Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน17 สิงหาคม 2548
3 ยักษ์วงการอาหารลงขัน 240 ล้าน เปิดบริษัทกลางผลิตเครื่องปรุงรสลั่น 5 ปีขึ้นเบอร์สอง             
 


   
www resources

โฮมเพจ อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย)
โฮมเพจ บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด

   
search resources

อายิโนะโมะโต๊ะเซลส์ (ประเทศไทย), บจก.
Food and Beverage
อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย), บจก.
ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร, บจก.
ยามาโมริ
เอ คิว วาย ประเทศไทย, บจก.




สามบริษัทยักษ์ใหญ่วงการอาหาร "อายิโนะโมะโต๊ะ-ไฮคิวฯ-ยามาโมริ" ผนึกกำลังทุ่ม 240 ล้านบาท ร่วมทุนผุด "เอ คิว วาย" บริษัทกลางผลิตเครื่องปรุงรส หวังช่วยลดต้นทุน "โรซ่า" ประเดิมแตกไลน์ซีอิ๊วชิงเค้ก 2,000 ล้านบาท หมายตา 5 ปีผงาดขึ้นเป็นเบอร์สอง สิ้นปีกวาดรายได้รวม 2,000 ล้านบาท ส่วน "อายิฯ" เตรียมดีเดย์เปิดตัวซอสญี่ปุ่น "ทาคูมิ-อายิ" 17 ส.ค.48 นี้

นายสุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปลากระป๋องและซอสพริก-มะเขือเทศตราโรซ่า เปิดเผยว่า บริษัท ได้ร่วมทุนกับ 2 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และบริษัทยามาโมริ 19% และของบริษัทไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร 30% จัดตั้งบริษัท เอ คิว วาย ประเทศไทย จำกัด ทุนจดทะเบียน 240 ล้านบาท โดยการร่วมทุนดังกล่าวเพื่อให้บริษัทเอ คิว วาย เป็นบริษัทกลางในการผลิตซอสปรุงรสประเภทต่างๆ ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของทั้งสามบริษัทด้วย

สำหรับเป้าหมายของการร่วมทุนในครั้งนี้ของบริษัทไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่ต้องการขยายไลน์ สินค้าไปสู่กลุ่มซอสปรุงรสในเชิงรุกมากขึ้น เนื่องจากรายได้หลักของบริษัทจะมาจากปลากระป๋องเป็นหลักถึง 80% ส่วนซอสพริกและมะเขือเทศเพียง 20% อีกทั้งแนวโน้มตลาดซอสปรุงรสมูลค่า 1,500 ล้านบาท เป็นตลาดที่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตสูง โดยปีนี้คาดว่าตลาดจะโต 5-10% ส่วนตลาดน้ำมันหอย มูลค่า 1,500-2,000 ล้านบาท โต 15%

ล่าสุดบริษัทเปิดตัว "ซีอิ๊วสูตร 1" แบรนด์โรซ่า ภายใต้แนวคิดคุณค่าจากธรรมชาติ ลงสู่ตลาดในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนในปีหน้าบริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่มซอสปรุงรสประเภทอื่นๆ หรือกลุ่มน้ำมันหอยลงสู่ตลาด ขณะที่ทางด้านบริษัทร่วมทุนอีกบริษัทหนึ่ง อย่างบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ ในวันนี้ (17 ส.ค.48) ได้เปิดตัว "ทาคูมิ-อายิ" ซอสญี่ปุ่นปรุงสำเร็จเช่นกัน ทั้งนี้เหตุผลที่ทำให้ทั้งสองบริษัทหันมารุกตลาดซอสปรุงรสมากขึ้น เนื่องจากกระแสสุขภาพที่มาแรง ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคของคนไทยหันมาบริโภคอาหารที่ทำจากธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดเครื่องปรุงรสเติบโตเพิ่มขึ้นอีกมาก

"ในอนาคตตลาดเครื่องปรุงรสทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์จะเหลือผู้เล่นรายหลักเพียง 2 รายเท่านั้น คือ ผู้นำตลาด และอันดับสองของตลาด ส่วนอันดับสามจะเป็นสินค้าเฮาส์แบรนด์ ทำให้หลังจากบริษัทเปิดตัวซีอิ๊วโรซ่าลงสู่ตลาดจะต้องทำตลาดเชิงรุก โดยวางเป้าหมายภายใน 3 ปีแรกมีส่วนแบ่ง 5-7% และภายใน 5 ปีขึ้นเป็นอันดับสองมีส่วนแบ่ง 10-12% จากปัจจุบันอันดับสองเป็น ภูเขาทอง และง่วนเชียง มีส่วนแบ่ง 10% ส่วนผู้นำตลาดเป็นหยั่นหว่อหยุ่น ครองส่วนแบ่ง 70%"

นายสุวิทย์ กล่าวว่า แผนการทำตลาดกลุ่ม ปลากระป๋องและซอสพริก-มะเขือเทศ บริษัทจะ มุ่งเน้นภายใต้แนวคิดคุณค่าจากธรรมชาติ หลัง จากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้รีโพซิชันนิ่งแบรนด์มาสู่สินค้าเพื่อสุขภาพ เน้นการผลิตจากธรรมชาติ โดยทั้งปีนี้บริษัทใช้งบการตลาด 50 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกใช้ไปแล้ว 25 ล้านบาท สำหรับการเปิดตัวโรซ่า บิ๊กแมก ล่าสุดบริษัทได้จัดงานเปิดตัวหนังสือเมนูสู่หุ่นสวย โดยร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตอกย้ำโพซิชันนิ่งของโรซ่า

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดปลากระป๋อง บริษัทจะเน้นกลุ่มปลาแมกเคอเรล ซึ่งเป็นเซกเมนต์ระดับพรีเมียมเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ อีกทั้งยังเป็นตลาดที่เล็กและมีโอกาสที่จะเติบโตสูง ส่วนกลุ่มปลาซาร์ดีน เป็นตลาดที่มีการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างรุนแรง ส่วนการทำตลาดกลุ่มซอสพริก-มะเขือเทศโรซ่า จะเน้นโปรโมตกลุ่มสินค้าที่บริษัทเพิ่งเปิดตัวลงสู่ตลาดไป ได้แก่ ซอสมะเขือเทศผสมแครอท ฯลฯ

แนวโน้มตลาดปลากระป๋องมูลค่า 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ปลาซาร์ดีน 2,400 ล้านบาท ปลาทูน่า 450 ล้านบาท และปลาแมกเคอเรล 150 ล้านบาท ในปีนี้ตลาดโดยรวมจะมีอัตราการเติบโต 20% โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งในกลุ่มปลาซาร์ดีน 30% ปลาทูน่า 15% และปลาแมกเคอเรล 20% โดยผลประกอบการในครึ่งปีแรกเติบโต 20% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนทั้งปีนี้ตั้งเป้ามีรายได้ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ภายในประเทศ 1,500 ล้านบาท และส่งออก 500 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย