Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์29 ตุลาคม 2547
เมื่อรสนิยมของคนเวียดนาม ขอใช้ผลิตภัณฑ์นำเข้าอันวิไล             
 


   
search resources

Social




เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ที่จินตนาการของชาวโลกซึ่งไม่ค่อยได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด จะคิดไปไม่ค่อยถึง โชว์รูมสินค้าเครื่องแต่งบ้านในกรุงฮานอยขึ้นป้ายว่า "วิธีง่ายๆ ที่ทำให้คุณแตกต่าง" และโชว์รูมแห่งนี้นำเสนอโซฟาหนังสีแดงเข้าคู่กับเก้าอี้ชุด ณ สนนราคา 2,500 ดอลลาร์ นอกจากนั้น ยังมีสินค้าอย่างทีวีจอแบน 50 นิ้วนำเสนอที่ราคา 11,000 ดอลลาร์

ไม่ค่อยจะน่าเชื่อเลยว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นจริงในประเทศเวียดนาม ประเทศที่รายได้ต่อหัวของประชากรถูกบันทึกสถิติอย่างเป็นทาง การที่ระดับ 480 ดอลลาร์ต่อปี แต่ผู้ประกอบการอย่างคุณเหงียน ชิ ซุง ทราบดีว่าความต้องการบริโภคในหมู่ลูกค้าชาวเวียดนามของเขา เฟ้อทะลุมาตรฐานพื้นๆ อย่างเดิมๆ เสียแล้ว

"คนหนุ่มสาว คนชั้นกลาง มีเงินกันมากแล้วตอนนี้ และพวกเขาก็ไขว่คว้าจะบริโภคแต่สิ่งที่มีสไตล์ทันสมัย" คุณซุงพูดอย่างนั้น และคำพูดของผู้ชายคนนี้มิอาจมองข้ามได้ ในเมื่อเขาเป็นผู้อำนวยการบริษัทอังดอง บริษัทเอกชน ที่เพิ่งเปิดโชว์รูมขนาด 2,000 ตร.ม. ในเดือนตุลาคมนี้เอง

ความต้องการบริโภคของดีของหรูกำลังพุ่งสะพัดในสองเมืองใหญ่ของเวียดนาม คือทั้งในฮานอย และในโฮจิมินห์ ซิตี้ แม้ประเทศเวียดนามยังเยียวยาตัวเองไม่พ้นจากภาวะยากจน ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ชนชั้นกลางในสองเมืองใหญ่นี้มือเติบสุดๆ กับการซื้อหาเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องซักผ้า ตลอดจนแพกเก็จทัวร์ต่างประเทศ

ใช่แต่นั้น พวกชนชั้นสูงยิ่งมีจินตนาการกับการบริโภคเลิศวิจิตรกว่า เรียกว่าไล่เรียงได้จากชุดชั้นในอันบอบบางแสนแพงของฝรั่งเศส จำพวกว่าพวกชุดคอมโบชิ้นบนเข้าชุดกับชิ้นล่างที่มีราคาชุดหนึ่งเท่ากับค่าครองชีพของคนจนในช่วงครึ่งปี ไปจนถึงสกูตเตอร์อิตาเลียน นาฬิกาสวิส และส้วมติดรีโมตคอนโทรลที่นำเข้าจากญี่ปุ่น

นักวิเคราะห์บอกว่าจอมชอปปิ้งรสนิยมวิไลพวกนี้มีเงินมาจับจ่ายจากการคอร์รัปชั่น และจากการเก็งกำไรในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันเฟื่องฟูสุดสุด

แต่ยิ่งกว่านั้น ธุรกิจภาคเอกชนในเวียดนามที่เติบใหญ่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ครอบครัวคนเมืองมากมายมีเงินสดมากมายอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลตรงนี้ไม่สามารถถูกตรวจพบจากทางการ ในเมื่อการเลี่ยงภาษีและระบบเศรษฐกิจใต้ดินเป็นอะไรที่ทำกันอย่างใหญ่โตมโหฬาร

ผลการสำรวจโดยสำนักเทย์เลอร์ นีลสัน ซอฟเฟรส์ เวียดนาม ทำดำเนินการสำรวจเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ พบว่าในครัวเรือนในฮานอยและโฮจิมินห์ ซิตี้ รายได้ส่วนที่หักค่าใช้จ่ายตัวหลักๆ และสามารถนำไปจับจ่ายฟุ่มเฟือย มีสัดส่วนพุ่งสูงขึ้นลิ่วเสียดฟ้าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เทย์เลอร์ นีลสันเป็นบริษัทสาขาของบริษัทนักวิจัยตลาดที่ทำการในหลายชาติทั่วโลก

เทย์เลอร์ นีลสันพบว่าในบรรดา 1,200 รายที่ตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นคนเวียดนามจากทุกชนชั้นในฮานอยและโฮจิมินห์ ซิตี้ เผยว่าสัดส่วนรายได้ที่นำไปใช้หมดเปลืองได้นั้น คิดเป็น 55% ของรายได้ทั้งหมด สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนที่ 18% เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในทำนองเดียวกัน สัดส่วนของเงินออมก็ทวีสูงขึ้นเป็น 26% ของรายได้ทั้งหมด สูงขึ้นจากเดิมที่ 17%

ยิ่งกว่านั้น ค่าครองชีพในสองเมืองใหญ่คู่นี้ของเวียดนาม ยังต่ำมากเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา หนึ่งดอลลาร์ที่จับจ่ายในสองเมืองนี้ ซื้อของได้มากกว่าที่จับจ่ายในสหรัฐฯถึง 5 เท่าตัว

เมื่อทราบเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดที่จะได้ทราบว่า โชว์รูมของหลุยส์ วิตตองในฮานอยจะขยายพื้นที่จำหน่ายสินค้าเครื่องหนัง ให้กว้างขวางมากขึ้นเป็น 3 เท่าตัวให้ทันรับเทศกาลคริสต์มาสนี้ หลังจากที่หลุยส์ วิตตองพบว่าแต่ละสัปดาห์ในปีนี้ ลูกค้าเข้าห้างเฉลี่ย 170 ราย และแต่ละรายจับจ่ายครั้งละราว 5,000 ดอลลาร์

ความสำเร็จของหลุยส์ วิตตองทำให้พวกสินค้าแพงเวอร์อื่นๆ เจริญรอยตามอย่างคึกคัก เมื่อเร็วๆ นี้ค่ายคาร์เทียร์และบุลการี ก็เพิ่งเปิดตัวอลังการหรูเลิศในเวียดนาม

ฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริหารของบริษัทโตโต้ ผู้ผลิตสุขภัณฑ์ชั้นสูงจากญี่ปุ่นที่ไปตั้งโรงงานมูลค่า 29 ล้านดอลลาร์ไว้ในเวียดนามเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ โตโต้วางตำแหน่งแห่งที่ตนเองไว้ชัดเจนในตลาดบน

"พวกลูกค้ารวยๆ เขามาที่ร้าน แล้วก็ถามว่า อันไหนที่แพงที่สุด พอบอกไป เราก็จะได้รับคำสั่งซื้อมาง่ายๆ เลยว่า โอเค จัดมาให้สองสามชุดเลย" พูดโดยฮิโรโมโตะ ฮาราโนะ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายที่บริษัทโตโต้ เวียดนาม

ด้านตรัน โดน ตวน เจ้าของร้านค้าผลิตภัณฑ์โตโต้รายหนึ่งในฮานอยเล่าว่า ลูกค้าของเขาจะเหมาชุดส้วมติดรีโม9 คอนโทรลพร้อมอุปกรณ์ทันสมัยราคา 3,500 ดอลลาร์

"ผลิตภัณฑ์สวยงามไฮเทคทำให้ลูกค้าของเรารู้สึกภูมิใจตัวเองครับ" ตัน โดน ตวนว่า

อันที่จริง กระแสบริโภคนิยมมิใช่แต่จะร้อนแรงในผู้คน 10 ล้านของสองเมืองเอกของเวียดนาม บรรดาเมืองใหญ่รองๆ ลงมา อาทิ ไฮฟง และดานัง ก็นับวันแต่จะมีรสนิยมวิไลจัดขึ้น เพียงแต่ยังไม่เวอร์เท่า

ผลประกอบการของยูนิลีเวอร์เป็นตัวอย่างที่น่าจับตา ปัจจุบันนี้ 60%ของยอดขายรวมของ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน อีกทั้งผลิต ภัณฑ์ทำนุบำรุงเรือนกาย มาจากตลาดชนบท

ขณะที่จับจ่ายกันมือเติบ พวกคนรวยเหล่านี้ก็ต้องอำพรางตัวน่าดูเพราะกระบวนการปราบปรามคอร์รัปชั่นในเวียดนามนั้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การจับจ่ายจึงมักดำเนินแบบแอบๆ ซ่อนๆ กันมาทีเดียว

อาทิ แทนที่จะไปเฉิดฉายในห้างหรูให้เป็นเป้าสายตาใครต่อใคร พวกมือเติบเขาจะใช้บริการของตัวแทนจากห้าง ที่นำสินค้าไปเสนอถึง บ้านพัก หรือรายที่อดใจไม่อยู่ ต้องไปลูบคลำสูดดมบรรยากาศในห้าง ก็จะเลี่ยงไม่หอบถุงใส่สินค้าเดินออกไปขึ้นรถเก๋ง หากจะสั่งให้ห่อสินค้าเหล่านั้นด้วยถุงกระจอก แล้วพนักงานห้างก็จะดำเนินการจัดส่งสินค้าให้ถึงบ้าน

น่าเห็นใจ คนรสนิยมวิไลในฮานอยและโฮจิมินห์ ซิตี้เหมือนกันนะ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย