Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2548
The changing way of life             
โดย น้ำค้าง ไชยพุฒ
 

   
related stories

The beginning to countdown
ชุมชนลาดกระบัง ลมหายใจกำลังเปลี่ยน
Aerotropolis
Hot Zone
Turn left to Pattaya
Biggest Move
45 ปีที่รอคอย
Exposition Air Hub : CENTRAIR

   
www resources

โฮมเพจ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

   
search resources

ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่
Social
Airport




หลังจากวันที่ 29 กันยายน 2548 ผู้คนที่อาศัยอยู่ในตลาดหัวตะเข้และบริเวณใกล้เคียงชุมชนลาดกระบัง คงต้องไปปรึกษากับคนที่พักอยู่
บริเวณ กม.27 ถนนพหลโยธิน แล้วว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร หากสนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้อย่างเป็นทางการ

เสียงดังกระหึ่มไม่ต่ำกว่า 65 เดซิเบล ของเครื่องบินที่กำลัง landing ลงบนพื้นรันเวย์ของสนามบินดอนเมือง ที่มาพร้อมกับละอองน้ำมัน ซึ่งเกิดขึ้นแทบจะทุกๆ 2 นาที อาจเป็นความเคยชินของคนที่อาศัยอยู่บริเวณ กม.27 ถนนพหลโยธิน และบริเวณคลองหนึ่ง ถนนสายรังสิต-ลำลูกกา กับพื้นที่โดยรอบ

แต่ภาพดังกล่าว กลับเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนที่อาศัยอยู่บริเวณชุมชนลาดกระบัง โดยเฉพาะร้านค้า ร้านอาหารในตลาดหัวตะเข้ รวมถึงบรรดาอาจารย์ และนักศึกษา ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ชุมชนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ปลายรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิทางด้านเหนือ ซึ่งถูกใช้เป็นทิศทางสำหรับการลงจอดของเครื่องบิน เพียงไม่กี่กิโลเมตร

คนเหล่านี้จะใช้เวลาเท่าใดในการปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมใหม่ ที่กำลังจะมาถึง

"เขาไม่สนหรอกว่า เสียงจะดัง หรือมีละอองน้ำมัน เพราะหลายคนเขาพอใจที่ได้รับเงินค่าเวนคืนที่ดินกันไปแล้ว คนละไม่ต่ำกว่า 3 รอบ" คนที่อาศัยอยู่บริเวณนี้มาไม่ต่ำกว่า 20 ปี บอกกับ "ผู้จัดการ"

"ชุมชน" คือตัวอย่างผลกระทบอันเนื่องมาจากการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่จับต้องได้มากที่สุดในเวลานี้ ไม่ว่าจะด้วยผลกระทบจากมลพิษทางเสียงของเครื่องบินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ฝุ่น และควันจากการก่อสร้างถนนหนทาง อาคารที่พักอาศัย และบ้านจัดสรรที่ผุดขึ้นตามมาเป็นดอกเห็ด

ชุมชนลาดกระบัง หนึ่งในอีกหลายชุมชนที่มีพื้นติดกับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งปัจจุบันยังคงวิถีชีวิตความเป็นชานเมืองเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ชาวบ้านหลายคนยังคงดำรงชีวิตอย่างสมถะ ริมสองฟากฝั่งคลองเรือหางยาว คือพาหนะสำคัญสำหรับการสัญจรไปมาในลำคลอง หลายคนยังทำนา และปลูกผักกระเฉดขาย ขณะที่อีกหลายคนปลูกหอพักให้นักศึกษาเช่า และเปิดร้านค้าขายในตลาดหัวตะเข้

ชาวบ้านในชุมชน ไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านมลพิษทั้งเสียง และละอองน้ำมันของเครื่องบินที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง แม้จะเคยผ่านการชี้แจงและเสนอแผนการเตรียมพร้อมในการรับมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาบ้างแล้วก็ตามที

ต่างจากผู้บริหาร อาจารย์ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง นับพันชีวิต ที่มีแผนรองรับกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับบรรยากาศการเรียนการสอนเหล่านี้

แผนการรองรับของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีหลายอย่างทั้งการติดเครื่องปรับอากาศในห้องเรียนกระจกพิเศษ 2 ชั้น เพื่อป้องกันเสียง การใส่วัสดุในการป้องกันเสียงในตัวอาคารใหม่ทั้งหมด จะป้องกันปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ คงต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการพิสูจน์

แต่ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ อาคารหอพักอาจารย์ ซึ่งเป็นตึกสูง 12 ชั้น ตั้งอยู่ใกล้กับรันเวย์สนามบินมากที่สุด อาจจะต้องถูกรื้อบริเวณชั้น 11-12 ออกไป เพราะจะกลายเป็นสิ่งกีดขวางแนวทางลงของเครื่องบิน

ผู้บริหารของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร คนหนึ่งบอกกับ "ผู้จัดการ" ว่า ถึงที่สุดแล้ว หากการเกิดขึ้นของสนามบินสุวรรณภูมิ สร้างอุปสรรคแก่บรรยากาศการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย จนไม่สามารถแก้ไขได้ ทางออกทางเดียวคือการย้ายสถานที่ไปยังที่ใหม่ ซึ่งได้มีการวางแผนออกแบบพิมพ์เขียวเอาไว้แล้ว

ว่ากันว่าแนวคิดในการย้ายมหาวิทยาลัยนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากทางฝั่งผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังมาจากแรงผลักดันของสนามบินสุวรรณภูมิเองด้วย เพราะตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ สนามบินจะต้องเจียดงบประมาณจำนวนหนึ่งมาสนับสนุนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อคำนวณดูแล้ว หากจะต้องป้องกันมลภาวะต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัย วงเงินงบประมาณดังกล่าวอาจสูงถึง 16,000 ล้านบาท

มหาวิทยาลัยเองก็ได้เล็งพื้นที่เอาไว้แล้วว่าหากจะย้ายสถานที่กันจริงๆ อาจจะไปอยู่บริเวณจังหวัดนครปฐม "แต่ก็คงจะใช้เวลาอีกหลายปีถึงจะได้ข้อสรุป" ผู้บริหารรายเดิมบอก

หากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ย้ายออกไป กลุ่มคนที่จะได้รับผลกระทบตามมา คือบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และเจ้าของหอพักในตลาดหัวตะเข้ ที่อาศัยนักศึกษาและอาจารย์ของมหาวิทยาลัย เป็นลูกค้าประจำมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี

ในอีกด้านหนึ่ง ตลอดเวลาหลายปีของการก่อสร้างสุวรรณภูมิ การเกิดขึ้นของแคมป์คนงานก่อสร้างของบริษัทรับเหมาต่างๆ ที่ผุดขึ้นมารายล้อมพื้นที่ใกล้เคียงกับสนามบิน ได้ก่อให้เกิดชุมชนคนงานขนาดใหญ่เท่ากับบางหมู่บ้านในต่างจังหวัดกันเลยทีเดียว

ตลาดสดขนาดย่อม ปากทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นจุดอึกทึกที่ชาวบ้านในละแวกนั้นพบเห็นได้แทบทุกเช้าของวันทำงาน

เส้นทางการเดินทางเข้า-ออกสนามบินในวันทำงาน ทำให้สภาพการจราจรเนืองแน่นด้วยขบวนรถขนคนงานจำนวนมหาศาลที่มุ่งหน้าเข้าและออกพร้อมกันในเวลาดังกล่าว

แม้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อสนามบินสร้างเสร็จพร้อมจะเปิดให้บริการ แต่ใช่ว่าปัญหาการหลั่งไหลของประชากรนอกพื้นที่เข้าไปยังพื้นที่ใกล้เคียงกับสนามบินจะสิ้นสุด ตราบใดที่ยังไม่มีการวางแผนรับมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพราะหากเปรียบเทียบจำนวนของประชากรที่คาดว่าจะต้องเข้าไปใช้แรงงานตำแหน่งต่างๆ ในสนามบินใหม่อีกนับหมื่นคนแล้ว ก็ทำให้เห็นภาพของชุมชนที่จะขยายตัว และเปลี่ยนแปลงสภาพกลายไปเป็นชุมชนเมืองได้อย่างไม่ยากนัก

ถึงเวลานี้ ชุมชนเหล่านี้อาจจะไม่มีแม้สิทธิ์เลือกไม่ให้สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังคงมีสิทธิ์เลือกที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย