Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน29 สิงหาคม 2545
ฟิทช์ฯเพิ่มอันดับ2แบงก์เล็ก เอกชน5แห่งมีอนาคต             
 


   
search resources

ฟิตช์ อิบคา
Banking




ฟิทช์ อิบ คาจัดอันดับธนาคารพาณิชย์ไทย เพิ่มอันดับความแข็งแกร่ง "ดีบีเอสไทยทนุ-เอเชีย" ส่วนนครหลวงไทยขึ้นมาเท่าแบงก์ใหญ่ ยก 5 แบงก์เอกชนผลประกอบการดีขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่แบงก์กรุงศรีอยุธยา ทหารไทยมีฐานะทางการเงินที่อ่อนแอกว่าแบงก์อื่น อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมแบงก์พาณิชย์ทั้งระบบยังต้องใช้เวลาพัฒนาคุณภาพของสินทรัพย์อีกระยะจึงจะกลับไปสู่ความมั่งคั่งในอดีต

บริษัทจัดอันดับเครดิต ฟิทช์ อิบ คา ยังคงพิจารณาอันดับเครดิต ระดับสากลระยะยาวของธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกสิกรไทย (TFB) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารทหารไทย (TMB) และธนาคารเอเชีย (BOA) ไว้ที่ระดับเดิม

โดยฟิทช์ได้เพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ (DTDB) เพิ่มเป็น C/D จาก D และธนาคารนครหลวง ไทย (SCIB) เพิ่มเป็น D/E จาก E ขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มอันดับเครดิต ภายในประเทศระยะสั้นของธนาคาร กสิกรไทย เพิ่มเป็น F1+(tha) จาก F1(tha) โดยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของความคล่องตัวทางการเงินของธนาคาร และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารเอเชียไว้ที่ระดับเดิม

ส่วนธนาคารดีบีเอสไทยทนุ กลายเป็นธนาคารที่ได้รับประโยชน์ จากการที่ใช้วิธีที่เข้มงวดและรวบรัดมากขึ้น ทั้งในการเพิ่มทุนการ กำจัดหนี้เสีย และการปรับโครงสร้าง การดำเนินงาน การจำหน่ายหนี้เสีย ส่วนที่เหลือและมาตรการในการลดค่าใช้จ่ายของธนาคารที่ทำใน ปี 2543 นั้น ทำให้ฐานะทางการเงิน ของธนาคารแข็งแกร่งขึ้นรวมทั้งยังส่งผลให้ผลประกอบดีขึ้น

การเพิ่มระดับความแข็งแกร่ง ทางการเงินของธนาคารเอเชียจาก D/E เป็น D ในช่วงเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความสำเร็จใน การเพิ่มทุนของธนาคาร ซึ่งทำให้ฐานะการเงินของธนาคารนั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีสาระสำคัญ และทำให้มีเงินทุนเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตในอนาคต

อันดับความแข็งแกร่งทาง การเงินที่มีการเปลี่ยนแปลง เป็น การวิเคราะห์ถึงสถานะทางการเงินของธนาคารเป็นหลัก โดยไม่ได้นำ ปัจจัยช่วยเหลือจากรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องในการวิเคราะห์ ซึ่งอันดับ ที่ฟิทช์ให้กับธนาคารไทยนั้นยังคงอยู่ในช่วงระดับที่ต่ำ เมื่อเทียบกับ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของฟิทช์ที่มีอยู่ตั้งแต่ระดับ A จนถึง ระดับ E

แม้ว่าฟิทช์จะตระหนักถึงความคืบหน้าทางการปฏิรูปที่ดีขึ้น ที่ธนาคารไทยได้ทำในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา แต่จำนวนหนี้เสียที่ยังอยู่เมื่อรวมกับหนี้ ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ยังคงอยู่ในประมาณครึ่งหนึ่งของบัญชีงบดุลของธนาคาร ซึ่งก็หมายถึงว่าการ ที่จะทำให้คุณภาพของสินทรัพย์นั้นกลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิมนั้นต้องใช้เวลาอีกหลายปี

อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าธนาคารดีบีเอสไทยทนุ ธนาคารเอเชีย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นกลุ่มธนาคารเอกชนห้าแห่งที่มีความแข็งแกร่งทางการเงินสูง เมื่อเทียบกับธนาคารอื่นๆในประเทศ จะเป็นกลุ่มธนาคารที่จะแสดงผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงสองถึงสามปีข้างหน้า แต่ผลประกอบการที่คาดว่าจะดีขึ้นนั้น ยังคงขึ้นอยู่กับการฟื้นฟูของเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม และความคืบหน้าในการปรับปรุงโครงสร้างของระบบธนาคาร

อันดับเครดิตระดับสากลระยะยาวของธนาคารที่ใหญ่ที่สุด 4 แห่ง คือธนาคารกรุงเทพ ธนาคาร กรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งอยู่บนความ แข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร และความสำคัญของธนาคารต่อระบบเศรษฐกิจของไทย รวมถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

ตราบใดที่ความแข็งแกร่งทาง การเงินของธนาคารเหล่านี้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และระดับความเป็นไปได้ที่ธนาคารจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรวมถึงอันดับเครดิตของประเทศไทยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอันดับเครดิต ของธนาคารเหล่านี้มีแนวโน้มว่า จะคงอยู่ในระดับเดิม

ส่วนอันดับเครดิตของธนาคาร ทหารไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่ต่ำกว่าอันดับเครดิตของ ธนาคารข้างต้น เป็นเพราะฐานะทางการเงินที่อ่อนแอกว่า รวม ถึงขนาดของธนาคารที่เล็กกว่า ทำให้ธนาคารมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและระดับความเป็นไปได้ ที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลที่ต่ำกว่าธนาคารขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่ง

เช่นเดียวกับการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้นของธนาคารกรุงไทยในปี 2543 ที่สภาพการณ์ของธนาคาร นครหลวงไทยได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา หลังจากที่ ธนาคารทั้งสองได้ทำการโอนหนี้เสียเกือบทั้งหมดที่มีไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลแล้ว แต่ธนาคารทั้ง 2 แห่ง ยังคงต้องผ่านขั้นตอนในการพัฒนาปรับโครงสร้างการบริหารองค์กร เพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จ ในการดำเนินงานทางธุรกิจต่อไป

การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของธนาคารกรุงไทยในช่วงปีที่ผ่านมา ที่เน้นการให้สินเชื่อเพื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในด้านคุณภาพของสินทรัพย์ที่อาจมีปัญหาในอนาคต รวมถึงผลกระทบต่อผล กำไรของธนาคารเอกชนอื่นๆ

หลังจากการควบรวมกิจการของธนาคารศรีนครและธนาคารนครหลวงไทย อันดับเครดิตของ ธนาคารศรีนครได้ถูกยกเลิกไป การควบรวมกิจการของธนาคารนครหลวงไทยและธนาคารศรีนครนั้น เป็นก้าวที่พัฒนาไปในทางที่ดี ประกอบกับรัฐบาลไทยมีแผนที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารกรุงไทยและธนาคารนครหลวงไทย ลงภายในปี 2546 แต่ตราบใดที่ภาค รัฐยังคงมีสัดส่วนการถือครองหุ้นที่สูงในธนาคารอยู่ ผลประกอบการ ของธนาคารก็น่าจะยังคงได้รับผลกระทบอยู่อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้แสดงเจต-จำนงว่า อาจมีการเปลี่ยนแปลงระบบรับประกันเงินฝากในขณะนี้ไปเป็นรับประกันแบบจำกัดวงเงินในปีหน้า และอาจจะยกเลิกการ รับประกันการชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้โดย กองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงินที่ได้ทำในปี 2540 ซึ่งการยกเลิกการประกันนี้เป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาไปใน ทางที่ดี ที่จะช่วยฟื้นฟูให้ระบบการทำงานของธนาคารให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น

การประกันเงินฝากโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินนั้นเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่ช่วยยับยั้งปัญหาการถอนเงินฝาก แต่มาตรการ นี้ไม่ได้ให้ความคุ้มครองแก่เจ้าหนี้ทั้งหมดของธนาคาร ดังจะเห็นได้จากการที่เจ้าหนี้แบบด้อยสิทธิได้รับความเสียหายจากการที่ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ ถูกปิดลง

ในความคิดเห็นของฟิทช์ ยกเว้นธนาคารบางแห่งที่มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจ การสนับสนุนของ รัฐบาลในอนาคต แม้กระทั่งต่อ เจ้าหนี้ไม่ด้อยสิทธิก็ยังมีความ ไม่แน่นอน เนื่องจากระดับหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นอย่างมากหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ การยกเลิกการประกันโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา

ระบบสถาบันการเงินนั้นไม่น่าจะมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตของธนาคารที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน แต่อาจมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตของธนาคารที่มีสถานะทางการเงินที่อ่อนแอกว่า

ในขณะที่จำนวนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้โดยเฉลี่ย ได้ลดลงมา อยู่ที่ประมาณ 20% ของจำนวนหนี้ทั้งหมด มีหนี้จำนวนมากที่ได้รับ การปรับโครงสร้างหนี้แล้วได้รับการจัดชั้นใหม่ให้เป็นหนี้ปกติ

โดยวิธีการในการปรับโครง สร้างหนี้ ทำโดยการยืดเวลาการชำระหนี้ออกไป ทำให้หนี้เหล่านี้มี ความเสี่ยงสูงต่อการกลับมาเป็นหนี้ เสียใหม่ได้ ถ้าสภาวะเศรษฐกิจมีการถดถอยหรืออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น หนี้เสียที่เกิดขึ้นใหม่และการกลับมาของหนี้เสียที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว อาจส่งผล ให้ผลประกอบการของธนาคารปรับตัวดีขึ้นช้ากว่าที่ควร

ธนาคารที่มีความแข็งแกร่งกว่าซึ่งรวมถึงธนาคารดีบีเอสไทยทนุ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารเอเชีย ได้เพิ่มสัดส่วน เงินสำรองขึ้นมากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จนสัดส่วนมาอยู่ที่ระดับประมาณ 50% ของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งหมด ซึ่งระดับเงินสำรองนี้น่าจะเพียงพอแต่ความเสี่ยงนั้นก็ยังคง มีอยู่

โดยเฉพาะเมื่อธนาคารมีสัดส่วนของทุนสามัญในระดับที่ต่ำ และมีสัดส่วนหนี้ที่ปรับโครงสร้างอยู่ ในระดับสูง ซึ่งทำให้สัดส่วนเงิน สำรองต่อหนี้ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวมกับหนี้ที่ได้รับการปรับโครงสร้าง หนี้แล้ว อยู่ในระดับต่ำ ระดับเงิน สำรองที่ต่ำของธนาคารที่อ่อนแอบาง แห่ง ซึ่งอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของ ธนาคารอื่นๆ ในประเทศไทยนั้น ทำ ให้ธนาคารที่อ่อนแอมีความเสี่ยงใน ส่วนของผลประกอบการ ว่าอาจ จะอยู่ในระดับที่อ่อนแอเป็นเวลานานขึ้น เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อยังคงอยู่ในระดับต่ำ

สิ่งที่ทำให้ผลประกอบการของ ธนาคารดีขึ้น มาจากการลดลงอย่าง มากของต้นทุนทางการเงิน และการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารเอเชีย และธนาคารดีบีเอสไทยทนุ เป็นกลุ่ม ธนาคารที่ผลประกอบการส่งสัญญาณการฟื้นตัว บนพื้นฐานของ การเติบโตของสินเชื่อเพื่อลูกค้ารายย่อย แต่ระดับการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคธุรกิจปัจจุบันก็ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และอาจ เป็นปัจจัยลบที่ทำให้การฟื้นตัวของรายได้ แม้กระทั่งธนาคารที่มีความ แข็งแรงกว่า เป็นไปอย่างไม่เร็วเท่าที่ควร

ธนาคารที่ได้รับผลจากการประกาศอันดับเครดิตครั้งนี้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ อันดับเครดิตระดับสากลระยะ ยาว BB+ แนวโน้มมีเสถียรภาพ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินระดับD/E ธนาคารกรุงไทย อันดับ เครดิตระดับสากลระยะยาว BB+ แนวโน้มมีเสถียรภาพ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินระดับ D/E ธนาคารกสิกรไทย อันดับเครดิตระดับสากลระยะยาว BB+ แนวโน้ม มีเสถียรภาพ อันดับความแข็งแกร่ง ทางการเงินระดับ D อันดับเครดิต ภายในประเทศ ระยะยาว AA-(tha) ระยะสั้นเพิ่มเป็น F1+(tha)จาก F1(tha) ธนาคารไทยพาณิชย์ อันดับ เครดิตระดับสากลระยะยาว BB+แนวโน้มมีเสถียรภาพ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินระดับ D/E

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา อันดับ เครดิตระดับสากลระยะยาว B+แนว โน้มเป็นลบ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน E ธนาคารทหารไทย อันดับเครดิตระดับสากลระยะยาว BB- แนวโน้มมีเสถียรภาพ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน D/E ธนาคารเอเชีย อันดับเครดิตระดับสากลระยะยาว BBB- แนวโน้มมีเสถียรภาพ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน D อันดับเครดิตภาย ในประเทศ ระยะยาว AA+(tha) หุ้นกู้ด้อยสิทธิ AA(tha) ระยะสั้น F1+(tha) ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ อันดับความแข่งแกร่งทางการเงินเพิ่มเป็น C/D จาก D

ธนาคารนครหลวงไทย อันดับ ความแข็งแกร่งทางการเงินเพิ่มเป็น D/E จาก E ธนาคารศรีนคร ยกเลิก อันดับเครดิตสนับสนุนระดับ 4 และยกเลิกอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินระดับ E

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย