Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2548
รวยได้แม้จะไม่ hi-tech             
โดย น้ำค้าง ไชยพุฒ
 


   
search resources

SMEs
ร้านหนังสือปันกัน




แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปขนาดไหน แต่ก็ใช่ว่าเทคโนโลยีดั้งเดิมจะลดบทบาทลง ตรงกันข้ามหากใช้เป็นแค่มีโทรศัพท์พื้นฐานธรรมดา ก็สามารถสร้างรายได้ให้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

"ผู้จัดการ" ยืนลังเลอยู่หน้าประตู บ้านหลังเล็กๆ ในแยก 1 ซอยรามคำแหง 21 ช่วงบ่ายของต้นเดือนที่ผ่านมา ด้วยความ ไม่แน่ใจว่าบ้านหลังนี้ใช่สถานที่นัดหมายกัน เพื่อพูดคุยกับผู้บริหารของร้านหนังสือ "ปันกัน" ที่เปิดให้บริการเช่าหนังสือผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์หรือไม่

บ้านสีขาวหลังเล็กที่อยู่ตรงหน้า เปิดประตู รั้วกว้างเสียจนมองเห็นผู้คนเดินไปมาภายในบ้าน หลังนั้นได้พอรางๆ ผ่านกระจกบานใหญ่หน้าบ้าน ลานจอดรถยนต์ขนาดย่อมขวามือที่ปัจจุบันได้แปรสภาพกลายเป็นที่จอดรถจักรยานยนต์หลายคัน กำลังดึงดูดสายตาผู้มาเยือนได้ไม่น้อย

คนในบ้านโผล่หน้าออกมาต้อนรับแขกที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าบ้านนานหลายนาที พร้อมสอบถามจุดประสงค์ของการมาเยือน และยืนยันว่าไม่ได้มาผิดที่ ก่อนตัดสินใจเชื้อเชิญให้เข้าไปนั่งพักในบ้านในที่สุด

ทั้งๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นร้านบริการหนังสือเช่า แต่ "ปันกัน" ร้านหนังสือ เช่าแห่งนี้กลับไม่ได้มีเนื้อที่สำหรับการจัดวางหนังสือเรียงรายให้คนรักการอ่านได้เลือกชมหนังสือก่อน ไม่มีแม้ที่นั่งหรือที่ยืนให้หนอนหนังสือได้ยลโฉมเนื้อหาข้างในก่อนตัดสินใจเช่า เช่น เดียวกันร้านหนังสือแห่งนี้ไม่ได้มีหน้าร้าน สวยงามดังเช่นร้านอื่นๆ ที่มีอยู่ เพื่อคอยเรียก ลูกค้าเข้าร้าน

ร้านหนังสือ "ปันกัน" มีเพียงพนักงาน ไม่กี่ชีวิตที่คอยทำหน้าที่รับโทรศัพท์ในการสั่งหนังสือเช่าจากลูกค้า จัดหนังสือตามความต้องการ และนำส่งถึงมือผู้เช่าด้วยรถจักรยาน ยนต์เพียงไม่กี่คันในเวลาเพียงไม่กี่นาที หลังจากปลายสายวางหูไปจากเครื่องโทรศัพท์ของตน

หลายคนคงนึกภาพไม่ออกว่าร้านหนังสือเช่นนี้มีให้เห็นกันที่ไหน หรือจะเป็นไปได้อย่างไรในยุคที่น้ำมันแพงเช่นนี้ แค่คิดถึงความคุ้มทุนก็ไม่น่าจะอยู่รอดได้เป็นแน่แท้

แต่ "ปันกัน" ร้านหนังสือ กลับมีอายุการดำเนินกิจการมานานร่วม 2 ปีเข้าไปแล้ว และกำลังก้าวย่างเข้าสู่ขวบปีที่ 3 ได้อย่างสบายๆ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นจากภาวะราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นก็ตามที

"ผู้จัดการ" รู้จักร้านหนังสือปันกันครั้งแรกจากร้านเสริมสวยที่อยู่ใกล้ๆ กับที่พัก เจ้าของร้านเสริมสวยตัดสินใจเลือกเช่าหนังสือมาบริการลูกค้าในร้านเมื่อหลายเดือน ก่อนหน้านี้ หลังจากลูกค้ารายหนึ่งนำหมาย เลขโทรศัพท์เพียงหมายเลขเดียวให้โทรศัพท์ไปสอบถามถึงค่าเช่า และกลายเป็นลูกค้าขาประจำของร้านปันกันมาจนถึงทุกวันนี้

หญิงสาวหน้าตาสะสวยเจ้าของร้านเสริมสวยให้เหตุผลง่ายๆ แต่กินใจว่า เธอไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมายังร้านเพื่อเลือกหนังสือ หรือนำหนังสือไปส่งด้วยตนเองเมื่อครบกำหนดเวลาการเช่า แถมปันกันยังมีพนักงานคอยจัดส่งหนังสือที่ต้องการให้ถึงหน้าบ้าน ที่ทำงานหรือแล้วแต่สถานที่ที่ปรารถนาจะให้ไปส่ง หากไม่ไกลเกินเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

"ปันกัน" เกิดขึ้นเมื่อสองปีที่แล้ว โดยมีจุดประสงค์ตั้งแต่แรกคือการทำกิจการหนังสือเช่าแบบส่งถึงหน้าบ้านหรือที่ทำงาน แทนการทำร้านหนังสือเช่าแบบปกติทั่วไป

แรกเริ่มเดิมที "ปันกัน" เริ่มดำเนินธุรกิจด้วยการส่งพนักงานขายเข้าไปยังร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ที่มีเครือข่ายหรือสาขา เป็นจำนวนมาก แบบเคาะประตูหน้าบ้านแล้วเสนอหนังสือให้เช่าแบบเป็นรายสัปดาห์ โดยนำมาส่งให้กับมือด้วยตนเอง

เมื่อได้รับการตอบตกลง ทีมงานก็ดำเนินการจัดซื้อหนังสือเล่มนั้นให้กับร้านค้าได้เช่า เมื่อถึงกำหนดหนึ่งสัปดาห์ของการเช่า หนังสือ ทีมงานก็รับหนังสือกลับและหมุนเวียน ให้กับลูกค้ารายอื่นได้เช่าต่อด้วยราคาที่ต่ำกว่ามือหนึ่ง เนื่องจากเป็นหนังสือที่ค่อนข้างล่าช้าไปเสียแล้วสำหรับลูกค้ารายถัดไป นับรวมแล้วปันกันสามารถหมุนเวียนหนังสือเล่มเดียวกันได้ลูกค้ากว่า 10 ราย ในราคาที่ลดหลั่นกันไปตามอายุของการวางแผง ส่วนหนังสือที่เก่ายังส่งขายต่อที่จตุจักร ขายให้นักสะสมหนังสือมือสองต่อไป

คอนเซ็ปต์ในการทำธุรกิจของปันกัน คือการที่ลูกค้าสามารถหมุนเลขหมายโทรศัพท์เพียงหมายเลขเดียว เพื่อเป็นช่องทาง ในการสื่อสารกับลูกค้าที่มักรู้จักร้านหนังสือด้วยการแนะนำปากต่อปาก หรือเห็นแผ่นสติ๊กเกอร์ชื่อร้านที่ติดกับตัวหนังสือซึ่งไปวางในสถานที่ต่างๆ มาก่อนหน้านี้

เมื่อลูกค้าโทรศัพท์เข้ามาสอบถาม หากต้องการรายละเอียดการสมัครใช้งาน ทางร้าน ก็จะจัดส่งเอกสารรายละเอียดอัตราค่าบริการ ของการเช่า หรือแม้แต่รายละเอียดของชื่อหนังสือทั้งหมดที่ลูกค้าจะได้รับการจัดส่งให้เป็นประจำ ทางเครื่องโทรสารให้กับลูกค้าหรือ ทางอีเมลส่วนตัว พร้อมทั้งใบสมัครสมาชิกที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

นิตยสารกว่า 20 รายการทั้งแบบรายเดือน รายปักษ์ และรายสัปดาห์ จะถึงมือลูกค้าตามสถานที่ลูกค้าต้องการ โดยพนักงาน จัดส่งที่มีจักรยานยนต์เป็นพาหนะคู่ชีพนำพานิตยสารในถุงสีน้ำเงินติดโลโกของร้านไปตามวันที่นัดหมายกันไว้

ปัจจุบัน "ปันกัน" มีฐานลูกค้าแล้ว กว่า 1,100 ราย โดยเฉลี่ยแล้วลูกค้า 1 รายจะได้อ่านหนังสือทั้งสิ้น 11 เล่มต่อสัปดาห์ และหนังสือแต่ละรายการจะไม่ซ้ำกัน หรือได้รับการหมุนเวียนรอบในแต่ละสัปดาห์ไม่เหมือนกัน เช่นในสัปดาห์ที่หนึ่งลูกค้าอาจจะได้รับหนังสือ 11 เล่มแรก ซึ่งวางแผงในช่วงนั้นพอดีก่อนเป็นอันดับแรก แต่ในสัปดาห์ที่สองลูกค้าจะได้รับหนังสือในจำนวนเท่ากัน แต่ในจำนวนนั้นจะไม่มีหนังสือเล่มเก่าอยู่ด้วย แต่เป็นอีกชื่อหนึ่งที่เพิ่งจะวางแผงในสัปดาห์นั้น ทำให้ลูกค้าได้อ่านหนังสือจนครบทุกรายการที่ทางร้านมีให้เช่านั่นเอง

นอกจากลูกค้าของปันกันส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าองค์กรหรือร้านค้า ร้านอาหาร อู่ซ่อมรถ ร้านกาแฟชื่อดังที่มีสาขามากมายแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังเป็นลูกค้าตามบ้าน อาทิ ร้านเสริมสวย แม่บ้าน พนักงานบริษัท หรือแม้แต่ห้องสมุดของโรงเรียนเอกชนที่กลายเป็นแฟนเหนียวแน่นของทางร้านด้วยเช่นกัน

สุรเดช แซ่หลี ผู้จัดการของทางร้านปันกัน ที่อดีตเคยเป็นพนักงานบริษัทผลิตแป้งมันสำปะหลังชื่อดัง แต่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดการร้านหนังสือมาตั้งแต่เริ่มต้นกิจการ บอกกับ "ผู้จัดการ" ว่าเร็ววันนี้ "ปันกัน" เตรียมที่จะเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงร้านให้กับลูกค้ามากขึ้น

เขาเองเชื่อว่าอย่างไรเสีย อินเทอร์เน็ตก็จะมีผลกับพฤติกรรมการบริโภคของคนในปัจจุบันมากขึ้นเป็นแน่ ดังนั้นทีมงานจึงเตรียมที่จะพัฒนาเว็บไซต์ ของร้านหนังสือขึ้นมา และเพิ่มส่วนของการ สั่งเช่าหนังสือผ่านหน้าเว็บไซต์นอกเหนือจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ยังเป็นช่องทางหลักของทางร้านอยู่ในปัจจุบัน

"ปันกัน" เริ่มต้นด้วยการทำธุรกิจโดย ใช้หมายเลขโทรศัพท์เพียงหมายเลขเดียวที่ไม่ได้ล็อกตัวเลขให้เรียงสวยด้วยความตั้งใจ แม้จะมีเพียงหมายเลขเดียว แต่ก็ทำให้บริษัท สร้างรายได้มูลค่านับล้านในแต่ละปี แม้ไม่ได้ มีเทคโนโลยีที่สวยหรูมูลค่านับล้าน และมีพนักงานไอทีเป็นสิบคอยดูแลระบบให้ดังเช่นบางธุรกิจ และก็ยังยึดมั่นที่จะใช้หมายเลขเดียวไปอีกตราบเท่าที่ธุรกิจยังอยู่ได้

แม้เทคโนโลยีจะไปไกล หรือ เปลี่ยนไปเร็วมากแค่ไหน แต่ "ปันกัน" ทำให้เราได้รู้ว่าเทคโน โลยีดั้งเดิมอย่างสายโทรศัพท์ หรือโทรสารก็ยังเป็นช่องทางที่ดีอยู่เช่นเดิมด้วยเช่นกัน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย