Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์22 กรกฎาคม 2548
เชฟโรเลตกับความหวังใหม่ในการลุยยุโรป             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท เชฟโรเลต (ประเทศไทย) จำกัด

   
search resources

Vehicle
เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย), บจก.




ผ่านมากว่าครึ่งปีแล้วที่แบรนด์เชฟโรเลตของจีเอ็ม หรือเจนเนอรัล มอเตอร์สโกอินเตอร์ ขยายแนวรุกออกจากบ้านเกิดในสหรัฐอเมริกาสู่ตลาดทั่วโลกทั้งในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง (ในอเมริกาใต้มีขายอยู่แล้ว) พร้อมกับบทบาทใหม่ของการเป็นแบรนด์ระดับชาวบ้าน ซึ่งต้องทำหน้าที่เจาะฐานรถยนต์ราคาประหยัดของตลาดแต่ละกลุ่ม และก็ทำได้ดีพอสมควรจนทำให้ในตอนนี้จีเอ็มวางแผนให้เชฟโรเลตเป็นแบรนด์หลักในการทำตลาด 3 ภูมิภาคนี้ และหวังมากขึ้นสำหรับตลาดยุโรป ซึ่งมีทิศทางที่ดีในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

ไปได้สวยในยุโรป

เรียกว่าเป็นการตีแสกหน้าบรรดานักวิเคราะห์รถยนต์ที่บอกว่า เชฟโรเลตคงจะไปได้ไม่สวยในตลาดยุโรป นับตั้งแต่จีเอ็มประกาศนำแบรนด์นี้เข้ามาขายแทนแดวูตั้งแต่ต้นปี 2005 เพราะผ่านมาครึ่งปี เชฟโรเลตมียอดขายรถยนต์ในยุโรปอยู่ที่ 117,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 25% จากที่จีเอ็ม-แดวูเคยทำเอาไว้ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อีกทั้งยังมีเครือข่ายของตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมทั่วทวีปถึง 1,800 ราย

สำหรับตลาดที่เชฟโรเลตเข้าไปเติบโตได้อย่างเต็มที่นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศในแถบยุโรปตะวันออก เช่น ยูเครน, รัสเซีย, โปแลนด์ ส่วนประเทศในยุโรปตะวันตกก็พอมีบ้าง และมียอดขายขยายตัวในระดับที่น่าพอใจเช่นกัน อย่าง ออสเตรีย (เพิ่มขึ้น 81%), เดนมาร์ก (เพิ่มขึ้น 85%), โปรตุเกส (เพิ่มขึ้น 210%)

เหตุผลที่ทำให้เชฟโรเลตขายดีในช่วงครึ่งปีแรกส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเปิดตัวเวอร์ชัน 5 ประตูของมาทิซใหม่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งรุ่น 800 ซีซี และ 1,000 ซีซี ซึ่งจากการที่มีราคาไม่แพงบวกกับรูปลักษณ์ที่ออกแบบได้อย่างลงตัว ทำให้สามารถกวาดลูกค้าไปได้พอสมควรเป้าหมายอันสูงสุดในด้านยอดขาย

ฮาร์ดี้ สแปรงเกอร์ ผู้อำนวยการบริหารของเชฟโรเลต ยุโรป เปิดเผยว่า เชฟวี่ถูกสร้างภาพให้เป็นหัวหอกในการลุยตลาดรถยนต์ระดับรากหญ้าซึ่งมีราคาประมาณ 8,000 ยูโร หรือกว่า 300,000 บาท และตั้งเป้าจะสร้างยอดจำหน่ายในยุโรปประมาณ 1.2 ล้านคัน โดยจะทำตลาดด้วยภาพลักษณ์ที่ต่ำกว่าแบรนด์โอเปิล ซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่าในยุโรป

นอกจากนั้น สแปรงเกอร์ยังกล่าวว่า แม้หลายคนจะมองว่ายังไงเชฟโรเลตก็คือแดวู แต่เขาก็บอกว่า มันเป็นเรื่องปกติ และเชฟโรเลตในยุโรปก็ยึดรูปแบบในการทำตลาดแบบตายตัว และไม่ต้องการอัพตัวเองขึ้นเป็นแบรนด์ระดับหรูเหมือนอย่างที่ฮุนไดและเกียกำลังทำอยู่ แต่ถูกกำหนดมาชัดเจนว่าจะต้องทำตลาดต่ำกว่าโอเปิล เหมือนกับในจีนที่เชฟโรเลตจะต้องทำตลาดต่ำกว่าบิวอิก และแคดิลแล็ก

“จริงอยู่ที่รถยนต์บางรุ่นของโอเปิลกับเชฟโรเลตจะมีความคล้ายกัน และอาจแข่งขันกันเอง แต่เรากลับมองว่านี่คือทางเลือกที่ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้เอง และเราก็ไม่ได้สร้างภาพลักษณ์ของเชฟโรเลตมาเพื่อแข่งขันกับโอเปิล แต่เป็นช่วยเสริมการทำตลาดต่างหาก” สแปรงเกอร์กล่าว

แผนการในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างก็ไม่ได้ราบรื่นไปทั้งหมด สแปรงเกอร์บอกว่า อุปสรรคสำคัญของเชฟโรเลจในการทำตลาดคือ ภาพลักษณ์ของเชฟโรเลตในสายตาของลูกค้ายุโรปที่ยึดติดกับรถยนต์รุ่นใหญ่และแรงๆ อย่างคอร์เว็ตต์ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่เชฟโรเลตจำเป็นต้องสลัดภาพลักษณ์ตรงนี้ออกให้หมด และเลือกรุ่นรถยนต์ที่เหมาะสมเข้ามาทำตลาด โดยในตอนนี้มีการแยกเครือข่ายจำหน่ายรถยนต์ของเชฟโรเลตรุ่นอื่นๆ เช่น คอร์เว็ตต์ และเทรลเบลเซอร์ ที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกาให้ทางจีเอ็มยุโรปเป็นฝ่ายดูแลตลาดไป โดยที่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเชฟโรเลต ยุโรป

ในปัจจุบัน เชฟโรเลตมีรถยนต์ทำตลาดหลายรุ่น แต่ก็จำกัดอยู่ในตลาดมินิคาร์ และซับคอมแพ็กต์อย่างรุ่นมาทิซ และออพตรา ส่วนในอนาคตกำลังวางแผนนำรุ่น 4 ประตูของเอวีโอมาขายในช่วงต้นปี 2006 พร้อมกับเปิดตัวรุ่นจำหน่ายจริงของเอสยูวีที่พัฒนามาจากเวอร์ชันต้นแบบเอสทรีเอ็กซ์ (S3X) ที่เปิดตัวในปารีส มอเตอร์โชว์ 2004 รวมถึงยังมีเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลรุ่นใหม่ๆ ให้เลือกอีกด้วย

นอกจากนั้น ยังมีการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการนำรถยนต์จากแหล่งอื่นมาซัพพอร์ตตลาด อย่างที่มีการคิดไว้คือ การนำปิกอัพรุ่นซานตาน่าที่ประกอบในบราซิลเข้ามาขาย หรือแฮทช์แบ็กทรงโตอย่างรุ่นเอชเอชอาร์ HHR ที่เพิ่งเปิดตัวในสหรัฐอเมริกา   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย