Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน6 กันยายน 2545
ปีศาจแดงแมนยูปั่นธุรกิจ หวังหาเงินซื้อตัวนักเตะดัง             
 


   
www resources

โฮมเพจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   
search resources

Manchester United




แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปั่นธุรกิจด้วยการขาย ไลเซ่นส์แบรนด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้แก่พันธมิตร พร้อมขยายธุรกิจเข้าไทย เพราะเล็งเห็น ศักยภาพ คาดไทยจะกลายเป็นแหล่งทำเงินอันดับหนึ่งในเอเชีย เพื่อต้องการนำเงินมาใช้ในการซื้อ ตัวนักเตาะดังมาเข้าทีม ชี้แต่ละปีใช้เงินไม่ต่ำกว่า 3,100 ล้านบาท กับ การซื้อตัวนักเตะ ในขณะที่รายได้ จากสปอนเซอร์และการไลเซ่นส์ผลิตสินค้าสามารถทำเงินได้ปีละกว่า 8,060 ล้านบาท

นายเดวิด กิลล์ กรรมการผู้จัดการกลุ่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน แบรนด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นแบรนด์ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีใน ฐานะทีมฟุตบอลที่มีชื่อเสียง และมีนักเตะยอดเยี่ยม จนปัจจุบันนักฟุตบอลของแมนฯยู. มิใช่เป็นเพียง แค่นักกีฬาอีกต่อไป แต่ยังกลายเป็นดาราที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก และกลายเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของวงการแฟชั่น

ความสำเร็จของแมนฯยู. เกิด จากการที่ทีมผู้เล่นเป็นนักเตะดารา ดัง ซึ่งแต่ละปีต้องใช้เงินจำนวนมาก ในการซื้อตัวนักเตะดังมาร่วมทีม เช่นปีที่ผ่านมาใช้เงินไปถึง 3,100 ล้านบาท และเฉพาะช่วงฤดูร้อนของ ปีนี้ ก็ใช่เงินไปแล้ว 1,860 ล้านบาท กับการซื้อตัวนักเตะมาร่วมทีม 2 คน หนึ่งในนั้นก็คือ ลีโอ เฟอร์ดินัลด์

ดังนั้นทำให้บริษัทต้องหาเงินเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายด้วยการหา สปอนเซอร์มาสนับสนุน และการทำ ธุรกิจเพื่อสร้างกำไร โดยที่ผ่านมา แมนฯยู.ได้ผลิตสินค้าภายใต้ตรา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดออกจำหน่าย โดยปีก่อนมีรายได้จากการขายสินค้าประมาณ 1,240 ล้านบาท จาก รายได้รวม 8,060 ล้านบาท ที่มาจากทางอื่น เช่น สปอนเซอร์ ส่วนในปีนี้ ได้เปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ ด้วยการขายไลเซ่นส์ให้แก่ไนกี้ ในการผลิตเสื้อทีมแมนฯยู. ออกจำหน่าย และขายไลเซ่นส์ให้แก่ กลุ่ม เอฟ เจ เบนจามิน จากสิงคโปร์ และล่าสุด คือการขายไลเซ่นส์ให้แก่ บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด เพื่อจำหน่ายสินค้าตรา แมน เชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในประเทศไทย

ทั้งนี้ นาย แนช์ เบนจามิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ปัจจุบัน สินค้าของ แมนฯยู.ที่จำหน่ายในเอเชียแปซิฟิก มีอยู่ 3 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และไทยถือเป็นประเทศที่ 4 ซึ่งคาดว่าในปีหน้าไทยจะกลาย เป็นประเทศที่มีศักยภาพและสร้างรายได้ให้แก่แมนฯยู.ได้เป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคนี้ โดยปัจจุบันรายได้จากการขายสินค้าของแมนฯยู. มีประมาณ 1,240 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการขายสินค้าในเอเชียแปซิฟิก 1-2 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าตลาดยังมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้อีกมาก

สำหรับการทำตลาดในประเทศไทยนั้นนาย ชาติ จิราธิวัฒน์ (บุตรชายสิทธิชาติ จิราธิวัฒน์) ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดกรผลิตภัณฑ์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า สินค้าที่จำหน่าย ในไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ เสื้อผ้าชาย ภายใต้แบรนด์ MUFC และเสื้อผ้าเด็ก ภายใต้แบรนด์ แมนฯยู.คิดส์ และสินค้าเบ็ดเตล็ด เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องเขียน สินค้าที่ระลึก โดยร้านค้า ที่จำหน่ายนั้นมี 3 รูปแบบ คือ แบบคอร์เนอร์ในห้างสรรพสินค้า ร้านแบบสแตนอโลน ซึ่งจะเป็นร้าน MUFC และร้านแมนฯยู. คิดส์ และร้านแมนฯยู. เมกกะสโตร์ ที่จำหน่ายสินค้าทุกอย่างของแมนฯยู.

การที่แมนฯยู.หันมาทำสินค้าเด็กด้วยนั้น เพราะต้องการสร้างฐานของแฟนแมนฯยู.ให้มีการรับร ู้และชื่นชอบแมนฯยู.ตั้งแต่เด็กไปจนถึงระดับครอบครัว ทำให้แมนฯยู. มีสินค้าที่ตอบสนองคนทุกกลุ่ม นอกจากนี้ทางกลุ่มเซ็นทรัลยังอยู่ระหว่างการเจรจากับทางแมนฯยู.เพื่อจะขอ รับสิทธิ์ในการบริหารร้านกาแฟ เรด คาเฟ่ ซึ่งเป็นร้านกาแฟของแมนฯยู.ในประเทศไทยด้วย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย