม 5 และบันทึกค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ของดาวเทียมไทยคม 3 เป็นเงิน 300 ล้านบาท

สำหรับไทยคม 5 ชินแซทฯลงทุนประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแผนจะส่งขึ้นสู่วงโคจรในเดือนเมษายน 2549 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถหรือคาปาซิตี้ของไทยคม 1, 2 และ 3

ส่วนไอพีสตาร์ขณะนี้มีผู้เช่าช่องสัญญาณแล้วประมาณ 10% ของคาปาซิตี้ทั้งหมดโดยมีผู้เช่าคือ ทีโอที, วีทีไอจากเวียดนาม และกระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนา-คมของพม่า และอยู่ระหว่างการเจรจากับจีนอีก 25% อินเดีย 15% ทั้งนี้ มีการส่งไอพีสตาร์ขึ้นสู่วงโคจรเสร็จจะสามารถเซ็นสัญญาได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ หากมีการเซ็นสัญญาได้ ถึง 50% ของคาปาซิตี้ จะทำให้ไอพี สตาร์มีรายได้มากกว่ารายได้รวมของชินแซทฯ และจะทำให้สามาถคืนทุนได้ เนื่องจากชินแซทฯตั้งเป้าไว้ว่า หากมีผู้ใช้ถึง 25% ของคาปาซิตี้ทั้งหมดจะทำให้คืนทุนจากที่ลงไปกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐได้

ด้านรายได้คาดว่าไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ จะเริ่มมีรายได้เข้ามา และจะเห็นชัดเจนขึ้นในปี 2549   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย